รบ.ต้องตอบ! 8 ข้อข้องใจ ‘อดีตรองอธิการบดี มธ.’  เหตุใดเร่งดัน ‘กาสิโน’ จนผิดสังเกต

พฤติกรรมทั้ง 8 ข้อ ทำให้น่าสงสัยว่า การรีบผลักดันเรื่องสถานบันเทิงครบวงจรอย่างผิดสังเกต และจะทำพร้อมๆกันถึง 10 แห่ง ในขณะที่บ่อนการพนันมีอยู่เกลื่อนกลาดรอบประเทศ และกำลังอยู่ระหว่างขาลง

19 ม.ค.2568-รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Harirak Sutabutr ว่า เคยบอกไว้แล้วว่า รัฐบาลนี้จะผลักดันให้สถานบันเทิงครบวงจรหรือควรเรียกว่า สถานกาสิโนครบวงจร ให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด พ้นปี 2567 ไม่ถึงเดือน คณะรัฐมนตรีก็ให้ความเห็นชอบในหลักการ ต่อร่างพ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจรและกฎหมายลูกอีก 24 ฉบับ ไปแบบไม่อายใคร

ยังดีที่เรื่องสำคัญๆเช่นนี้ โดยปกติต้องมีความคิดเห็นจากหน่วยราชการต่างๆมาประกอบการพิจารณา และก็ยังดีที่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีข้อท้วงติงที่รัฐบาลควรต้องรับฟัง แต่จะอย่างไร ลำพัง 2 หน่วยงานนี้ ไม่มีทางต้าน พ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่ให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างแน่นอน

ผมไม่ใช่คนที่มีความคิดต่อต้านการตั้งสถานกาสิโนในประเทศไทยมาแต่ไหนแต่ไร เพราะแม้แต่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่นับถือศาสนาอิสลามก็ยังมีสถานกาสิโน และมีมานานแล้ว ประเทศอื่นๆในอาเซียน เช่น พม่า กัมพูชา ลาว ฟิลลิปปินส์ และสิงคโปร์ เขาก็มี แต่เขามักจะตั้งอยู่ใกล้ๆชายแดน เพื่อดึงดูดนักพนันจากประเทศใกล้เคียงโดยเฉพาะประเทศไทยให้มาใช้บริการ กาสิโนของมาเลเซียอยู่บนยอดเขาสูงในรัฐปะหัง เดิมมีแต่โรงแรมกับกาสิโน แต่ปัจจุบันพัฒนาเป็นสถานบันเทิงครบวงจรเช่นเดียวกัน

จะเห็นว่าสถานที่ตั้งของสถานกาสิโนของประเทศเหล่านี้ มักจะไปอยู่ในพื้นที่ๆไม่มีอะไรเป็นเครื่องดึงดูดนักท่องเที่ยว จึงทำให้เป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว คือได้สถานกาสิโน และยังได้การพัฒนสถานที่ที่ยังไม่เจริญ และไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวอีกด้วย

ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศเล็ก มีเนื้อที่น้อยกว่าจังหวัดภูเก็ต ไม่มีมรดกทางวัฒนธรรม ไม่มีธรรมชาติที่สวยงาม แม้เป็นเกาะแต่หาดทรายก็ยังไม่มี เครื่องมือที่จะให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวมีเพียงสถานชอปปิ้ง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องสร้างสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นมาเองโดยมนุษย์ แม้แต่หาดทรายก็ต้องสร้างเอง  ประเทศสิงคโปร์ทั้งประเทศจึงเป็น man-made destination ด้วยความจำเป็น ประกอบกับคนสิงคโปร์เป็นคนที่มีระเบียบวินัยสูง รายได้สูง และประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่บังคับใช้กฎหมายได้อย่างเฉียบขาด การสร้างสถานบันเทิงครบวงจรที่มีสถานกาสิโน เช่น Marina Bay Sands จึงเป็นเรื่องที่ชอบด้วยเหตุผล เพราะไม่ต้องห่วงผลกระทบในด้านลบที่จะมีต่อสังคมมากนัก

มาดูที่ประเทศไทย การพนันดูเหมือนจะอยู่ในสายเลือดของคนไทยจำนวนมากมาช้านาน จนเป็นที่ล้อกันว่า แม้แต่เห็นรถวิ่งผ่าน คนไทยก็ยังพนันทายเลขทะเบียนรถกันได้ ในสนามกอล์ฟ นักกอล์ฟสมัครเล่นแทบทุกคนก็จะพนันกันในสนาม มีวิธีพนันแบบพลิกแพลงอย่างที่นักกอล์ฟประเทศอื่นๆคิดไม่ถึง เมื่อเพื่อนฝูงและคนคุ้นเคยไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน ก็มักไม่พ้นตั้งวงเล่นไพ่กัน บางครั้งติดลมกันจนถึงเช้า

แม้การพนันในขณะนี้ยังผิดกฎหมาย แต่ก็มีบ่อนการพนันเถื่อนอยู่แทบทุกจังหวัด บ่อนการพนันเถื่อนเหล่านี้คงอยู่ได้ก็เพราะการบังคับใช้กฎหมายที่หย่อนยานของเจ้าหน้าที่รัฐ เนื่องจากเจ้าหน้าที่รัฐรับผลประโยชน์จากบ่อน บางครั้งเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองก็เป็นเจ้าของบ่อนเสียเอง และด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน การพนันออนไลน์ก็เกิดขึ้นอย่างสะดวกและมีเป็นจำนวนมากอย่างไม่น่าเชื่อ แม้จะเป็นข่าวว่ามีการจับเจ้าของเว็บพนันออนไลน์มาดำเนินคดีหลายราย แต่ก็ไม่มีทีท่าว่า การพนันออนไลน์จะหมดไป หรือแม้กระทั่งลดลง

นี่เป็นเหตุผลที่รัฐบาลนำมาอ้างว่า การตั้งสถานกาสิโนครบวงจรเป็นการนำสิ่งที่อยู่ใต้ดินขึ้นมาบนดิน ซึ่งรวมถึงการทำให้การพนันออนไลน์ถูกฎหมายด้วย  เพื่อจะได้เก็บภาษี ทำให้ประเทศมีรายได้มากขึ้น เศรษฐกิจจะดีขึ้น ประชาชนจะมั่งมีขึ้น แต่ตามที่สภาพัฒน์ท้วงติง คือการพนันเป็นการทำให้เงินเปลี่ยนมือกันไปมาเท่านั้น ไม่ได้มีผลผลิตเกิดขึ้น จึงไม่เป็นการทำให้ GDP โตขึ้นแต่อย่างใด และก็ไม่ทราบว่าจะทำให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้นได้อย่างไร เพราะจำนวนการจ้างงานจากสถานบันเทิงครบวงจรรวมกัน ก็ไม่ได้มากสักเท่าใด การเก็บเงินค่าเข้าสำหรับคนไทย 5,000 บาทต่อครั้ง น่าจะไม่ทำให้บ่อนการพนันผิดกฎหมายหมดไปได้ กลับจะทำให้มีผู้หมดเนื้อหมดตัวเพราะการพนันมากขึ้น การก่ออาชญากรรมก็จะมีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

ขณะนี้มีเสียงคัดค้านต่อ พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจรจากทุกทิศทุกทาง ส่วนใหญ่ที่คัดค้านไม่ใช่เพียงเพราะไม่ชอบการพนัน แต่เป็นเพราะพฤติกรรมของรัฐบาลในเรื่องนี้ เป็นพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจ ดังนั้นหากจะทำให้คนส่วนใหญ่หยุดการคัดค้าน รัฐบาลจะต้องมีคำตอบให้คำถามต่อไปนี้ให้เป็นที่น่าพอใจก่อน

เพราะเหตุใดรัฐบาลจึงต้องออกกฎหมายพิเศษเป็นการเฉพาะสำหรับสถานบันเทิงครบวงจร ในขณะที่สามารถแก้กฎหมายว่าด้วยการพนันเดิม ที่มีมาตั้งแต่ พ.ศ.2478 เพื่อเอื้อให้จัดตั้งสถานบันเทิงครบวงจรได้ ดังเช่นที่มีการอนุญาตให้มีการพนันกันได้ในสนามมวย สนามม้า สนามชนไก่เป็นต้น

2. เพราะเหตุใด ใน พ.ร.บ.จึงกำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และคณะกรรมการบริหารสถานบันเทิงครบวงจร และจัดตั้งสำนักงานซึ่งเป็นนิติบุคคลแยกออกเป็นเอกเทศ และดูเหมือนจะมีอำนาจในการออกใบอนุญาตจัดตั้งสถานบันเทิงครบวงจรด้วย เพราะเหตุใดจึงไม่ให้กระบวนการออกใบอนุญาต และกำกับดูแลสถานบันเทิงครบวงจร เป็นหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐที่มีอยู่แล้ว

3. แทนที่จะออกใบอนุญาตให้เอกชน เพราะเหตุใดจึงไม่จัดตั้งรัฐวิสาหกิจสถานบันเทิงครบวงจร โดยให้รัฐวิสาหกิจเป็นผู้ดำเนินกิจการ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการทุจริตคอรัปชั่นในการออกใบอนุญาตจัดตั้ง

4. เพราะเหตุใดจึงให้จัดตั้งสถานบันเทิงครบวงจรถึง 10 แห่งทั่วภูมิภาคพร้อมๆกัน แทนที่จะเร่ิมด้วยการจัดตั้งเพียงแห่งเดียวเพื่อเป็นการนำร่องก่อน เช่นนี้จะไม่เป็นการทำให้มีสถานที่ฟอกเงิน และซ่องสุมการกระทำผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นทั่วประเทศหรือ

5. เพราะเหตุใดจึงไม่เลือกสถานที่ตั้งในเมืองรองที่ยังไม่เจริญ แต่ไปเลือกสถานที่ตั้งในเมืองใหญ่ที่มีสถานบันเทิงอื่นๆนอกจากบ่อนกาสิโนครบอยู่แล้ว ซึ่งเป็นการซำ้ซ้อน และอาจทำให้สถานบันเทิงที่มีอยู่แล้วต้องเลิกกิจการไป

6. เพราะเหตุใดจึงไม่มีการศึกษาโดยละเอียดว่า การจัดตั้งสถานบันเทิงหรือสถานกาสิโนครบวงจร ว่าจะทำให้บ่อนกาสิโนเถื่อนที่มีอยู่ทั่วไปต้องหมดไป หรือลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญหรือไม่ 

7.เพราะเหตุใดจึงไม่มีการศึกษาก่อนร่าง พ.ร.บ.ว่า บ่อนกาสิโนครบวงจรจะมีผลกระทบทางลบต่อสังคมมากจนไม่คุ้มค่าหรือไม่ เพราะการศึกษาของกรรมาธิการดูจะละเลยเรื่องผลเสียดังกล่าวไป

8. เพราะเหตุใดจึงกล้าออกกฎหมายลูกอย่างมีเงื่อนงำ และไม่มีปี่มีขลุ่ยให้การพนันออนไลน์เป็นธุรกิจถูกกฎหมาย ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดผลเสียต่อสังคมอย่างใหญ่หลวงมากขึ้นไปอีก เพราะการคุยโวว่าจะสามารถติดตามพฤติกรรมผู้เล่นได้อย่างใกล้ชิด เป็นเรื่องที่เชื่อได้ยากอย่างยิ่ง

พฤติกรรมทั้ง 8 ข้อ ทำให้น่าสงสัยว่า การรีบผลักดันเรื่องสถานบันเทิงครบวงจรอย่างผิดสังเกต และจะทำพร้อมๆกันถึง 10 แห่ง ในขณะที่บ่อนการพนันมีอยู่เกลื่อนกลาดรอบประเทศ และกำลังอยู่ระหว่างขาลง เนื่องจากการแข่งขันสูง และดูท่าทีแล้ว การตัดสินว่าใครจะได้เป็นผู้ประกอบการ ก็คงไม่ได้ใช้การประมูลว่าใครให้ให้ผลประโยชน์แก่รัฐมากกว่ากัน แต่ใช้วิธีออกใบอนุญาต โดยผลประโยชน์ที่จะต้องให้แก่รัฐกำหนดไว้ล่วงหน้า เช่นนี้แปลว่าได้มีการกำหนดตัวผู้ที่จะได้รับอนุญาตไว้ล่วงหน้าแล้วหรือไม่

ดัวยเหตุข้างต้น การผลักดันสถานบันเทิง หรือสถานกาสิโนครบวงจร จึงน่าจะไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของชาติอย่างแท้จริง แต่มีผลประโยชน์ของบุคคลและของพรรคการเมืองเกี่ยวข้องอยู่ด้วย จึงได้รีบเร่งกันอย่างเต็มที่เต็มกำลัง ประหนึ่งจะกลัวว่าจะพ้นจากอำนาจก่อนได้ทำ ทำให้พลาดโอกาสที่จะได้ประโยชน์ก้อนโตที่จะเป็นกำลังสำคัญในการเลือกตั้งครั้งต่อไปที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้

ไม่ทราบว่าพรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรคคิดอย่างไร เห็นดีเห็นงามด้วยทุกประการ หรือจำใจต้องปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปก่อน ก็คาดว่าคงมีทั้ง 2 แบบ หากรัฐบาลตอบคำถามทั้ง 8 ข้อนี้ไม่ได้ และยังเดินหน้า พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร และกฎหมายลูกอีก 24 ฉบับ และยังผลักดัน MOU 44 ต่อไปโดยไม่ฟังใคร ไม่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าจะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาหรือไม่ จุดจบของรัฐบาลชุดนี้จะมาถึงอีกไม่นาน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ณัฏฐ์ชนน' ฮึ่ม! หยุดบิดเบือนซุกกาสิโน-ต่างชาติเช่า 99 ปี ในแลนด์บริดจ์ ใครใส่ร้ายฟ้องแน่

"ณัฏฐ์ชนน" ลั่น ! หยุดบิดเบือน ใส่ร้าย ซุกกาสิโนในแลนด์บริดจ์ หรือต่างชาติเช่าที่ดิน 99 ปี รัฐบาลกำลังศึกษาทุกมิติ ฟังเสียงคนในพื้นที่ เตือนใครใส่ร้าย ภูมิใจไทย เจอจัดก

'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลัง 'มูดี้ส์' ปรับเครดิตไทย ไม่กังวลกู้ 4 แสนล้าน

'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลังดึงความเชื่อมั่นไทย 'มูดี้ส์' ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยสู่ระดับ Stable แจงแผนมุ่งสร้างการเติบโต เร่งเครื่องการลงทุน ย้ำจุดยืนวินัยการคลัง

เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%

โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

อดีตรองอธิการบดี มธ. ข้องใจพวกปกป้อง สส. ใส่ชุดเดรสแขนกุดเข้าสภา DNA เดียวกัน ทำอะไรก็ไม่ผิด

รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก

ขึ้น‘ค่าจ้าง’ต้องมีเหตุผล แรงงานยื่นข้อเสนอพรึ่บ

“อนุทิน” ระบุขึ้นค่าแรงต้องมีเหตุผล รัฐบาลเตือนนายจ้างวันแรงงานแห่งชาติ ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานพร้อมรับค่าจ้างปกติ ถ้าไม่ได้หยุดเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1 เท่า ค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ขณะที่ 27 องค์กรรวมพลยื่น 8 ข้อเรียกร้องรัฐบาล ตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง-อัปเกรดสวัสดิการ