สัญญาณริบหรี่! แก้รธน.ถึงทางตัน-ล่มซ้ำ หรือไปต่อ?

วันนี้ (14 กุมภาพันธ์) เวลา 09.30 น. รัฐสภามีกำหนดประชุมร่วม เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 ซึ่งเป็นการเปิดประตูสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

แต่สิ่งที่ต้องจับตาอย่างยิ่งคือ การประชุมวันนี้จะเดินหน้าได้หรือไม่ หรือจะล่มซ้ำเหมือนเมื่อวาน?

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การประชุมต้องล่มตั้งแต่ยังไม่เข้าสู่วาระแรก เพราะองค์ประชุมไม่ครบ มีสมาชิกแสดงตนเพียง 204 คน ขณะที่รัฐธรรมนูญกำหนดว่า ต้องมีอย่างน้อย 376 คน

นี่คือสัญญาณอันตรายที่ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า การประชุมวันนี้ก็อาจล่มซ้ำอีก!

เมื่อวานนี้ พรรคประชาชน (เจ้าของร่างหลัก) แสดงตน 140 คน (ขาดไป 3 คน)

พรรคเพื่อไทย (เจ้าของร่างร่วม) แสดงตนเพียง 22 คน จาก 141 คน

พรรคประชาธิปัตย์ 5 คน

พรรคชาติพัฒนา 1 คน 

พรรคภูมิใจไทย 70 คน หายยกพรรค ตามจุดยืนเดิมว่าจะไม่ร่วมพิจารณา

พรรครวมไทยสร้างชาติ-ชาติไทยพัฒนา-กล้าธรรม ไม่ร่วมประชุม

พรรคพลังประชารัฐ ฝ่ายค้าน ไม่โผล่

พรรคไทยสร้างไทย แสดงตนเพียง 1 คน

พรรคไทยก้าวหน้า ไม่แสดงตนเลย

สว. 199 คน ปรากฏว่า มีผู้แสดงตนเพียง 32 คน

การที่ สส. และ สว. จำนวนมาก ไม่แสดงตนสะท้อนถึงความไม่ต้องการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ซึ่งมีสาเหตุหลัก 2 ประเด็น

1. กังวลขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ปี 2564

ศาลเคยมีคำวินิจฉัยว่า “...รัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว ต้องให้ประชาชนลงประชามติเห็นชอบหรือไม่กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้งหนึ่ง...”

หากดึงดันเดินหน้า อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายภายหลัง

2. เกมการเมือง-สภาล่มเพื่อยื้อเวลา

พรรคเพื่อไทยเองก็ไม่ได้มีท่าทีผลักดันเต็มที่ สะท้อนจากการที่ สส. ของพรรคส่วนใหญ่ ไม่แสดงตน

มีการคาดการณ์ว่าพรรคเพื่อไทย อาจใช้ยุทธวิธีสภาล่ม เพื่อรักษาญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ ไม่ให้ถูกตีตกทันที

วิธีนี้ทำให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยังค้างอยู่ในสภา เผื่อโอกาสนำกลับมาพิจารณาใหม่ในอนาคต

เดิมทีวานนี้มีความพยายามยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ญัตติขอให้เลื่อนญัตติยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ ขึ้นมาพิจารณาก่อน  ซึ่งเสนอโดย นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา ถูกตีตกไป

ยิ่งไปกว่านั้นศาลรัฐธรรมนูญเคยมีมติไม่รับคำร้องเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อเดือนเมษายน 2567 ที่ยื่นโดยพรรคเพื่อไทย ทำให้มีแนวโน้มสูงว่า ต่อให้มีการยื่นตีความใหม่ ศาลก็อาจปฏิเสธรับพิจารณาอีก

การประชุมวันนี้ เริ่มเวลา 09.30 น. แต่ด้วยสัญญาณที่ปรากฏตั้งแต่เมื่อวาน โอกาสที่องค์ประชุมจะครบมีน้อยมาก

ถ้าการประชุมล่ม นั่นหมายความว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้กำลังเจอทางตัน

ถ้าประชุมเดินหน้าได้ ก็ต้องจับตาว่าจะถูกคว่ำกลางสภาหรือมีการเล่นเกมทางการเมืองต่อไป

ท้ายที่สุดแล้ว นี่คือเกมการเมืองที่เดิมพันสูง และประชาชนต้องจับตาว่า สภาจะเลือก “เปิดทาง” หรือ “ปิดตาย” การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้!

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยโพสต์เปิดช่อง ‘เจาะการเมือง’ รู้ลึกทุกความเคลื่อนไหว

ไทยโพสต์เปิดช่อง “ไทยโพสต์เจาะการเมือง” อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นอีกช่องทางในการติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหวทางการเมือง และประเด็นสำคัญที่อยู่ในความสนใจของสังคมจากทีมข่าวไทยโพสต์

‘สุรเดช’ เสนอแก้ รธน. ลดอำนาจ สว. เลิก สส.เขต ตัดวงจรบ้านใหญ่

“สุรเดช” ยกมือหนุนแก้รธน. ตั้ง ส.ส.ร.ที่มาจากประชาชน ลดอำนาจ สว. ไม่ให้ตั้งองค์กรอิสระ ให้เป็นหน้าที่ตุลาการเลือกแทน แต่ยังคงถอดถอนได้ แนะ เลิก สส.เขต ให้มีแต่ปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อลดอิทธิพลบ้านใหญ่-นายทุน แก้คอร์รัปชันได้ ชงสูตร ครม. มีนายกฯ คนเดียวที่เป็นผู้แทน ที่เหลือตั้งคนนอก ใช้คนเก่งทำงาน

'ดร.ณัฏฐ์' ชี้กับดักแก้ รธน. ต้องผ่านด่าน สว. 67 เสียง

นักกฎหมายมหาชนชื่อดังวิเคราะห์ แม้ประชามติรอบแรกมีผู้เห็นชอบกว่า 21.2 ล้านเสียง แต่การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่ฉบับใหม่ยังติด “กฎเหล็ก 2 ชั้น” ตามมาตรา 256 ต้องได้เสียง สว. ไม่น้อยกว่า 67 คนทั้งวาระ 1 และวาระ 3 มองโอกาสผ่านร่างแทบเป็นศูนย์หากรวบรวมเสียงวุฒิสภาไม่ได้

'พริษฐ์' จี้ภูมิใจไทยอธิบายให้ชัด หลังถอนชื่อร่างรัฐธรรมนูญเพื่อไทย ทั้งที่เคยโหวตหนุน

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยให้ สส.ถอนชื่อจากการสนับสนุนร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ว่า ตนทราบจากข่าว เ

‘กล้าธรรม’ ถอนชื่อหนุนแก้ รธน.เพื่อไทย หวั่นขัดคำวินิจฉัยศาลฯ ปม สสร.

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรคกล้าธรรม เปิดเผยว่า พรรคกล้าธรรมได้พิจารณารายละเอียดของร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่พรรคเพื่อไทยเป็นผู้เสนอ โดยเฉพาะใน