การอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 24 มีนาคมนี้ได้รับความสนใจอย่างมากในสังคมไทย เพราะไม่เพียงแต่ฝ่ายค้านจะมุ่งตรวจสอบล็อกเป้า “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี
แต่ยังขยายแนวรบไปยัง “บุคคลในครอบครัวชินวัตร” ที่มีอำนาจและอิทธิพลในโครงสร้างการเมืองไทยอย่างลึกซึ้ง
พรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคประชาชน (ปชน.) และพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ต่างยืนยันว่า “ศึกซักฟอก” ครั้งนี้จะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะมี “หลักฐานเด็ด” อยู่ในมือ
บางฝ่ายอาจตั้งคำถามว่า การพูดถึง “หลักฐานเด็ด” ที่ฝ่ายค้านอ้างนั้นอาจจะเกินจริงหรือไม่ และหากไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน ก็อาจส่งผลเสียต่อความน่าเชื่อถือของฝ่ายค้านเอง
อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของฝ่ายค้านในครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจที่จะเปิดเผย “หลักฐานเด็ด” ซึ่งอาจทำให้ทั้งรัฐบาลและแวดวงการเมืองไทยสะเทือนหนักยิ่งกว่าเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
มีการตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการเชื่อมโยงทางการเมืองระหว่าง “ทักษิณ ชินวัตร” ผู้นำทางความคิดของพรรคเพื่อไทย และ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ผู้นำทางความคิดของพรรคประชาชน ซึ่งอาจทำให้การอภิปรายครั้งนี้กลายเป็นการต่อรองทางการเมืองแบบเก่า
ทว่าในสถานการณ์การเมือง ณ ปัจจุบัน คง “ไม่มีที่ว่าง” สำหรับการเล่นเกมเช่นนี้อีกต่อไป
การเคลื่อนไหวที่ชัดเจนจากทั้งสองพรรคแสดงให้เห็นว่า ฝ่ายค้านเตรียมเปิดเกมหนัก และจะไม่ปล่อยให้ศึกนี้กลายเป็น “มวยล้มต้มคนดู”
เริ่มจาก โฆษกพรรคพลังประชารัฐที่ปฏิเสธข่าวลือเรื่องดีลการดึงพรรคพลังประชารัฐเข้าร่วมรัฐบาลแลกกับการไม่ซักฟอก โดยยืนยันว่า “ไม่มีสัญญาณอะไรทั้งนั้น” และ “จะไม่ร่วมกับรัฐบาลแพทองธาร”
ยิ่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะนำทัพอภิปรายเองอย่างเต็มที่ ซึ่งยิ่งทำให้ชัดเจนว่า พรรคพลังประชารัฐจะไม่ปล่อยให้การอภิปรายครั้งนี้กลายเป็นเพียงพิธีกรรมที่ไม่มีผล
การยืนยันนี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำความมั่นใจของฝ่ายค้านในหลักฐานที่มี แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจที่จะนำเสนอข้อมูลที่สำคัญอย่างเต็มที่
โดยมีการกล่าวว่าเมื่อเราเปิดหลักฐานสำคัญ “ท่านนายกฯ จะไปไม่เป็นแน่” และ “จะต้องเลือกระหว่างร้องไห้หรือไม่ก็ลาออก” ซึ่งยิ่งแสดงถึงความมั่นใจและความหนักแน่นในการอภิปราย
ในขณะที่พรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคแกนหลักในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เพื่อเป้าหมายทางการเมืองทันที แต่ยังเพื่อ “ซื้ออนาคต” และหวังผลทางการเลือกตั้งในอนาคต
การใช้เวทีนี้เป็นพื้นที่ในการปูทางสำหรับการจัดตั้ง “รัฐบาลพรรคเดียว” ที่พรรคประชาชนฝันถึง
คำว่า “ดีลแลกประเทศ” ที่พรรคประชาชนชูประเด็นใหญ่ เชื่อมโยงกับการเจรจาที่มีการดำเนินการมาในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งคำนึงถึงผลประโยชน์ของชนชั้นนำที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน
เช่น การทำให้บุคคลบางคน อย่าง “ทักษิณ” กลับบ้านโดยไม่ต้องรับโทษติดคุกแม้แต่วันเดียว และเพื่อให้ “แพทองธาร” ได้ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี
ในขณะเดียวกัน “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” หนึ่งในขุนพลของพรรคประชาชน ได้เปิดฉากโจมตี “แพทองธาร ชินวัตร” ก่อนที่การซักฟอกจะเกิดขึ้น โดยกล่าวว่า “นายกฯ ไม่รู้สี่รู้แปด” ซึ่งเป็นสำนวนที่สื่อความหมายว่า ไม่รู้เรื่องอะไรเลย
ในทางการเมืองสะท้อนถึง “แพทองธาร” ในฐานะนายกรัฐมนตรี ไร้ความสามารถในการบริหาร และแสดงถึงการขาดความรับผิดชอบในเรื่องสำคัญที่อาจมีผลกระทบต่ออนาคตของประเทศ
ไม่เพียงเท่านั้น “รังสิมันต์ โรม” หนึ่งในแกนนำพรรคประชาชน ที่เคยอภิปรายประเด็น “ตั๋วช้าง” ในยุครัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ก็ยืนยันว่าจะเปิดเผยหลักฐานที่อาจ “มัดตัว” นายกรัฐมนตรีแพทองธารได้อย่างแน่นหนา ซึ่งอาจสะเทือนวงการการเมืองมากยิ่งกว่ากรณี “ตั๋วช้าง” เสียด้วยซ้ำ
เดิมพันในศึกซักฟอกครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ “ตัวเลข” ของการลงมติ แต่คือ “ความเชื่อมั่น” ของประชาชนที่อาจส่งผลต่ออนาคตของรัฐบาลนี้
แม้ว่าเสียงในสภายังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ “แพทองธาร” รอดจากการโหวตครั้งนี้ แต่สิ่งที่ฝ่ายค้านต้องการไม่ใช่แค่ “คะแนนเสียง” ในการลงมติ แต่ต้องการ “คะแนนศรัทธา” จากประชาชน ซึ่งจะเป็นพลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาอภิปรายจริง ฝ่ายค้านจะสามารถเปิดเผย “หลักฐานเด็ด” ได้ตามที่กล่าวอ้างหรือไม่?
การอภิปรายครั้งนี้จะไม่เพียงแค่การตรวจสอบรัฐบาล แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญที่จะสร้างผลกระทบต่อทิศทางการเมืองไทยในอนาคต รวมทั้งยังส่งผลต่อการวางตำแหน่งทางการเมืองของครอบครัวชินวัตรเอง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตร. เตรียมทำความเห็นแย้ง 'อัยการสั่งไม่ฟ้อง' อดีตผู้สมัคร สส.พรรคส้ม คดียาเสพติด-ฟอกเงิน
พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยถึงกรณีที่มีรายข่าวจากพรรคประขาชนระบุ อัยการสั่งไม่ฟ้อง นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร เขต 33 (บางพลัด–บางกอกน้อย) ของพรรคประชาชนในคดียาเสพติดและฟอกเงิน ว่า
'เด็จพี่' สอน 'เท้ง' ทองแท้ไม่กลัวไฟ คนโปร่งใสต้องไม่กลัวความจริง
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการให้สัมภาษณ์ของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวห
ซัดพรรคส้ม 10 ปี ไม่เคยทำประโยชน์ให้ประชาชน!
วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ตั้งพรรคส้มมาจะ 10 ปีแล้ว เคยทำอะไรที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน "ทุก
พลิก! อัยการสั่งไม่ฟ้อง อดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน คดียาเสพติด-ฟอกเงิน
คดีอดีตผู้สมัคร สส.กทม. เขต 33 พรรคประชาชน มีความคืบหน้า หลังอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องข้อหายาเสพติดและฟอกเงิน แต่กระบวนการยังไม่สิ้นสุด ต้องรอ ผบ.ตร. พิจารณาว่าจะเห็นพ้องหรือแย้ง
'สนธิญา' ยื่นสอบจริยธรรม 'ไอซ์ รักชนก' ปมโพสต์จุ้น-เผลอเตะชามข้าวหมา
'สนธิญา' ยื่น 'โสภณ' สอบจริยธรรม 'ไอซ์ รักชนก' ปมโพสต์จุ้น-เผลอเตะชามข้าวหมา ลั่นระดับประธาน กมธ. ไม่ควรทำเช่นนี้ ชี้ฟ้องหมิ่นประมาทได้ แต่ไม่ทำ ไม่อยากจองเวร
'ปชน.' ไล่บี้ 'รมว.แรงงาน' เร่งพีอาร์เลือกตั้ง 'บอร์ดประกันสังคม'
'ปชน.' จี้ รมว.แรงงาน เร่งประชาสัมพันธ์เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 27 ก.ย. หลังยอดลงทะเบียนวูบ เผยมีเวลาถึง 15 ก.ค. นี้ หากไม่ลงทะเบียนล่วงหน้าหมดสิทธิร่วมดูแลเงิน 2.9 ล้านล้านบาท

