ดร.เสรี ประกาศไม่เลือกใคร หากยังดันกฎหมายบ่อน

นักวิชาการ โพสต์เฟซบุ๊กจวก พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์ฯ เอื้อเปิดบ่อน ชี้ไม่ไว้ใจพรรคร่วม หากยังไม่เปลี่ยนจุดยืน เลือกตั้งหน้าเตรียมลง “ไม่ประสงค์จะเลือกใคร”

12 เมษายน 2568 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์เฟซบุ๊ก ว่าถ้าหากจากวันนี้จนถึงวันเลือกตั้งคราวหน้า จุดยืนเรื่องบ่อนของพรรคร่วมไม่เปลี่ยนแปลง โดยยินดีที่จะมองว่า พรบ. ที่กำลังจะพิจารณาเป็น พรบ. Entertainment Complex ไม่ใช่ พรบ.เพื่อตั้งบ่อน เราคงต้องลงคะแนน "ไม่ประสงค์จะเลือกใคร" เพราะไม่รู้จะไว้ใจใครได้

เราไม่มีความรู้ด้านกฎหมายอะไร แต่เราคิดว่าธุรกิจอื่นๆใน Entertainment Complex นั้นน่าจะทำได้โดยไม่ต้องอาศัย พรบ. เจ้าปัญหานี้ เพราะว่าทุกธุรกิจมีกฎหมายกำกับอยู่แล้ว

ดังนั้น มันทำให้เราเห็นว่า พรบ. ฉบับนี้ น่าจะออกมาเพื่อให้เปิดบ่อนพนันได้ โดยไม่ผิดกฎหมายเท่านั้น แม้จะกินพื้นที่เพียง 10% แต่ผลกระทบเชิงลบของบ่อนที่มีต่อสังคมนั้นมันมหาศาล ทำไมยังเห็นด้วยกันอีก

ฤา เราจะต้องยอมแพ้ นักการเมืองเขาจะรวมหัวกันจะทำอะไรก็ปล่อยให้เขาทำไป เขามีเสียงข้างมากในสภา เขามาจากการเลือกตั้ง เราจะสู้อะไรพวกเขาได้

ถามเพื่อนๆที่เรามีจุดยืนทางการเมืองเหมือนกัน หนุนพรรคเดียวกัน ท่านเหนื่อยไหม ท่านยังมีแรงจะสู้ต่อไหม ท่านยังมีความหวังอะไรไหม.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เขาจะเลือกตั้งอะไรกัน

มีคนจำนวนมากเห็นป้ายติดตามเสาไฟฟ้า มีลักษณะเป็นป้ายหาเสียงเลือกตั้ง เพราะเห็นมีหมายเลขประกบกับรูปของคนที่สมัครลงรับเลือกตั้ง หลายคนเห็นก็พอจะรู้ว่ากำลังจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ

พระมหากษัตริย์ไทยคือธรรมราชา

คนไทยโชคดี เพราะตั้งแต่เรามีประเทศที่เป็นเอกราช พระมหากษัตริย์ของเราก็เป็นธรรมราชา คือทรงเป็นพระราชาที่ทรงธรรม ทรงมีทศพิธราชธรรมเป็นหลักธรรม 10 ประการที่พระมหากษัตริย์ของเราทรงยึดถือปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขของอาณา

วาทกรรมครอบงำสาวกผู้ภักดี

สังคมยุคนี้เขาเรียกกันว่าเป็น “สังคมข่าวสาร” เป็นสังคมที่มีการแข่งขันทางการเมืองใช้ “ข่าว” มากกว่า “เงิน” ดังนั้น คนที่ต้องการชัยชนะทางการเมืองจะต้องเก่งด้านการข่าวในทุกๆ มิติ 1)

เล่นการเมืองเพื่อใคร

ในสังคมประชาธิปไตย เมื่อมีการเลือกตั้งเสร็จแล้ว ก็จะมีพรรคที่ชนะจัดตั้งรัฐบาล โดยรวมเสียงพรรคต่างๆ เข้าด้วยกันให้มากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สส.ในสภา และต้องมากกว่ากึ่งหนึ่งมากพอสมควร

ของใหม่ไม่ได้ดีเสมอไป

ในความทันสมัย เราจะเห็นภาษาอังกฤษว่า “neo” ที่แปลว่าใหม่ และภาษาไทย เราก็จะเจอคำว่า “นว” (อ่านว่า “นะวะ” ซึ่งก็แปลว่าใหม่เหมือนกัน นอกจากนี้ในวิชาการจัดการที่จะต้องสอนเรื่องการวาง