'วัน' โชว์เหนือย้อนเจ็บ 'รังสิมันต์' เซ่นสภาล่ม อ้าวเฮ้ย!วันนั้นกับวันนี้ไม่เหมือนกัน

สภาล่ม

6 ก.พ.2565 - สืบเนื่องจากกรณี สภาล่ม นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วิพากษ์วิจารณ์พรรคเพื่อไทยอย่างดุเดือด ที่ไม่แสดงองค์ประชุมในการพิจารณารายงานกฎหมายสำคัญ เช่นการพิจารณากฎหมายสุราก้าวหน้า หรือกรณีร่าง พ.ร.บ.บำนาญแห่งชาติ เมื่อ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา

นายรังสิมันต์ โรม ระบุในเฟซบุ๊ก ว่าด้วย สภาล่ม ดังนี้ 1. เนื่องจากก้าวไกลโดนพาดพิง หาว่าไม่เคารพมติพรรคร่วม ผมยืนยันว่า พรรคก้าวไกลเราไม่ได้ฝืนมติ และทำอะไรที่ผิดมารยาททางการเมือง การแสดงตนของพรรคก้าวไกลในวันพุธที่มีร่างธรรมนูญศาลทหารและ พรบ. สุรา ของก้าวไกลเข้าสภา เราได้มีการแจ้งให้พรรคร่วมทราบล่วงหน้าตั้งแต่ประชุมแล้ว

2.วันนี้ที่มีรายงานคลองไทยเข้า มติพรรคร่วมกำหนดว่าห้ามแสดงตน เพื่อทดสอบองค์ประชุมของรัฐบาล ส.ส. ก้าวไกลส่วนใหญ่ยึดตามนั้น แต่ปรากฎว่าเป็นเพื่อไทยไม่ปฏิบัติตามมติ ก้าวไกลจึงตัดสินใจว่า เราจะยืนยันจุดยืนของเรา คือ การแสดงตน ในวาระที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน

3.เรื่องคะเนกันว่าสุดท้ายประยุทธ์ จะยุบสภาถ้าสภาล่ม บ่อยๆ เห็นล่มไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ก็ไม่เห็นจะยุบสักที เกมที่เล่นกันอยู่แทนที่จะทำลายประยุทธ์ กลับทำลายเครดิตสภา ทำลายความหวังประชาชน ไม่ต่างกับการเมืองเก่า ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการเมืองและความน่าเชื่อถือต่อประชาชนระยะยาว

4.พรรคก้าวไกลแม้เป็นฝ่ายค้าน มี สส น้อยนิด เราก็พยายามทำงานอย่างเต็มที่ เสนอกฎหมายรายงานหลายฉบับในสภา ถ้าดูระเบียบวาระของสภา จะเห็นชื่อคนของก้าวไกลเสนอเต็มไปหมด แม้รู้ทั้งรู้ว่าผ่านยาก แต่มันก็ต้องทำงานอย่างเต็มที่ให้คุ้มกับภาษีประชาชน วันนี้ไม่ได้พรุ่งนี้ก็เอาใหม่

5.ผมยืนยันว่าการประชุมสภาเป็นหน้าที่ส.ส. ไม่น้อยไปกว่าการทำงานพื้นที่ พรรคก้าวไกลต้องการทำหน้าที่ตามที่ประชาชนมอบหมายมาอย่างดีที่สุด ประชาชนคือผู้ตัดสินว่าการทำหน้าที่ของเราถูกต้องหรือ

ต่อมา นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กระบุว่า "ฝ่ายค้านมีความคิดเห็นไม่ตรงกับรัฐบาล ไม่สนับสนุนรัฐบาล เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่ฝ่ายค้านที่ไปสนับสนุนรัฐบาล นี่สิแปลกประหลาด!"

อย่างไรก็ตามผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้นำโค๊ดคำพูดของนายรังสิมันต์ ที่ว่า "การเล่นเกมสภาล่ม เพื่อให้ประยุทธ์ ยุบสภานั้นเป็นการดิสเครดิตสภาเสียมากว่าพร้อมยืนยัน ส.ส.มีหน้าที่เข้าสภาเพื่อผ่านกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อชาติ" ตั้งคำถามต่อนายวัน ว่า "เล่นบทอะไรกันอยู่ครับ"

ทำให้ นายวัน ตอบกลับไปว่า "อ้าวเฮ้ย วันนั้นกับวันนี้ไม่เหมือนกัน" พร้อมอธิบายด้วยการข้อความของ นายรังสิมันต์ ที่โพสต์เฟซบุ๊ก เมื่อ 9 พ.ย.2564 โดยมีเนื้อหาดังนี้

จากวันนี้เป็นต้นไป ทุกการประชุมสภาเป็นเสมือนวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลไปเรียบร้อยแล้ว

ผมได้เห็นข่าวที่นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมาให้สัมภาษณ์บ่นว่า มีการพยายามใช้สภาเป็นเครื่องมือล้มรัฐบาลแล้ว ก็ได้แต่รู้สึกว่า พลเอกประยุทธ์ในฐานะนายกรัฐมนตรีนั้น นอกจากไม่เคยให้ความสำคัญกับสภา ไม่เคยมาตอบกระทู้ถาม ไม่เคนสนใจใยดีกับ ส.ส.ที่ยกมือเลือกตัวเองเป็นนายกแล้ว ยังไม่มีความเข้าใจในเรื่องของรัฐสภาเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่ตัวเองเป็นรัฐบาลที่มาจากพรรคที่คุมเสียงข้างมากในสภา

“องค์ประชุมเป็นของรัฐบาล” คำนี้คือนิยามสั้นๆที่สะท้อนถึงความยึดโยงของสภาผู้แทนราษฏรต่อรัฐบาล เพราะการมีเสียงข้างมากในสภาส่งผลต่อการผ่านร่างกฎหมายหรือวาระต่างๆ หากแต่ว่าหากรัฐบาลไม่มีเสถียรภาพและคุมเสียงข้างมากไม่ได้ และส่งผลทำให้การผ่านร่างกฎหมายของรัฐบาลไม่สำเร็จ ตามธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไปคือจะต้องมีการยุบสภาทันที เพราะถือว่าการคุมเสียงข้างมากในสภาทำไม่ได้เสียแล้ว

และหลังจากที่เปิดประชุมสภา เราเห็นภาวะความง่อนแง่นของการประชุมสภาไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งที่สัปดาห์แรก เรื่องต่างๆที่ประชาชนส่งมาทางผู้แทนควรจะได้มาแก้ไขด้วยสภา แต่ก็เกิดภาวะสภาล่ม จนบัดนี้ก็ยังไม่มีความมั่นใจใดๆต่อรัฐบาลได้เลยว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฟากรัฐบาลจะมาทำหน้าที่อย่างเต็มใจ ซึ่งจากข่าว เราอาจได้เห็นอะไรบางอย่างในภาวะที่ใกล้เลือกตั้งท้องถิ่นแล้ว อยู่ๆมีส.ส.ฟากรัฐบาลละเลยหน้าที่ของตัวเองในสภา แต่กลับไปแสดงท่าทีราวกับว่าช่วยเหลือการเลือกตั้งท้องถิ่นที่กำลังจะมาถึง ทั้งที่ไม่สามารถทำได้ตามกฎหมาย

และนั่นส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ เพราะหากสภาล่มแล้วล่มอีก หรือเกิดเสียงโหวตไม่ครบในร่างกฎหมายของรัฐบาล นั่นหมายถึงรัฐบาลจะล้มเอาเสียดื้อๆ จนน่าจะเรียกว่าเป็นงานหนักของประธานวิปรัฐบาลคนใหม่อย่างยิ่งในการควบคุมเสียงในพรรคร่วมรัฐบาลให้ได้ เพราะการที่ประธานวิปคนใหม่ถูกเลือกมาทำหน้าที่จากนายกรัฐมนตรีโดยตรง ย่อมต้องหวังว่าเสียงในสภาจะไม่ทำให้นายกรัฐมนตรีต้องยุบสภากลางทาง แต่บรรดาส.ส.ของรัฐบาล กลับไปให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งท้องถิ่นมากกว่าหน้าที่ในสภาผู้แทน อันจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล

สิ่งเหล่านี้สะท้อนความง่อนแง่น พร้อมจะพังของรัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง จนผมรู้สึกว่าพลเอกประยุทธ์อาจจะหมายถึงคนที่พยายามใช้สภาล้มรัฐบาล ไม่น่าจะหมายถึงฝ่ายค้านเสียแล้ว แต่เป็นฝ่ายรัฐบาลเองนั่นแหละที่กำลังเลื่อยขาพลเอกประยุทธ์มาทำขาเก้าอี้ตัวเองอยู่

และในสถานการณ์นี้ ทำให้ทุกวันที่มีประชุมสภา รัฐบาลอาจจะสะดุดขาพวกเดียวกันเองหกล้มไปเมื่อไรก็ได้ ซึ่งนั่นแย่มาก เพราะเป็นการเล่นการเมืองใส่กันเองของผู้มีอำนาจ แทนที่สภาจะได้ทำหน้าที่ตอบสนองต่อปัญหาของประชาชนที่กำลังพยายามเสนอแก้ไขยกเลิกกฎหมายอาญามาตรา 112 และสารพัดปัญหาอื่นๆ ทั้งราคาข้าวตกต่ำ น้ำท่วม อีกหลายอย่าง ที่เป็นผลมาจากการบริหารงานของรัฐบาล

โดยสรุป สภาวะแบบนี้ รัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะ ก็เหมือนกับเจอสภาวะราวกับโดนอภิปรายไม่ไว้วางใจจากสภาทุกวัน เสียงก็คุมไม่ค่อยได้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่ารัฐบาลจะทนได้นานแค่ไหนกัน?

บางทีพลเอกประยุทธ์ควรจะยอมรับสภาพว่า แม้แต่พวกเดียวกับก็ไม่สนับสนุนแล้ว เพราะคงเตรียมตัวเลือกตั้งใหม่โดยมีนายกเป็นคนอื่น การจะได้กลับมาทำหน้าที่ต่อก็คงเป็นไปได้ยาก ดังนั้นพลเอกประยุทธ์ควรพิจารณาให้ดีถึงสภาวะที่เป็นอยู่เสียบ้าง แม้ว่าจะไม่สามารถระลึกกรรมที่ทำต่อประเทศชาติและประชาชนได้ในอดีต แต่ภาพทุกวันนี้ พลเอกประยุทธ์ก็คงเห็นแบบเดียวกับที่พวกเราเห็นนี่แหละครับ ยอมรับความจริงแล้วหาทางลงให้ตัวเองได้แล้ว ก่อนจะสะดุดขาใครใกล้ตัวก็ไม่รู้จนล้มคว่ำเอาในอนาคตอันใกล้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สาวให้ถึงตัวการใหญ่! 'โรม' งัด พรบ.อำนาจเรียก 'อนุทิน-นฤชา-อธิการบดี มศว' แจงโกงสอบท้องถิ่น

"โรม" ซัด "อนุทิน" เมินแจง กมธ.กฎหมาย ไม่ส่งผู้แทนให้ข้อมูลปมโกงสอบท้องถิ่นสักครั้ง เผย อธิการบดี มศว ให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ บอก ’ทองเจือ‘ ไม่ได้คุยเรื่องจัดสอบ สงสัยคุยเรื่องอะไรกัน เผย พบหลักฐานโยงเส้นเงินกว่า 70 คน ชี้ อาจสูงถึงกว่าระดับสส.-รัฐมนตรี ดักคอ หากเบี้ยวอีกงัดกฎหมายจัดการ ตกใจ ป.ป.ช. เข้าไม่ถึงข้อมูลคณะทำงาน ‘รองปกรณ์’ ยังไม่คืบตรวจกระดาษคำตอบ อ้างไม่มีเงินเช่าเครื่องตรวจ

ก่อนเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 (ตอนที่ 3)

“ใครมาเป็นรัฐบาล มันก็โกงเหมือนกันหมด แต่กินแล้วแบ่งเราบ้าง ทำให้เราอยู่ดีกินดีบ้าง นี่ยอมรับได้” “เคยถามชาวบ้านเมื่อตอนที่นักการเมืองของพวกเขาถูกตรวจพบว่า

ฝ่ายค้านโวยแหลก รัฐมนตรีเบี้ยวตอบกระทู้ซ้ำซาก รู้ล่วงหน้ายังไม่มา

ฝ่ายค้านโวยแหลก 'รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้ 'ปกรณ์วุฒิ' บอก แต้มบุญไม่ถึง จ่อ ไม่ให้ความร่วมมือตามข้อตกลง ด้าน 'พริษฐ์' ขอให้สิทธิ 'ฝ่ายค้าน' เหมากระทู้สดสัปดาห์หน้า ก่อนถูก 'กรวีร์' เบรคบอกให้ไม่ได้ ก่อนเรื่องยุติ หลัง 'โสภณ' ให้วิปสองฝ่ายตกลงกันเอง

'โสภณ' แจ้งข่าวดี จัดแข่งลดพุงข้าราชการสภา ไอเดียแจกของขวัญปีใหม่

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกิจกรรมพานแว่นฟ้า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ประชาชนสร้างสรรค์ผลงานเขียนที่ส่งเสริมประชาธิปไตย ว่า ตนยังไม่ได้เห็นรางวัลที่ชนะเลิศ แต่การทำอะไรเราต้องทำจริง เหมือนที่เราพูดว่าจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสภา เราเปลี่ยนทางกายภาพก่อน คือความเข้มแข็งของร่างกาย จิตใจที่จะทำงาน ซึ่งเป็นรูปธรรม ส่วนนามธรรมก็อีกเรื่องหนี่ง ตนไม่ชอบอยู่คำหนึ่งคือ “เล่นการเมือง”