ลุ้น ครม.ชุดใหม่ “แพทองธาร 2” เปิดชื่อ “บิ๊กเล็ก–พล.อ.สุนัย” ชิงตำแหน่ง รมว.กลาโหม ขณะ “ประเสริฐ” ขยับนั่ง มท.1 ประชาธิปัตย์คงโควตาเดิม 3 ตำแหน่ง กล้าธรรมได้เพิ่ม ส่วน รทสช.เคลียร์ปัญหาในพรรคลงตัว “กลุ่ม 18” เสนอชื่อ “ปลัดจตุพร” คว้าตำแหน่ง รมว.ดีอี
22 มิถุนายน 2568 - ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) “แพทองธาร 2" พรรคที่เสร็จแล้วทยอยส่งชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคตนเองไปยังแกนนำรัฐบาล มีบางตำแหน่งของบางพรรคที่ยังไม่เรียบร้อย คาดว่าจะเสร็จเรียบร้อยภายในสัปดาห์หน้า
โดยในส่วนเก้าอี้รมว.กลาโหมคนใหม่ มีชื่อ “บิ๊กเล็ก” พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รมช.กลาโหม และมีชื่อ พล.อ.สุนัย ประภูชะเนย์ อดีตผบ. หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในนามพรรคเพื่อไทย และเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 21 เคยรับราชการในพื้นที่ลพบุรี เป็นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ซึ่งเป็นรุ่นน้องเตรียมทหาร พล.อ.ณัฐพล ที่อยู่ในรุ่น 20
ส่วนกระทรวงมหาดไทย มีชื่อนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯและรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มานั่งเก้าอี้ “มท. 1” ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 3 เก้าอี้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรค ยังนั่งในตำแหน่งเดิม ส่วนนายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.สาธารณสุข สลับมานั่งเก้าอี้ รมช.มหาดไทย และมีชื่อ นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช นั่งเก้าอี้รมช.สาธารณสุข
ด้านพรรคกล้าธรรม รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค มีแนวโน้มเสนอชื่อนายอรรถกร ศิริลัทธยากร สายตรง รอ.ธรรมนัส เข้ารับตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ และมีแนวโน้มว่าพรรคกล้าธรรม จะได้รัฐมนตรีเพิ่มอีก 1 ตำแหน่ง
ส่วนความเคลื่อนไหวพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ทั้งหมด 4 เก้าอี้เหมือนเดิม โดยแกนนำรัฐบาลแก้ปัญหาความขัดแย้งภายในพรรค จากเดิม 1 เก้าอี้รัฐมนตรีช่วยเป็นโควตากลาง ตัด 1 เก้าอี้ในส่วนนี้ให้เป็นโควตากลุ่ม 18 ของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ และรองหัวหน้าพรรค
ทำให้ 4 เก้าอี้ รทสช. แบ่งเป็น 2 เก้าอี้ ฝั่งนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค ส่วนอีก 2 เก้าอี้ เป็นของกลุ่ม 18 เพราะทั้งนายพีระพันธุ์และนายสุชาติมีเสียงเท่ากัน 18 เสียง โดยมีชื่อคนนอก นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หรือ “ปลัดตุ๋ม” ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นโควตากลุ่ม 18 นั่งเป็นรมว.ดีอี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา แกนนำกลุ่ม 18 เดินทางเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้า เพื่อนำรายชื่อรัฐมนตรีโควตาของกลุ่มเข้าหารือกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ
ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่า ทั้งกลุ่ม 18 และกลุ่มของนายพีระพันธุ์ ยื่นข้อเสนอขอควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%
โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.
ขึ้น‘ค่าจ้าง’ต้องมีเหตุผล แรงงานยื่นข้อเสนอพรึ่บ
“อนุทิน” ระบุขึ้นค่าแรงต้องมีเหตุผล รัฐบาลเตือนนายจ้างวันแรงงานแห่งชาติ ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานพร้อมรับค่าจ้างปกติ ถ้าไม่ได้หยุดเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1 เท่า ค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ขณะที่ 27 องค์กรรวมพลยื่น 8 ข้อเรียกร้องรัฐบาล ตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง-อัปเกรดสวัสดิการ
นายกฯ อวยพร 'วันแรงงานแห่งชาติ' ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล
'อนุทิน' อวยพรวันแรงงานแห่งชาติ ขอให้สุขภาพแข็งแรง ทำงานสำเร็จ-มีความมั่นคงในชีวิต ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล
รัฐบาล โอ่ 'สิงคโปร์' สนใจ 'แลนด์บริดจ์' ซัดฝ่ายค้านอย่าด้อยค่า ยันประเมินคุ้มทุนทางศก.
‘โฆษกรัฐบาล’ เผย วงคุย นายกฯ-รมว.กลาโหมสิงคโปร์ ชื่นมื่น ระบุสิงคโปร์สนใจ ‘แลนด์บริดจ์’ ซัดฝ่ายค้านอย่าด้อยค่า ยันรัฐประเมินคุ้มทุนทางเศรษฐกิจอย่างรอบคอบ ไม่อนุมัติโครงการกระดาษเปล่าแน่นอน
'พนักงานจ้างท้องถิ่น' เฮ! ขึ้นค่าตอบแทน ย้อนหลัง 1 พ.ค. 67
รัฐบาลเดินหน้าปรับค่าตอบแทน 'พนักงานจ้างท้องถิ่น' มีผลย้อนหลัง 1 พ.ค. 67 ยกระดับรายได้ให้สอดคล้องนโยบายปรับเงินเดือนภาครัฐ

