10 ก.ค.2568 - นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และโรงพยาบาลตำรวจ ล้วนมีวิบากกรรมที่ต้องชำระกรณีป่วยทิพย์ชั้น 14” ระบุว่า
มีรายงานข่าวเมื่อเย็นวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 จากแพทยสภา เกี่ยวกับการตรวจสอบแพทย์ 4 ราย ที่มีผู้กล่าวโทษว่า ประพฤติผิดจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม กรณีการตรวจรักษานายทักษิณ ชินวัตร (อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นนักโทษเด็ดขาด) ที่สถานพยาบาลเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และโรงพยาบาลตำรวจ ระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 ว่า
คณะกรรมการแพทยสภาพิจารณาแล้ว มีมติเป็นรายบุคคล ดังนี้
ก) นายแพทย์ ว. (ผู้อำนวยการทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์) ในข้อกล่าวหา ให้ข้อมูลหรือเอกสารทางการแพทย์อันไม่ตรงกับความเป็นจริง
มติ: ยกข้อกล่าวโทษ
ข) แพทย์หญิง ร. (แพทย์ผู้ตรวจร่างกายแรกรับ) ในข้อกล่าวหา มีพฤติการณ์ไม่เป็นไปตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
มติ: ว่ากล่าวตักเตือน
ค) พลตำรวจโท นายแพทย์ ส. (นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจในขณะเกิดเหตุ ต่อมาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.) ในข้อกล่าวหา ให้ข้อมูลหรือเอกสารทางการแพทย์อันไม่ตรงกับความจริง
มติ: พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม เป็นเวลา 3 เดือน (มีผล 1 ต.ค. 2568 - 31 ธ.ค. 2568)
ง) พลตำรวจโท นายแพทย์ ท. (รองนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ต่อมาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นนายแพทย์ใหญ่) ข้อกล่าวหา ให้ข้อมูลหรือเอกสารทางการแพทย์อันไม่ตรงกับความเป็นจริง
มติ: พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม เป็นเวลา 6 เดือน (มีผล 1 ต.ค. 2568 - 31 มี.ค. 2569)
ผู้เขียนเห็นว่า
1.ปัจจุบัน แพทยสภาได้ออกคำสั่งลงโทษแพทย์ทั้งสามรายดังกล่าวแล้ว คำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งทางปกครอง แพทย์ที่ถูกลงโทษสามารถฟ้องต่อศาลปกครองกลางภายใน 90 วันนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี (พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 49)
2.การลงโทษของแพทยสภาดังกล่าว เป็นการลงโทษฐานประพฤติผิดจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม ส่วนราชการต้นสังกัดยังมีหน้าที่ต้องสอบความผิดทางวินัยต่อไป
โทษทางวินัยของข้าราชการพลเรือนมี 5 สถาน คือ ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ลดเงินเดือน ปลดออก และไล่ออก (พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 88)
โทษทางวินัยของข้าราชการตำรวจ มี 7 สถาน คือ ภาคทัณฑ์, ทัณฑกรรม, กักยาม, กักขัง, ตัดเงินเดือน, ปลดออก และไล่ออก (พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 มาตรา 82)
3.แพทย์ที่ถูกลงโทษทางจริยธรรม และลงโทษทางวินัยแล้ว หากปรากฏว่า มีเจตนาช่วยเหลือให้นักโทษเด็ดขาดพ้นโทษหรือรับโทษน้อยลง อาจมีความผิดอาญาฐานทำคำรับรองเป็นเอกสารอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน (ป.อาญา มาตรา 269) และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต (ป.อาญา มาตรา 157)
4.พัศดีและเจ้าหน้าที่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร รวมทั้งอธิบดีกรมราชทัณฑ์ อาจมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานกระทำด้วยประการใดๆ ให้ผู้ที่อยู่ในระหว่างคุมขังหลุดพ้นจากการคุมขังไป (ป.อาญา มาตรา 204) และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต (ป.อาญา มาตรา 157)
5.นักโทษเด็ดขาดอาจมีความผิดฐานใช้หรือสนับสนุนให้เจ้าพนักงานกระทำความผิดอาญา
6.พนักงานอัยการมีอำนาจฟ้องผู้กระทำความผิดดังกล่าวต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤตมิชอบกลาง ซึ่งเป็นศาลชั้นต้น แต่หากปรากฏว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมร่วมกระทำความผิดด้วย อัยการสูงสุดหรือคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอำนาจฟ้องผู้กระทำความผิดทุกคนต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
7.การฟ้องคดีอาญาดังกล่าวเป็นคนละส่วนกับคดีที่ศาลฎีกาฯ กำลังไต่สวนว่า มีการบังคับตามคำพิพากษาที่ไม่เป็นไปตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดของศาลฎีกาฯ หรือไม่ ครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อดีตผู้พิพากษาอาวุโส' สะท้อนคดีคุกอดีตผู้ว่าอุบลฯ 'งบภัยพิบัติ' ไม่ใช่ตู้เอทีเอ็ม 'นักการเมือง-ขรก.'
วัส ติงสมิตร อ่านคดีอดีตผู้ว่าฯ อุบลฯ คุก 27 ปี เมื่อ 'ภัยพิบัติ' ถูกใช้เป็นใบเบิกทางสู่การทุจริต
'วัส ติงสมิตร' วิเคราะห์เมื่อคดีฮั้ว สว. บอกเราว่าปัญหาอาจไม่ใช่ 'คนโกง' แต่เป็น 'ระบบที่ชวนให้โกง'
นักวิชาการอิสระชี้ปัญหาไม่ใช่แค่ใครโกง แต่คือ ระบบถูกออกแบบมาอย่างไร จึงทำให้การโกงเป็นทางเลือกที่ได้เปรียบ ดังนั้นหากสังคมไทยต้องการปิดช่อง ฮั้ว สว. อย่างจริงจัง สิ่งที่ควรถูกหยิบขึ้นมาปฏิรูปมีอย่างน้อย 5 เรื่อง
'อดีตผูพิพากษา' ถอดรหัสคำชี้แจง กกต. 'ข้ออ้างทางกฎหมาย' สวนทางกับ 'ตรรกะและความโปร่งใส'
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง ถอดรหัสคำชี้แจง กกต.: เมื่อ "ข้ออ้างทางกฎหมาย" สวนทางกับ "ตรรกะและความโปร่งใส" มีเนื้่อหาดังนี้
ส่องปมร้อน 'ฮั้ว สว.' เมื่อกฎหมายกับพฤติกรรมศาสตร์สวนทางกัน!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสชี้ 4 ปัจจัยทำเกราะทองคำกระทำโดยสุจริตของ กกต.เสี่ยง!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
'อดีตผู้พิพากษาฯ' ยกเคส 'ศิริโชค' อธิบายชัด เปิดสำนวน ป.ป.ช. ผิดกฎหมายทันทีจริงหรือ
วัส ติงสมิตร โพสต์เปิดสำนวน ป.ป.ช. ผิดกฎหมายทันทีจริงหรือ? เมื่อข้อพิพาทไม่ได้อยู่แค่เรื่อง เอกสารลับ แต่อยู่ที่การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ

