ฝ่ายหนึ่งกำกับละคร ยกนักข่าวปลอมขึ้นเวที อีกฝ่ายกลับยอมจ่ายค่าเครื่องบิน–โรงแรม เชิญมาโชว์ต่อในไทย ในศึกที่ชี้ขาดด้วยภาพและเสียง โฆษกรัฐบาลกลับทำหน้าที่เป็นเพียง ไมค์ไร้สายในมือกัมพูชา ผลลัพธ์คือไทยพ่ายในเรื่องเล่า ทั้งที่กระสุนยังไม่ทันลั่น!
สงครามชายแดนไทย-กัมพูชาในวันนี้ ไม่ได้ถูกตัดสินด้วยเสียงปืนหรือจำนวนทหาร หากแต่ชี้ขาดกันด้วย สงครามข้อมูลข่าวสาร กัมพูชารู้ดีว่า หากควบคุม เลนส์ ให้โลกเห็นตามที่ต้องการ ก็ไม่จำเป็นต้องชนะในสนามรบจริง เพียงสร้างภาพว่าไทยคือผู้รุกราน ทุกอย่างก็ถูกปิดฉากลง
สิ่งที่น่ากังวลคือ สหรัฐฯ มองออกชัดเจนว่าไทยกำลังเสียเปรียบ ฝั่งกัมพูชาส่งสารพร้อมแพ็กเกจครบชุด ภาพ คลิป และการเล่าเรื่องที่สอดคล้องเป็นระบบ ขณะที่ไทยกลับ ติดหล่มในกรอบราชการ ใช้ถ้อยคำแข็งทื่อที่ไม่เป็นภาษาของโลก
การเยือนไทยของ ดร.แอนดรูว์ ไบเออร์ส รองผู้ช่วย รมว.กลาโหมสหรัฐฯ จึงคือสัญญาณเตือน เขาไม่ได้พูดแค่เรื่องหยุดยิงหรือเจรจา แต่ย้ำชัดว่า “เกมข่าวสารคือจุดอ่อนของไทย” คำพูดนี้ไม่ใช่เพียงคำทูต หากแต่คือกระจกสะท้อนสายตาวอชิงตันที่กำลังจับจ้อง
ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลจริงของไทยยังถูกเก็บไว้ในลิ้นชัก รายงานจากกาชาดสากล คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน และคำยืนยันจากทูตต่างประเทศ ทั้งหมดมีน้ำหนักมหาศาล แต่กลับถูกปล่อยให้คลิปตัดต่อและคำใส่ร้ายครองพื้นที่แทน
เมื่อสนามรบแห่งศตวรรษที่ 21 ย้ายจากป่าเขามาสู่หน้าจอมือถือทั่วโลก ไทยจึงถูกตีตราว่าแพ้ ทั้งที่ยังไม่เริ่มยิง และเมื่อโฆษกรัฐบาลไทยถือไมค์ผิดจังหวะ ความเสียเปรียบนี้จึงไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่คือ ความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง
แทนที่ จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หรือ โฆษกรัฐบาล จะใช้ไมค์เพื่อเปิดหลักฐานจากองค์กรนานาชาติ เขากลับเลือกเดินเกมกับ ไมเคิล อัลฟาโร นักล็อบบี้ยิสต์ที่ถูกปั้นเป็นตัวประกอบในฉากของกัมพูชา
การประกาศพร้อมออกค่าเครื่องบิน โรงแรม และค่าเดินทางให้ครบทุกบาททุกสตางค์ กลายเป็นภาพสะท้อนว่า โฆษกรัฐบาลไทยกำลังยืนบนเวทีที่คนอื่นกำกับไว้ ไม่ต่างจากผู้เล่นที่ยอมลงไปในฉากที่ศักดิ์ศรีไม่มีที่ยืน
ไมเคิลไม่ใช่นักข่าวทำเนียบขาว ไม่ใช่สื่อหลักของสหรัฐฯ หากแต่เป็นเพียง พีอาร์ฟรีแลนซ์ ที่รับงานสร้างภาพ เมื่อโฆษกรัฐบาลไทยเลือกจะพาเขามาไทยพร้อม “แพ็กเกจทัวร์ชายแดน” สิ่งที่ตั้งใจจะเป็นการตอบโต้กลับกลายเป็น การลดทอนศักดิ์ศรี
ในโลกการเมืองระหว่างประเทศ ความน่าเชื่อถือไม่ได้มาจากการพาคนไร้ตัวตนมาเที่ยว หากแต่มาจากการทำให้ เสียงของผู้สังเกตการณ์ที่แท้จริง ดังก้อง การทุ่มน้ำหนักกับละครตื้นเขิน จึงสะท้อนถึงความ ไร้เขี้ยวเล็บทางยุทธศาสตร์ ของโฆษกรัฐบาลไทย
และเมื่อกัมพูชาต้องการเพียงภาพที่โลกเชื่อว่าไทยคือผู้รุกราน การที่โฆษกรัฐบาลไทยไปให้ราคาไมเคิล ก็เท่ากับช่วยตอกย้ำภาพปลอมที่อีกฝ่ายสร้างเอง
ไมเคิล อัลฟาโร ปรากฏตัวขึ้นในฝั่งกัมพูชาด้วยบทบาท “นักข่าวทำเนียบขาว” ที่ดูเคร่งขรึม แต่เมื่อรื้อค้นพบเพียงบริษัทประชาสัมพันธ์เล็ก ๆ ใช้อีเมลฟรี เบอร์โทรกำกวม ที่ตั้งเลือนราง มากกว่าธุรกิจจริง ก็เป็นเพียง ฉากประกอบที่ถูกออกแบบไว้
การเดินทางฝั่งกัมพูชาได้รับการดูแลทุกขั้น ทั้งค่าใช้จ่ายและเส้นทางที่จัดให้เรียบร้อย ก่อนถูกส่งไปไลฟ์สด กล่าวหาว่าไทยละเมิดอธิปไตย ใช้ถ้อยคำแรงแต่ไร้หลักฐาน สิ่งที่ออกมาไม่ใช่การรายงานข่าว แต่คือ การแสดงที่ถูกเขียนบทไว้ล่วงหน้า
ที่น่าเจ็บปวดคือ โฆษกรัฐบาลไทยกลับเลือกยกน้ำหนักให้ตัวละครนี้ ราวกับเป็นกุญแจไขความจริง ทั้งที่พลังแท้จริงอยู่ในมือแล้ว—รายงานจากกาชาดสากล ผู้สังเกตการณ์อาเซียน และทูตต่างประเทศ
การเชื้อเชิญไมเคิลมาฝั่งไทย พร้อมประกาศจะออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างฟรี จึงไม่ต่างอะไรจากการสวมบทสมทบในละครที่กัมพูชาถือกล้องกำกับไว้ การกระทำเช่นนี้ทำให้โฆษกรัฐบาลไทยถูกตีค่าเป็น เสียงที่วิ่งตามเลนส์เพื่อนบ้าน มากกว่าจะเป็นเสียงแห่งรัฐที่มั่นคง
บทบาทของโฆษกรัฐบาลไทยควรเป็นเกราะคุ้มกันภาพลักษณ์ชาติ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงข้าม ไมค์ที่ถืออยู่แทนที่จะกลายเป็นอาวุธ กลับกลายเป็น เครื่องขยายเสียงของฉากปลอม ที่กัมพูชาปรุงแต่งไว้แล้ว
ความเสียหายจึงไม่ได้จำกัดอยู่ในประเทศ แต่สะท้อนออกไปถึงสายตาสากล กัมพูชาสามารถผลัก “ข่าวสารเทียม” ให้แพร่ได้รวดเร็ว ขณะที่ไทยกลับเลือกสื่อสารแบบ ตั้งรับและล้าหลัง ที่เลวร้ายกว่านั้นคือปล่อยให้โฆษกรัฐบาลไทยแสดงท่าทีอ่อนประสบการณ์ จนดูเหมือนกำลังวิ่งไล่เงาที่ถูกสร้างขึ้น
ทั้งที่หลักฐานจริงมีอยู่เต็มมือ—รายงานจาก AOT และ IOT ของอาเซียน ข้อมูลการละเมิดชายแดนด้วยโดรนและทุ่นระเบิด เสียงจากกาชาดสากล แต่แทนที่จะใช้สิ่งเหล่านี้กลับปล่อยให้ถูกกลบด้วย การท้าทายไร้สาระ ที่เชื้อเชิญคนไร้น้ำหนักมาสวมบทสื่อ
ไม่แปลกที่สหรัฐฯ จะสรุปว่า ไทยกำลังเสียเปรียบในสงครามข่าวสาร และเหตุสำคัญก็มาจากความผิดพลาดของ คนที่ควรเป็นผู้เล่าเรื่องแทนรัฐ แต่กลับทำให้เรื่องของรัฐกลายเป็นเสียงแผ่วในเวทีโลก
โฆษกรัฐบาลไทยที่ควรเป็นเสาหลักในการสื่อสาร กลับกลายเป็น ช่องโหว่ใหญ่ที่สุด ในเกมข่าวสารระหว่างประเทศ การแสดงออกที่เต็มไปด้วยท่าทีหวือหวาแต่ขาดสาร ทำให้เพียงการจัดฉากเล็กน้อยจากกัมพูชา ก็เพียงพอที่จะผลักไทยไปอยู่ในมุมที่เสียเปรียบ
สิ่งที่ควรถูกยกขึ้นอย่างมั่นใจคือหลักฐานจริง—รายงานของกาชาดสากล ข้อสังเกตจากผู้สังเกตการณ์อาเซียน หลักฐานการละเมิดชายแดนทางเทคนิค แต่ทั้งหมดกลับถูกไม่ให้เป็นแกนหลัก เพราะโฆษกรัฐบาลไทยเลือกไล่ตามภาพมายาที่อีกฝ่ายสร้าง
การเมืองคือศิลปะของ ภาพและเสียง ผู้ชนะไม่จำเป็นต้องมีข้อเท็จจริงมากกว่า หากแต่ต้องเล่าได้ดัง ชัด และบาดลึกกว่า เมื่อโฆษกรัฐบาลไทยขาดทักษะนี้ ไทยจึงพ่ายแพ้ในสมรภูมิที่ไม่มีเสียงปืนแม้แต่นัดเดียว
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้เจ็บปวดที่สุด เพราะไม่ได้เกิดจากความอ่อนแอทางทหาร แต่เกิดจากความ อ่อนด้อยของกระบอกเสียงรัฐ กัมพูชาจึงไม่จำเป็นต้องเหนื่อยยิงจรวด เพียงส่งไมเคิล อัลฟาโรมาก็พอให้โฆษกรัฐบาลไทยถือไมค์แล้วเปิดเวทีแพ้ด้วยปากของตัวเอง
ในสมรภูมิข้อมูล ข่าวปลอมอาจเป็นกระสุน แต่สิ่งที่ทำให้ไทยบาดเจ็บที่สุดไม่ใช่สิ่งที่กัมพูชาปล่อยออกมา หากคือ โฆษกรัฐบาลไทยที่เปิดแผลให้เอง ไมค์ที่ควรเป็นเครื่องมือป้องกัน กลับกลายเป็นดาบหันกลับมาทิ่มศักดิ์ศรีชาติ
กัมพูชามีเพียงไมเคิล อัลฟาโรเป็นตัวแสดง แต่ไทยกลับยกเวทีให้คนเช่นนั้นมีความหมาย ผลลัพธ์คือโลกไม่ได้จดจำเสียงจากกาชาดสากลหรือผู้สังเกตการณ์อาเซียน หากแต่จำได้เพียง “ทัวร์ชายแดน” ที่โฆษกรัฐบาลไทยหยิบไมค์เสนอ ราวกับเป็นชัยชนะ
ความผิดพลาดนี้ไม่เพียงทำให้ไทยเสียหน้าในระยะสั้น แต่ยังตอกย้ำภาพลักษณ์ว่า รัฐไทยอ่อนแอในการควบคุมเรื่องเล่า สหรัฐฯ จึงสรุปตรงไปตรงมาว่า ไทยเสียเปรียบกัมพูชาในสงครามข่าวสาร
บทเรียนสุดท้ายโหดร้าย กองทัพอาจคุ้มครองพรมแดนได้ แต่หากโฆษกรัฐบาลไทยยังไร้ทิศทาง ประเทศก็จะพ่ายในสงครามที่ไม่มีกระสุน และเมื่อเสียงที่ออกจากปากตัวแทนรัฐกลายเป็นเสียงที่ทำลายศักดิ์ศรีของชาติเอง ความพ่ายแพ้ก็สมบูรณ์โดยไม่ต้องยิงปืนแรกแม้แต่นัดเดียว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รบรอบสาม ไทย-เขมร มีแน่ ต้องไม่เลี้ยงไข้กัมพูชา
สถานการณ์"ไทยVSกัมพูชา"ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากไทยเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)
แม่ทัพภาค 2 มอบเหรียญ 'ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ' เชิดชูทหารกล้าพิทักษ์อธิปไตย
พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางลงพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อมอบวัตถุมงคลรุ่น “ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ” จำนวน 20,000 เหรียญ (ชุดแรก) แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยของชาติ
ชำแหละกัมพูชายับ! ซัดประชาธิปไตยล้มเหลว จับตา 5 ความฝัน 'ฮุน เซน'
อดีตนายทหารด้านความมั่นคงวิจารณ์กัมพูชาอย่างเผ็ดร้อน ชี้เป็นตัวอย่างของประเทศที่ประชาธิปไตยล้มเหลว ทั้งปัญหาสิทธิเสรีภาพ สื่อมวลชน และอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมวิเคราะห์ 5 เป้าหมายสำคัญของ “ฮุน เซน” ตั้งแต่เสริมกำลังชายแดน ฟื้นสัมพันธ์ทักษิณ ไปจนถึงความหวังเห็นพรรคประชาชนขึ้นเป็นรัฐบาลไทย ก่อนประเมินว่าหลายเรื่องอาจสวนทางกับความเป็นจริง
'นายกฯหนู' ดึงข้อศอก 'ฮุน มาเนต' ย้ำจุดยืนไทย เจรจาได้แต่ห้ามบังคับ
'อนุทิน' เผยดึงข้อศอก 'ฮุน มาเนต' คุยปมชายแดน ย้ำไม่ต้องการขัดแย้งกัน พร้อมเจรจาตามกรอบ แต่บังคับเมื่อไหร่หยุดทันที ลั่นไม่พูดเรื่องเปิดด่าน คำต้องห้ามเดี๋ยวคนไทยโกรธตาย
เพจดังขุดตำนาน 'จารชนขายชาติ' ไทยเสียพระวิหาร ระวังประวัติศาสตร์อาจซ้ำรอย ปมเจรจาเขตแดนทางทะเล
เพจเฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า จารชนคนขายชาติในคดีพิพาทเขาพระวิหารปี 2505 กับสถานการณ์ปี2569 ที่เรากำลังจะสู้คดีทางทะเลกับเขมรในเวทีโลก มันจะมีจารชนและคนขายชาติแบบเหตุการณ์นั้นอีกหรือไม่? บางคนคงคิดว่าข้าราชการไทยที่กินขี้เขมรมันมีอยู่แค่ในทฤษฎีสมคบคิด แต่ผิดแล้วครับ เรื่อง

