สภาฯ เอกฉันท์ผ่านร่างกม.นิรโทษกรรม ส่งวุฒิสภาพิจารณาต่อ “กมธ.” ยืนยันทำร่างกฎหมายละเอียด รอบคอบแล้ว หลังถูกท้วงเลือกนิรโทษกรรมบางกลุ่ม
21 ตุลาคม 2568 - ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯ วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ... ที่กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแล้วเสร็จ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุมได้พิจารณาด้วยความเรียบร้อย มติของเสียงข้างมากของสภาฯ ได้เห็นชอบตามที่กมธ.เสนอ จนมาถึงร่างมาตรา 9/1 ที่กมธ.ได้เพิ่มขึ้นใหม่ และปรับแก้ไขตามข้อหารือระหว่างกมธ. ในช่วงพักการประชุม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานกมธ. ชี้แจงว่า เนื้อหาที่ปรับแก้ไข มีเพียงเล็กน้อย โดยยังยืนยันต่อหลักการที่กำหนดให้บรรดาการกระทำที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรม ถ้าผู้กระทำความผิดซึ่งอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ไม่ว่าถูกดำเนินคดีหรือแจ้งข้อกล่าวหาแล้วหรือไม่ มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ให้พิจารณาทำแผนแก้ไข บำบัด ฟื้นฟูการกระทำความผิด แล้วส่งแผนพร้อมความเห็นไปยังพนักงานอัยการ เพื่อให้ใช้มาตรการและสั่งยุติคดี โดยไม่ต้องมีคำพิพากษา
“กมธ.เล็งเห็นการเปิดโอกาสให้กับเยาวชน แม้จะถูกกล่าวหาว่าทำผิดกฎหมาย แต่วันที่เกิดเหตุ อายุไม่ถึง 18 ปี ถือว่า สภาฯ ควรพิจารณาและเห็นชอบร่วมกัน ทั้งนี้ได้หารือกับหลายองค์กรและผู้รู้หลายคนไม่มีการขัดต่อหลักการของร่างพ.ร.บ.ที่สภาฯรับหลักการในวาระแรก ทั้งนี้ไม่ได้เขียนกฎหมายใหม่ หรือ สร้างอำนาจให้ฝ่ายบริหาร แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม หรือ มีอำนาจเหนือกว่าใช้ดุลยพินิจของฝ่ายตุลาการ” นายณัฐวุฒิ ชี้แจง
ทั้งนี้พบว่า กมธ.เสียงข้างน้อยและ สส.ที่สนับสนุนการนิรโทษกรรมให้กับเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี มองว่าเนื้อหาที่กมธ.บัญญัตินั้นให้โอกาสกับเยาวชนน้อยเกินไป พร้อมกับเสนอแนะให้ปรับแก้ไขเพื่อให้รอบคอบ ว่า มาตรการใดที่อยากให้บังคับใช้ หรือเข้าไปสู่กระบวนการ
ขณะที่น.ส.ศศิกานต์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน ฐานะกมธ.เสียงข้างน้อย กล่าวว่า กรณีที่กมธ.แก้ไขนั้น ถือเป็นการเลี่ยงบาลี และเลือกนิรโทษกรรมให้กับคนบางกลุ่มและเลือกทิ้งคนอีกกลุ่มหนึ่งไว้ข้างหลัง
ทำให้นายณัฐวุฒิ ชี้แจงว่า ไม่ได้มีเจตนาเลี่ยงบาลี แต่ต้องการทำให้กฎหมายเดินหน้าและผ่านความเห็นชอบของสว. เนื่องจากไม่มีเวลาแล้ว เหลือวันเดียวที่ต้องให้ผ่านและทำรายงานเพื่อส่งให้สว. ในวันพรุ่งนี้ (22 ต.ค.) เพื่อให้เข้าพิจารณาได้ทันสมัยประชุมนี้
“ผมเสนอเรียกร้องให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องหารือกันและสร้างความชัดเจนในความเข้าใจตรงกันว่า เมื่อผ่านไปสู่สว. แล้ว จะพิจารณาผ่านไปได้ เพราะหากถูกส่งกลับมายังสภาฯ ร่างกฎหมายฉบับนี้จะถูกตีตก และหลายพันคนที่เข้าข่ายนิรโทษกรรมจะถูกตีตกไปด้วย” นายณัฐวุฒิ ชี้แจง
นายณัฐวุฒิ ยังชี้แจงต่อไปอีกว่า อย่างไรก็ดีหากไปต่อไม่ได้ จะมีคำอธิบายกับคนจำนวนไม่น้อยอย่างไร และในร่างกฎหมายไม่ได้ทอดทิ้งผู้ที่กระทำผิดฐานอื่นๆ ตนคิดต่อไปด้วยว่าหากกฎหมายนี้ผ่าน โดยนิรโทษกรรมความผิดอื่นที่ถูกยกเว้นไว้ หากผมเป็นทนายจะนำไปยื่นปล่อยตัวชั่วคราว เพราะมีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่ง เพราะรัฐสภาเห็นชอบร่างกฎหมาย หากตรวจสอบผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปีที่ต้องคดี ที่มีได้ 20 คน โดยแบ่งเป็นอายุ 14 ปี 6 คน ที่เหลืออายุ 15-17 ปี ทั้งนี้ไม่มีใครถูกจำขัง บางคนคดีถึงที่สุดแล้ว ซึ่งถูกดำเนินการตามสิทธิของกฎหมาย บางคนอยู่ในระหว่างพิจารณาและเข้าเกณฑ์มาตรา 9/1 ทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในมาตราดังกล่าวได้ใช้เวลาอภิปรายนานกว่า1ชั่วโมง ก่อนที่จะลงมติตัดสิน โดยพบว่าเสียงข้างมากเห็นด้วยที่กมธ.เพิ่มขึ้นใหม่
จากนั้นได้เข้าสู่การพิจารณาบัญชีท้ายพระราชบัญญัติ ซึ่ง กมธ. แก้ไข เพิ่มคดีความผิดรวม 34 กรณี ซึ่งรวมถึง คดีสำคัญทางการเมือง อาทิ ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร มาตรา 124 ความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. และสว. ส่วนที่ไม่เกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้ง การเลือกตั้งไม่เป็นธรรม และคุณสมบัติอันเป็นเท็จ ความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2559 ความผิดตามประกาศและคำสั่งหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ประกาศและคำสั่งของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ประกาศและคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และประกาศและคำสั่งหัวหน้า คสช. เป็นต้น
ทั้งนี้นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน อภิปรายให้ตัดบัญชีแนบทางออก เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา อย่างไรก็ดีนายนิกร จำนง กมธ.เสียงข้างมาก ชี้แจงว่า การพิจารณาของกมธ. มีประเด็นเพิ่มเติมได้ คนที่โดนคดีเสนอเองและพิจารณาเติมให้ มีบางประเด็นที่ทักท้วงกรณีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง จึงพิจารณาเว้นคดีที่โกงเลือกตั้ง เท่าที่ทำมาละเอียดที่สุดและใช้เวลาพิจารณาครอบคลุมที่สุด หากจะมีปัญหาหรือผิดพลาด 0.01% อาจจะมีขึ้นได้ แต่บุคคลที่โดนคดีพยายามติดต่อให้ความเห็นมา ในนามกมธ.ทำดีที่สุดแล้วละเอียดรอบคอบที่สุดแล้ว
ขณะที่นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายเสนอให้เพิ่มต่อท้ายด้วยประโยคว่า “รวมถึงคดีมาตราอื่นที่เป็นคดีการชุมนุมทางการเมืองหรือแสดงออกทางการเมืองที่ไม่กล่าวตามบัญชีแนบท้ายนี้” อย่างไรก็ดีนายนิกรชี้แจงว่า หากเขียนปลายเปิด เหมือนตีเช็คเปล่าอาจเกิดผลเสียมากกว่า จึงยืนยันตามการพิจารณาของกมธ.
ต่อจากนั้นที่ประชุมได้ลงมติในวาระสาม ว่าจะเห็นชอบทั้งฉบับหรือไม่ โดยมติที่ประชุม 280 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ขั้นตอนจากนี้จะส่งให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจาก azuredevopslabs.com เว็บ บาคาร่า ออนไลน์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สว.พิสิษฐ์ ซัดกลับ 'สมชาย' ปูดสอดไส้นิรโทษฮั้ว สว. ยันไม่คิดล้างผิดตัวเอง
สว.พิสิษฐ์ โต้ “สมชาย แสวงการ” หลังตั้งข้อสังเกตร่างกฎหมายนิรโทษกรรมอาจสอดไส้ล้างผิดคดีฮั้วเลือก สว. ยืนยันไม่มีการแก้ไขในประเด็นดังกล่าว และไม่คิดนิรโทษกรรมตัวเอง
ประธาน กมธ.สร้างเสริมสันติสุข วุฒิสภา ยืนยันไม่มีสอดไส้นิรโทษกรรม 'คดีฮั้ว สว.'
พล.ต.อ.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสันติสุข วุฒิสภา กล่าวว่า ในการพิจารณาของ กมธ.ฯ ไม่พบเนื้อหาหรือสาระสำคัญที่ระบุถึงการนิรโทษกรรมคดีฮั้ว สว. และในบัญชีแนบท้ายไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. ยังยืนยันหนักแน่นว่ารับประกันได้ว่าไม่มี โดยในบัญ
กระจ่าง! ไม่นิรโทษ 'ฮั้วสว.' เปิดบัญชีท้าย 'พรบ.สร้างเสริมสันติสุข'
นายถาวร เสนเนียม อดีตรมช.คมนาคม และอดีตรมช.มหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สืบเนื่องจากการที่สื่อบางสื่อและมีผู้เขียนเฟซบุ๊กกังวลในเรื่องการออกกฎหมายนิรโทษกรรมหรือร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)
'สมชาย' ข้องใจ 'พ.ร.บ.นิรโทษกรรม' สอดไส้ล้างผิด 'คดีฮั้ว สว.'
นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ส่วนตัวสนับสนุนหลักการของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข
องครักษ์พิทักษ์ลูกเทพ ดาหน้าประท้วง 'หมอวรงค์' อภิปรายโครงการ TH-AI Passport
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้อภิปรายถึงรายละเอียดเชิงลึกของโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) วงเงิน 1,645 ล้านบาท ที่ส่อว่าไม่โปร่งใส เอื้อประโยชน์
'อนุทิน' โผล่สภาฯ บรรยากาศคึกคัก สส.แห่ทักทายร่วมเฟรมไม่ขาดสาย
"อนุทิน" โผล่สภาฯ หลังเสร็จภารกิจทำเนียบฯ เสริมบรรยากาศในห้องประชุมคึกคัก บรรดา สส. ทยอยเข้าทักทายไม่ขาดสาย เชิญถ่ายรูปตลอดเวลา

