23 ตุลาคม 2568 - ภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) สมัยวิสามัญ จัดขึ้น ณ จังหวัดจันทบุรี ระหว่างวันที่ 21 - 22 ตุลาคม 2568
ล่าสุดเมื่อช่วงเที่ยงวันนี้ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาพื้นที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว (บ้านโจกเจยและบ้านเปรยจัน) ระบุว่า พี่น้องประชาชนที่รัก วันนี้ ผมขอแจ้งให้ทราบถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาในหมู่บ้านโจกเจยและเปรยจัน เนื่องจากสถานการณ์ได้คืบหน้าไปมาก โดยทั้งสองฝ่ายสามารถใช้หลักกฎหมายเพื่อหารือและหาทางออกอย่างสันติ
ปัญหาที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านโจกเจยและเปรยจัน ซึ่งเริ่มต้นจากการใช้ลวดหนามและยางรถยนต์ของทหารไทยล้อมบ้านเรือนและพื้นที่เพาะปลูกของชาวบ้านบางส่วนมานานกว่า 2 เดือน ได้สร้างความลำบากให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบโดยตรง รวมถึงชาวบ้านอื่น ๆ ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านทั้งสองแห่ง ปัญหานี้ยังสร้างความตึงเครียดให้กับประชาชนชาวกัมพูชาทั้งในและต่างประเทศที่กำลังติดตามปัญหานี้อยู่
เป้าหมายของรัฐบาลตั้งแต่แรกเริ่มคือการป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลาม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนมากขึ้นเรื่อย ๆ และรุนแรงขึ้น รวมถึงการหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนที่สุด เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ รัฐบาลได้ใช้แนวทางการแสวงหาทางออกโดยสันติวิธี เพราะการใช้ความรุนแรงใด ๆ ไม่เพียงแต่ไม่สามารถหาทางออกได้เท่านั้น แต่ยังอาจนำไปสู่การขยายขอบเขตทางภูมิศาสตร์ของความขัดแย้ง และส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประชาชนมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งยังทำให้การหาทางออกเพื่อยุติปัญหาได้อย่างรวดเร็วเป็นเรื่องยาก
ผมเข้าใจความรู้สึกของประชาชน เพราะวิธีการอันโหดร้ายที่รัฐบาลเคยใช้ในอดีตบางครั้งก็ไม่ได้ผลตามที่เราต้องการในทันที แม้ว่าการหาทางออกดูเหมือนจะไร้ผล และการดำเนินการต่างๆที่เกิดขึ้นจริงกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น แต่บางท่านอาจรู้สึกสิ้นหวังและคิดว่าคงไม่มีทางออก
นอกจากนี้ การกระทำบางอย่างของฝ่ายไทย เช่น การกำจัดทุ่นระเบิด การจัดสรรที่ดินให้พลเมืองไทย หรือการทำลายอาคารในพื้นที่ที่กองทัพไทยได้ล้อมไว้แล้ว ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าอาจไม่มีทางแก้ไขได้ และบางคนถึงกับเข้าใจผิดว่ารัฐบาลกัมพูชาได้ตกลงแบ่งที่ดินของกัมพูชาไปแลกกับการหยุดยิงหรือข้อตกลงสันติภาพ
ผมขอย้ำว่า ไม่มีเจตนาที่จะยกดินแดนภายใต้อำนาจอธิปไตยอันชอบธรรมของกัมพูชาให้กับประเทศใดๆ เพื่อแลกกับการหยุดยิงหรือการเจรจาสันติภาพ กัมพูชาไม่ได้ละเมิดอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศเพื่อนบ้าน แต่กัมพูชาไม่ยินยอมให้มีการละเมิดอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา
ปัญหาชายแดนเป็นปัญหาที่ซับซ้อนซึ่งตกค้างมานานหลายร้อยปี ซึ่งเราต้องร่วมกันแก้ไขเพื่อให้ประชาชนของทั้งสองประเทศสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติตามแนวชายแดนได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม แนวทางแก้ไขที่ยอมรับได้จะต้องตั้งอยู่บนหลักการแห่งความโปร่งใส ความเห็นพ้องต้องกันโดยปราศจากการบีบบังคับระหว่างทั้งสองฝ่าย และการใช้กลไกที่ตกลงกันไว้ รวมถึงบนพื้นฐานของสนธิสัญญา อนุสัญญา และข้อตกลงที่มีอยู่ระหว่างสองประเทศ
ในเรื่องนี้ งานวัดและกำหนดเขตแดนอยู่ภายใต้อำนาจของคณะกรรมการเขตแดนร่วมกัมพูชา-ไทย (JBC) และต้องได้รับการแก้ไขโดยสันติวิธีตามสนธิสัญญา อนุสัญญา และข้อตกลงที่มีอยู่ระหว่างสองประเทศ คือ กัมพูชาและไทย JBC ได้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพมานานกว่า 20 ปี แม้ว่าจะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ก็ตาม
ในการประชุม JBC เป็นเวลา 2 วัน (21-22 ต.ค. 68) ซึ่งสิ้นสุดลงในเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 23 ต.ค. 68 ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันอย่างละเอียดถึงการหาแนวทางแก้ไขที่โปร่งใสและเป็นธรรมตามหลักการที่ตกลงกันไว้ โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขความขัดแย้งในหมู่บ้านโจกเจยและเปรยจัน (ระหว่างหลักเขตแดนหมายเลข 42 ถึง 47)
เพื่อหาทางออกนี้ ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะทำงานร่วมกันในด้านเทคนิคต่อไป เพื่อกำหนดขนาดและกำหนดเขตแดนชั่วคราว โดยใช้แผนที่ 1/200,000 ของสนธิสัญญาปี 1907 และบันทึกการปักปันเขตแดนของคณะกรรมาธิการปักปันเขตแดนฝรั่งเศส-สยามเป็นพื้นฐาน ผลลัพธ์ที่ได้จะถูกตรวจสอบกับทรัพย์สินที่แท้จริงของประชาชนทั้งสองฝ่าย เพื่อการหาข้อยุติต่อไป
วิธีการนี้เท่านั้นที่จะทำให้ทั้งสองฝ่ายสามารถหาทางออกที่เหมาะสมในระยะยาว และช่วยแก้ไขปัญหาในหมู่บ้านโจกเจยและเปรยจัน และประชาชนจะสามารถดำรงชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามปกติอีกครั้ง โดยไม่ปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อไปอีกนาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไทยสวนหมัดเด็ด! ยื่น UN ขอหารือคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ จี้ปราบสแกมฯในกัมพูชา โต้ยิบรายงาน 'ทอม แอนดรูว์ส'
กต. แถลงท่าทีรัฐบาลไทย เผยเตรียมทำหนังสือถึงประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติและสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน ที่นครเจนีวา หลัง “ทอม แอนดรูส์” เสนอรายงานพิเศษพาดพิงประเทศไทย มีหลายประเด็นที่ไม่เห็นด้วย ชี้กระทบความเป็นกลาง -เที่ยงธรรม “สีหศักดิ์”
ทภ.1 แจงทหารเหยียบกับระเบิดขณะเคลียร์พื้นที่บ้านหนองจาน กำชับให้ดูแลเต็มที่
ทภ.1 ชี้แจง กำลังพลได้รับอุบัติเหตุจากการปฏิบัติหน้าที่เก็บกู้ทุ่นระเบิด ในพื้นที่ บ.หนองจาน กำชับให้ดูแลอย่างดีที่สุด พร้อมเน้นย้ำให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างความรอบคอบไม่ประมาท ปัจจุบันสร้างพื้นที่ปลอดภัยแล้ว 76.73%
เสียขาอีกราย! เก็บกู้ทุ่นระเบิดชายแดนสระแก้ว
เจ้าหน้าที่เก็บกู้ทุ่นระเบิดเหยียบ PMN ขาซ้ายขาด ขณะปฏิบัติภารกิจชายแดนสระแก้ว อาการสาหัส
สส.กังฟู ยันเดินหน้าทวงความเป็นธรรมให้เจ้าของปั๊มเหยื่อ BM-21 หลังรัฐบาลแจงไม่เข้าหลักเกณฑ์เยียวยา
นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หรือ กังฟู สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง โพสต์เฟซบุ๊กต์ชี้แจงกรณีเจ้าของปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาบ้านผือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่เสียหายจากจรวด BM-21 ของกัมพูชา ออกมาร้องเรียนว่ายังไม่ได้รับเงินเยียวจากภาครัฐ ก่อนที่นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า
กองทัพภาคที่ 2 รำลึกวีรชนชายแดนไทย-กัมพูชา ครบ 1 ปี
ที่พุทธศาสนสถานค่ายสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พล.อ.อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วย พล.ท.ชัยรัตน์ ธรรมชาติ หัวหน้าสำนักงานคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา พล.ท.นฤดล สุขมา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน
'อนุทิน' ขอคนไทยอย่ากังวล 'จีน' ยืนยันส่งอาวุธให้กัมพูชาแค่ซื้อขาย ไม่ได้ให้มาสู้รบไทย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีสหรัฐอเมริกา ประกาศเก็บภาษีไทย12.5% ว่า เป็นการปรับให้เข้าเกณฑ์ ได้รับรายงานเบื้องต้นว่าไทยได้ 12.5% ตนเร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวของไปดำเนินการแก้ไข ซึ่งมีเรื่องที่เกี่ยวกับแรงงานภาคบังคับอะไรสักอย่างหนึ่ง ตนยังต้องไปลงในรายละเอียดว่าทำไมไม่มีการดำเนินการด้านนี้ให้เ

