
18 พ.ย. 2568- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 พ. ย. ที่ผ่านมา พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทำหนังสือบันทึกข้อความ ถึงปลัดกระทรวงยุติธรรม ขอให้พิจารณาทบทวนปรับปรุงกฎ ระเบียบ ประกาศ หลักเกณฑ์ และแนวทาง การส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ การพิจารณาการพักการลงโทษ และการกำหนดอาณาเขตในสถานที่อื่นที่มิใช่เรือนจำให้เป็นสถานที่คุมขัง
โดยมีรายละเอียดว่า ด้วยปรากฏว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีการ ตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการดำเนินการเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อผู้ต้องขัง ซึ่งพบว่ากระบวนการพิจารณาและการตีความระเบียบ หลักเกณฑ์อาจก่อให้เกิดความไม่ชัดเจน ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของหน่วยงานเพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปด้วยความถูกต้อง ชัดเจน รอบคอบ รัดกุม โปร่งใส และเป็นไปตามหลักนิติธรรม จึงขอให้พิจารณาทบทวนปรับปรุงกฎ ระเบียบ ประกาศ หลักเกณฑ์ และแนวทาง ดังนี้
1. การส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ เช่น การใช้ดุลพินิจของพยาบาลในการส่งตัวผู้ต้องขังที่มีอาการเจ็บป่วย ออกไปรักษาตัวนอกเรือนจำ มีความเหมาะสมหรือไม่เพียงใด
2. การพิจารณาการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ เช่น การใช้ดุลพินิจของพยาบาล ในการประเมินแบบประเมินคัดกรอง ควรเป็นแพทย์ผู้ทำการประเมินหรือไม่ แบบประเมินคัดกรองที่ใช้อยู่ปัจจุบันมีมาตรฐานหรือไม่ ในการพิจารณากรณีไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือช่วยเหลือตัวเองได้น้อยตามประกาศกรมราชทัณฑ์ เรื่องหลักเกณฑ์การคัดเลือกนักโทษเด็ดขาดเข้าโครงการพักการลงโทษกรณีมีเหตุ พิเศษ เนื่องจากเจ็บป่วยร้ายแรง หรือพิการ หรือมีอายุ 70 ปีขึ้นไป ประกาศ ณ วันที่ 29 ตุลาคม 2563
3. การดำเนินการคุมขังสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง ให้พิจารณาทบทวนการดำเนินการเกี่ยวกับระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ. 2566 และอนุบัญญัติที่เกี่ยวข้อง โดยต้องจัดทำหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข หรือแนวทางปฏิบัติต่างๆ ในการบริหารเรือนจำ และการบริหารโทษ ตามอำนาจหน้าที่ให้ชัดเจน เพื่อลดโอกาสการใช้ดุลพินิจที่อาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ต้องขังบางราย ตามมติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในการประชุมครั้งที่ 76 / 2568 วันที่ 19 สิงหาคม 2568
4. เรื่องอื่นๆ ที่เห็นควรให้มีการปรับปรุงแก้ไขจึงเรียนมาเพื่อพิจารณาดำเนินการ แล้วรายงานผลการดำเนินการให้ทราบโดยด่วน.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รมว.ยุติธรรม' ปัดกดดัน 'ภาวุธ' หลังอวย TH-AI Passport เผย คดีForex ออกหมายเรียกแล้ว 20 กว่าคน
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าเรียกผู้ถูกกล่าวหาคดี Forex มาชี้แจงต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดี
'ผบ.ตร.' เร่งสรุปโกงสอบท้องถิ่น จ่อแจ้งข้อหาเพิ่มอีก 11 ราย
'ผบ.ตร.' ประชุมคณะทำงาน เร่งสอบพยานหลักฐาน-ข้อกฎหมายคดี โกงสอบท้องถิ่น สรุปชง 'ปกรณ์' วันศุกร์นี้ จ่อเรียกผู้เกี่ยวข้องอีก 11 คน เข้ารับทราบข้อกล่าวหา
'รมว.ยธ.' ไฟเขียว 'ปลัดพงษ์สวาท' พ้นราชการ 19 ก.ค.
'รุทธพล' เผยเซ็นอนุมัติ 'ปลัดพงษ์สวาท' พ้นราชการแล้ว ยันโยกย้ายทำตามกรอบกม. ชี้คดีชั้น 14 ไม่เกี่ยวห้ามลาออก ส่วนรายละเอียดอยู่ที่ ป.ป.ช.
'รมว.ยธ.' ยันส่งฟ้องคดีฮั้วสว. ตามพยานหลักฐาน โต้ 'ไอติม' บอกล่าช้า แจงต้องรอผล กกต.ประกอบ
‘รุทธพล’ ระบุส่งฟ้องคดีฮั้วสว.ตาม พยานหลักฐาน หลัง ‘พริษฐ์’ จี้ล่าช้า บอก ต้องรอผลจากกกต.พิจารณาประกอบด้วย
DSI ชงศาลออกหมายจับ 'ภาวุธ' กับอีก 29 ราย โยงคดีฟอเร็กซ์
'รมว.ยุติธรรม' เผยดีเอสไอขอศาลออกหมายจับคดีฟอเร็กซ์ 30 ราย ทั้งบุคคล-นิติบุคคล รวม 'ป้อม ภาวุธ' สส.ปชน.
นักวิชาการ สะท้อนข่าวดัง เงินโอน 51 ครั้ง เมื่อ 'ผลประโยชน์ทับซ้อน' คือจุดเริ่มต้นของการทุจริต
นักวิชาการอิสระ สะท้อนเงินโอน 51 ครั้ง กับคำถามที่ใหญ่กว่าคดี เมื่อผลประโยชน์ทับซ้อน คือจุดเริ่มต้นของการทุจริต

