การออกมาน้อมรับคำวิจารณ์และประกาศตั้งกรรมการสอบวินัยของพรรคประชาชน ต่อกรณี "ภัณฑิล น่วมเจิม" สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายพาดพิงกำนันผู้ใหญ่บ้านว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อาจดูเป็นเพียงการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าเพื่อให้เรื่องยุติลงตามระเบียบที่ควรจะเป็น
แต่หากพิจารณาให้ลึกถึงต้นตอ จะพบร่องรอยของทัศนคติที่คนบางกลุ่มในพรรคมีต่อคนทำงานในพื้นที่ ซึ่งถูกจัดประเภทให้เป็นส่วนเกินของระบบการปกครองที่พวกเขาต้องการจะพลิกโฉมประเทศ
พรรคที่เชิดชูเรื่องศักดิ์ศรีและความเท่าเทียม กลับปล่อยให้มีการสื่อสารบนเวทีสภาที่เต็มไปด้วยการสันนิษฐานเชิงเหมารวม การเสนอให้จับคนนับแสนตรวจปัสสาวะเพียงเพราะครองตำแหน่งนักปกครองท้องที่ สะท้อนถึงวิธีคิดที่เปราะบางกว่าความผิดพลาดทางการสื่อสารทั่วไป
ชุดความคิดดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ใครก็ตามที่ทำงานภายใต้กลไกเดิม คืออุปสรรคต่อการใช้อำนาจตามอุดมคติ ภาพจำที่มองผู้นำหมู่บ้านเป็นเพียงกลไกอำนาจนิยม กลายเป็นม่านบังตาที่ทำให้พรรคนี้มองไม่เห็นความจริงในมิติอื่นที่ซับซ้อนกว่านั้น
การสื่อสารเพื่อขออภัยผ่านช่องทางออนไลน์อาจทำได้รวดเร็ว แต่ความไว้วางใจที่สูญเสียไปของคนที่ต้องเผชิญวิกฤตการณ์จริงในชุมชน เป็นสิ่งที่ต้องใช้มากกว่าเพียงแถลงการณ์ในการเยียวยา
ลองนึกภาพแผนที่ข้อมูลที่ถูกส่งตรงมาจากศูนย์กลาง ซึ่งอาจบอกภาพรวมใหญ่โตได้ดี แต่คนที่จะรู้ว่าพายุจะเข้าหมู่บ้านตอนไหน หรือความขัดแย้งในตรอกซอกซอยจะปะทุขึ้นเมื่อไหร่ กลับไม่ใช่คนที่นั่งวิเคราะห์ข้อมูลอยู่ในหอคอยส่วนกลาง แต่คือคนที่เดินเท้าคลุกฝุ่นอยู่ในพื้นที่ทุกวัน
กำนันและผู้ใหญ่บ้านคือจุดเชื่อมต่อเล็กๆ ที่กระจายอยู่ทั่วแผ่นดิน ทำหน้าที่เสมือนตัวรับสัญญาณความเดือดร้อนของประชาชนกลับไปสู่ภาครัฐ และเป็นผู้ที่นำความหล่อเลี้ยงไปวางลงถึงมือชาวบ้านในจุดที่ระบบใหญ่เข้าไม่ถึง
ในพื้นที่ที่ห่างไกลจากสถานีตำรวจหรือหน่วยงานรัฐขนาดใหญ่ กำนันและผู้ใหญ่บ้านคือที่พึ่งพิงอันดับต้นๆ ไม่ว่าจะเป็นเหตุระบาดของโรคภัย ความขัดแย้งในครัวเรือน หรือการระงับเหตุเฉพาะหน้าในช่วงยามวิกาล คนกลุ่มนี้คือกลุ่มแรกที่ต้องออกไปปรากฏตัวเพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงให้กับชาวบ้าน
ในองค์กรที่มีสมาชิกจำนวนมาก ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่าอาจมี "แกะดำ" ที่ใช้อำนาจหน้าที่ไปในทางที่ผิดพัวพันกับสิ่งผิดกฎหมายปะปนอยู่บ้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตามพยานหลักฐานและการลงโทษทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่ละเว้น
อย่างไรก็ตาม การหยิบยกความบกพร่องของบุคคลเพียงหยิบมือมา "ตีตรา" คนทำงานทั้งองค์กร เป็นวิธีการที่ปราศจากความเป็นธรรม โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงบทบาทการเป็นเส้นเลือดฝอยที่หล่อเลี้ยงความสงบสุขของชาวบ้านในจุดที่ลึกที่สุด
ภายใต้วาทกรรมเรื่องการก้าวหน้าและเปลี่ยนประเทศ ยังคงมีความจริงที่น่ากังวล เพราะอาจทำให้ผู้พูดหลงลืมข้อเท็จจริงและใช้สิทธิ์ด้อยค่าบทบาทผู้อื่นเพียงเพราะมีวิถีการทำงานที่ต่างไปจากตำราที่พวกเขาเล่าเรียน
ในขณะที่มีการอภิปรายเพื่อเรียกยอดความสนใจในโลกออนไลน์ ผู้นำหมู่บ้านคือกลุ่มคนที่ต้องแบกรับภาระหนักที่สุดในการคัดกรองและจัดการปัญหายาเสพติดในระดับรากหญ้า ข้อมูลวงในที่เข้าถึงใจชุมชนคือหัวใจสำคัญที่ช่วยสกัดกั้นภัยร้ายได้ก่อนจะลุกลาม
หากผู้นำหมู่บ้านถูกทำลายความน่าเชื่อถือจากคำอภิปรายของผู้แทนราษฎร ย่อมไม่เหลือเกียรติภูมิที่จะนำไปใช้จูงใจให้ชาวบ้านร่วมมือในการพัฒนาสังคม ความเสียหายนี้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการทำงานในพื้นที่อย่างรุนแรงยิ่งกว่าการตัดงบประมาณ
เกียรติและบารมีของกำนันผู้ใหญ่บ้านคือเครื่องมือสำคัญในการปกครองที่ระบบดิจิทัลหรือเทคโนโลยีใดๆ ไม่สามารถมาทดแทนความเห็นอกเห็นใจแบบมนุษย์ต่อมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์
การมองผู้นำหมู่บ้านเป็นภาพตัวแทนของความล้าหลัง คือการมองที่ละเลยเกียรติของอาชีพอื่น พรรคประชาชนควรตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงประเทศที่ดี ไม่ใช่การรื้อทิ้งสิ่งที่มองว่าเก่า แต่คือการต่อยอดสิ่งที่หยั่งรากอยู่เดิมให้เข้มแข็งและโปร่งใสยิ่งขึ้น
หากพรรคยังต้องการเป็นพื้นที่สำหรับคนทุกกลุ่ม ทัศนคติที่มองว่าตนเองอยู่สูงกว่าจนสามารถด้อยค่าคนทำงานอาชีพอื่น จำเป็นต้องถูกทบทวนอย่างจริงจัง
บทเรียนจากการอภิปรายครั้งนี้ พรรคประชาชนมีโจทย์สำคัญที่ต้องเลือกว่าจะเป็นสถาบันที่พร้อมทำงานร่วมกับคนทุกกลุ่ม หรือจะเป็นเพียงกลุ่มคนที่มีพื้นที่จำกัดอยู่เฉพาะในอุดมคติของตนเองเท่านั้น
ช่องว่างระหว่างความเข้าใจของนักการเมืองกับวิถีชีวิตจริงในชนบท สะท้อนให้เห็นว่าคำว่าก้าวหน้าอาจเป็นเพียงคำกล่าวอ้าง หากเบื้องหลังยังคงมีความเหยียดหยามคนทำงานหน้างานซ่อนอยู่ไม่ต่างจากอดีต
ผู้นำหมู่บ้านส่วนใหญ่ยังคงเป็นฟันเฟืองที่เข้าใจหัวใจของชุมชนได้ดีที่สุด และจะเป็นผู้สะท้อนตัวตนของนักการเมืองให้ชาวบ้านได้รับรู้ ว่าใครคือคนที่มองเห็นความเหนื่อยยาก และใครคือคนที่มองเพื่อนร่วมสังคมเป็นเพียงเป้าหมายของการโจมตี
หากระบบการประสานงานระดับเส้นเลือดฝอย ถูกทำลายลงเพียงเพื่อความสะใจทางการเมือง ระบบใหญ่ของประเทศก็ยากที่จะขับเคลื่อนไปสู่ความสงบสุขได้จริง อย่างที่นักการเมืองเหล่านั้นพยายามวาดฝันไว้ในสภาห้องแอร์.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'โรม' ขู่ฟ้อง ม.157 รมว.ยธ. หากละเว้นไม่เอาผิดญาติ 'ฮุนเซน' ถือหุ้นบริษัทเอี่ยวสแกมเมอร์
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ถามนายกรัฐมนตรี เรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์ และการฟอกเงินของเครือข่ายบริษัทฮุ่ยวัน โดยพล.ต.ท. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่มาตอบคำถามแทนนายกรัฐมนตรี
ปชน. จี้รัฐบาลตั้ง กมธ.วิสามัญชำแหละ พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน หวั่นปกปิดข้อมูล หนีตรวจสอบ
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค และ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วยสส. จากพรรคประชาชนแถลงข่าวฝากข้อความถึงรัฐบาล ให้เห็นด้วยในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตาม พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท
'ไอซ์ รักชนก' กับอาการ 'ส้มตกขอบ'…เสรีภาพสำหรับคนคิดเหมือนกัน!
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา “พรรคส้ม” ตั้งแต่ยุค “อนาคตใหม่” ต่อเนื่องมาถึง “ก้าวไกล” และปัจจุบันคือ “พรรคประชาชน” พยายามวางตัวเองในฐานะขบวนการการเมือง “ก้าวหน้า”
‘สมหมาย’ อัดฝ่ายค้านถอยหลังเข้าคลอง ขัดขวางกู้เงิน 4 แสนล้าน
นายสมหมาย ภาษี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เขียนบทความที่มีชื่อว่า การถอยหลังเข้าคลองของพรรคการเมืองไทย โ
นายกฯ หวานใส่ 'กำนัน-ผญบ.' ไม่ช่วยรัฐบาลง่อยแน่ ด่านแรกที่พึ่งปชช.
นายกฯ ลั่นไม่มี 'กำนัน-ผญบ.‘ ช่วยขับเคลื่อนงานรัฐบาลง่อยแน่ ชี้ด่านแรกปชช.มีทุกข์ต้องพึ่งพิง ขอเป็นผู้อิทธิพลที่ดีช่วยปราบอันธพาล ชูสุภาษิต 'เตะหมาต้องดูเจ้าของ' อย่าให้ใครรังแกลูกบ้าน
ส้มเขย่าหนูชิ่งหาดฟรีดอม ไม่กล้าแตะกลุ่มอิทธิพลในพื้นที่
สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ผิดหวัง "อนุทิน" ไม่ลงตรวจพื้นที่หาดฟรีดอม หลังรอยื่นปัญหากลุ่มผู้มีอิทธิพลคลุมพื้นที่ อัดชาวบ้านรอการลงมือทำไม่ใช่สร้างภาพ

