อึ้ง! 'หมอเหรียญทอง' แจงยิบที่มา สปสช. โอนเงินให้ รพ.มงกุฎวัฒนะ งวดเดือน ต.ค.122.80 บาท

29 ต.ค.2568- พล.ต.นพ. เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.โรงพยาบาล มงกุฎวัฒนะ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า

นักข่าวช่อง 3 ข่าวเด่นเย็นนี้โทรมาสอบถามว่า สปสช โอนเงินให้ รพ.มงกุฎวัฒนะงวดเดือน ต.ค.68 จำนวน 122.80 บาท หรือ 122.80 'ล้าน'บาท กันแน่??? ...คำตอบ คือ 122.80 บาท...ไม่ใช่ 122.80 ล้านบาทนะครับ

ทำไมจึงได้เงินน้อยแค่นี้??? ...คำตอบ คือ

1. งวดเดือน ต.ค.68 ที่ สปสช จะต้องจ่าย รพ.มงกุฎวัฒนะมียอดค่ารักษาทั้งสิ้นรวม 38 ล้านบาท

2. เมื่อ พ.ย.67 ปีที่แล้ว รพ.มงกุฎวัฒนะขาดกระแสเงินสด จึงขอให้ สปสช ชำระหนี้ปี 67 จำนวน 60 ล้านบาท เพื่อให้ได้เงินสดมาหมุนเวียนแก้ปัญหาสภาพคล่องในปี 68

แต่ สปสช ไม่ยอมชำระหนี้ปี 67 แต่ สปสช ใจดีมากชิบหาย ...จึงให้ รพ.มงกุฎวัฒนะยืมเงิน 60 ล้านบาทแทน ซึ่ง รพ.มงกุฎวัฒนะมีความจำเป็นต้องการเงินสดในขณะนั้นจึงต้องขอรับเงินยืมไปพลางก่อน

ดังนั้น รพ.มงกุฎวัฒนะจึงกลายเป็นลูกหนี้ สปสช 60 ล้านบาท (ทั้งๆที่ รพ.มงกุฎวัฒนะเป็นเจ้าหนี้ 60 ล้านบาท แต่ สปสช ไม่ยอมชำระหนี้)

เมื่อ รพ.มงกุฎวัฒนะกลายเป็นลูกหนี้ สปสช 60 ล้านบาทแล้ว สปสช จึงหักเงิน รพ.มงกุฎวัฒนะทุกเดือนๆละ 5 ล้านบาท

ดังนั้นในเดือน ต.ค.68 รพ.มงกุฎวัฒนะจึงถูกหักเงินยืมระหว่างเดือน ก.ค.-ก.ย.68 ที่เหลืออยู่ 3 เดือนเป็นเงิน 15 ล้านบาท

3. สปสช หาเรื่องจับผิดตรวจแฟ้มประวัติผู้ป่วยหรือเวชระเบียนจำนวน 3% แล้วนำข้อผิดพลาดจากแฟ้มจำนวน 3% ไปเป็นตัวแทนแทนแฟ้มผู้ป่วยทั้งหมด 100%

จากนั้น สปสช ก็นำไปปรับลดย้อนหลังค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดในปี 68 คิดเป็นเงินที่ สปสช เรียกคืนจาก รพ.มงกุฎวัฒนะ 23 ล้านบาทเศษ

4. ดังนั้นเดือน ต.ค.68 ค่ารักษาที่ สปสช จะต้องจ่าย รพ.มงกุฎวัฒนะ ที่มียอดรวมตามข้อ 1.จำนวน 38 ล้านบาท เมื่อหักเงินยืมตามข้อ 2. จำนวน 15 ล้านบาท และหักเงินหาเรื่องเรียกเงินคืนจากการตรวจจับผิดแฟ้มผู้ป่วยตามข้อ 3. อีก 23 ล้านบาทแล้ว

จึงเหลือเงินที่ สปสช โอนให้ รพ.มงกุฎวัฒนะทั้งสิ้น 122.80 บาท...แบ๊งค์ร้อย 1 ใบ + แบ๊งค์ยี่สิบ 1 ใบ + เหรียญบาท 2 เหรียญ กับอีก 80 สตางค์ ครับ

ทำไม รพ.มงกุฎวัฒนะยินดีปรีดาชิบหาย ??? ...คำตอบ คือ

มี รพ.จำนวนมากหลายร้อยแห่งทั่วประเทศ ยังติดลบ ไม่มีเงินให้ สปสช หักนะครับ นอกจาก รพ.เหล่านั้นไม่ได้สักสตางค์แดงเดียว แถมเดือนหน้า พ.ย.68 รพ.ทั้งหลายยังต้องถูก สปสช เรียกคืนอีกหลายสิบล้านบาทอีกด้วย

รพ.มงกุฎวัฒนะตรวจรักษาผู้ป่วยมาก พอๆกับ รพ.ศูนย์ประจำจังหวัด การที่ รพ.มงกุฎวัฒนะยังมีเงินเหลืออีก 122.80 บาท ...ก็ต้องดีใจชิบหายสิครับ...ชิบหายแน่นอน

วันนี้ รพ.มงกุฎวัฒนะจึงต้องงดตรวจผู้ป่วยบัตรทองต่อไปจนกว่า สปสช จะจ่ายหนี้ค้างปีงบประมาณ 63 และปีงบประมาณ 67 ให้เรียบร้อยเสียก่อนไงล่ะครับ

รพ.มงกุฎวัฒนะ ขอให้ สปสช ชำระหนี้ปี 67 จำนวน 60 ล้านบาท แต่ สปสช ไม่ยอมชำระหนี้ แต่ สปสช กลับทำใจดีให้ รพ.มงกุฎวัฒนะยืมเงิน 60 ล้านบาทแล้ว สปสช ก็หักเงินคืนทุกเดือนตรงเวลาเป๊ะ

หนี้ปี 67 ไม่จ่าย คงค้างข้ามปีงบประมาณ แล้ว สปสช ก็แถลงข่าวว่าไม่ได้เป็นหนี้ รพ.มงกุฎวัฒนะ มีแต่ รพ.มงกุฎวัฒนะต่างหากที่เป็นหนี้เงินยืม สปสช

สปสช ยอดเยี่ยมไหมล่ะครับ...เจ้าเล่ห์ ขี้โกงชิบหายเลยนะพวกท่านคุณมึง

พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา
ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ
28 ต.ค.68 เวลา 17.18 น.

หมายเหตุ

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช ให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า สปสช จะไม่มีการ RERUN หรือเรียกเงินคืนจากการหาเรื่องจับผิดแฟ้มประวัติผู้ป่วยหรือเวชระเบียนจำนวน 3% แล้วนำไปเป็นตัวแทนแทนแฟ้มผู้ป่วยทั้งหมด 100% เพื่อนำไปปรับลดย้อนหลังเรียกเงินคืน

แต่ สปสช ก็เรียกเงิน รพ.มงกุฎวัฒนะย้อนหลัง 23 ล้านบาทเศษเป็นกรณีพิเศษครับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทุ่มบัตรทอง ปลูกถ่ายตับ เปลี่ยนหัวใจ

30 บาทเฮ! รัฐบาลเผยบอร์ด สปสช.ไฟเขียวเพิ่มอัตราจ่าย “ปลูกถ่ายตับ-เปลี่ยนหัวใจ” บัตรทอง เพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วย ระบุใช้งบประมาณประหยัดจากการปรับอัตราชดเชยค่ายากดภูมิ

ข่าวดี! บอร์ด สปสช. ไฟเขียวเพิ่มค่ารักษา 'ปลูกถ่ายตับ-เปลี่ยนหัวใจ' สิทธิบัตรทอง

รัฐบาลเผยบอร์ด สปสช. เห็นชอบเพิ่มอัตราจ่ายชดเชยบริการปลูกถ่ายตับและเปลี่ยนหัวใจในระบบบัตรทอง 30 บาท เพื่อเพิ่มโอกาสผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาโรคซับซ้อนและค่าใช้จ่ายสูง

รัฐบาลย้ำเหยื่อรถไฟชนรถเมล์ ใช้สิทธิ UCEP รักษา รพ. ได้ทุกแห่ง

รัฐบาลย้ำผู้บาดเจ็บรถไฟชนรถเมล์ ใช้สิทธิ UCEP รักษา รพ.ทุกแห่ง ไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมประสานให้ได้รับการรักษาต่อเนื่อง หรือจนกว่าพ้นวิกฤต