'อานนท์' มอบตัว 112 ไม่ค้าน 'คอมมิวนิสต์' บอกเป็นเรื่องดีเสนอให้คนขบคิด ปัดม็อบแตกยับ


เพิ่มเพื่อน    

16 ธ.ค.63 - ที่ สน.สำราญราษฎร์ นายอานนท์ นำภา หนึ่งในแกนนำคณะราษฎร พร้อมทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในคดีอาญา ม.112 จากการชุมนุมทวงคืนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา

จากนั้นนายอานนท์ กล่าวภายหลังให้ปากคำกับตำรวจร่วม 2 ชั่วโมงว่า ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาตาม ม.112 จากการชุมนุมวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยได้ให้การปฏิเสธไป และตำรวจนัดพบอีกครั้งวันที่ 25 มกราคม 2564

เมื่อถามถึงกรณีกลุ่มเยาวชนปลดแอกเสนอแนวคิดเรื่องระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ นายอานนท์ กล่าวว่า ขบวนนี้ มีความคิดเห็นหลากหลาย มองว่าเป็นสิทธิในการแสดงออก เป็นเรื่องที่สามารถถกเถียงกันได้ตามระบอบประชาธิปไตย โดยเรามีจุดร่วมสำคัญคือ 3 ข้อเรียกร้อง ซ้ำยังมองว่าเป็นผลดีเมื่อมีคนตั้งคำถามหรือเสนอเรื่องใหม่เพื่อให้คนได้ขบคิด เป็นเพียงความเห็นที่แตกต่างกันไม่ใช่ความขัดแย้ง

นายอานนท์ กล่าวต่อว่า ในสังคมมีระบบการปกครองหลายรูปแบบ แต่ความเป็นไปได้จริงๆ อยู่ที่ความเห็นร่วมกันของคนในสังคม เช่นสังคมไทยตอนนี้ที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข แต่เมื่อมีความเห็นที่เปลี่ยนไปในระบบอื่นก็เป็นความเห็นที่ถกเถียงกันได้ ยืนยันว่า 3 ข้อเรียกร้องเป็นฉันทามติของคณะราษฎรและประชาชน เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญ แม้จะเคยมีคนเสนอให้ลดเหลือ 2 ข้อ แต่ตอนนี้มันกลมกล่อมแล้ว

เมื่อถามถึงกรณี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี ตั้งแคมเปญรณรงค์ให้ประชาชนไปแจ้งความดำเนินคดี ม.112 นายอานนท์ กล่าวว่า เราไปไกลกว่าเรื่อง ม.112 เพราะเป็นเรื่องการปฏิรูปสถาบัน เมื่อเราบ้านเราชำรุดตรงไหนก็ต้องบอกข้อบกพร่อง เราติติงเพื่อให้ได้รับการแก้ไข หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็แอ่นอกรับทราบข้อกล่าวหาแล้วเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย การแจ้งความ ม.112 ในตอนนี้เริ่มเลอะเทอะ ขอเตือนว่าหากเป็นคดีที่ไม่เข้าข่ายแน่ๆ ก็เตรียมรับหมายศาลเพราะเรามีทีมงานที่จะฟ้องกลับแน่นอน การแจ้งข้อหาดังกล่าวในตอนนี้ สะท้อนภาวะความกลัวการเปลี่ยนแปลงของคนรุ่นใหม่  เช่น การจัดคอนเสิร์ตบิ๊กเมาท์เทนที่เขาใหญ่ ที่เป็นปัญหา แต่งานที่อื่นยังคงจัดได้ สังคมต้องตระหนักว่าคนรุ่นใหม่ต้องการอะไร สิทธิเสรีภาพและการเปลี่ยนแปลง ขอให้เปิดใจรับฟังอย่างมีสติ ไม่งั้นสังคมคงอยู่ร่วมกันไม่ได้


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.