'พิจิตรโมเดล 'ต้นแบบระดับโลก กำจัดไวรัสตับอักเสบบี-ซี

จังหวัดพิจิตร เปิดตัว โครงการขับเคลื่อนการกำจัด โรคไวรัสตับอักเสบ บี และซี หรือ “พิจิตรโมเดล” อย่างเป็นทางการ ในฐานะโครงการสาธารณสุขสำคัญ ที่ถูกวางให้เป็นต้นแบบระดับประเทศของไทย และมีศักยภาพในการเป็นต้นแบบระดับโลกด้านปฏิบัติการ พลิกโฉมระบบสาธารณสุข โดยมีเป้าหมายให้จังหวัดพิจิตรปลอดไวรัสตับอักเสบบี (HBV) และซี (HCV)

 โครงการฯ ได้รับความร่วมมือจากภาคีความร่วมมือเพื่อการกำจัดโรคตับอักเสบสากล (Coalition for Global Hepatitis Elimination) ภายใต้การนำของ The Task Force for Global Health และมูลนิธิตับแห่งประเทศไทย ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร กระทรวงสาธารณสุข องค์การเภสัชกรรม (GPO) และ โรช ไดแอกโนสติกส์ ในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์สำคัญ โดยโครงการ มีเป้าหมายตรวจคัดกรองประชาชนจังหวัดพิจิตรที่เกิดก่อนปี 2535 ทั้งหมด 238,716 คน ภายในปี 2571 พร้อมผลักดันให้ผู้ที่ตรวจพบเชื้อทุกคนสามารถเข้าถึงการรักษาและได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยไม่หลุดออก จากระบบสาธารณสุข

สถานการณ์โรค มะเร็งตับและท่อน้ำดีในไทย  ถือว่าเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งอันดับหนึ่งของชายไทย และเป็นมะเร็งที่คร่าชีวิตประชากร มากที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ในจังหวัดพิจิตร โดยสาเหตุสำคัญส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซีเรื้อรัง รวมถึงการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับจากการกินปลาน้ำจืดดิบ ซึ่งโรคเหล่านี้มักดำเนินไปอย่างเงียบ ๆ นานหลายสิบปี โดยไม่แสดงอาการในระยะแรก

หัวใจสำคัญของพิจิตรโมเดล คือความมุ่งมั่นที่จะ “อุดรอยรั่ว”  ตั้งแต่ขั้นตอนการคัดกรองโรคไปจนถึงการเริ่มต้นรักษา ปัจจุบันในประเทศไทย มีผู้ที่ตรวจพบเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเพียงประมาณครึ่งหนึ่งเท่านั้น ที่สามารถเข้าสู่กระบวนการรักษาหลังได้รับการวินิจฉัย ซึ่งสะท้อนถึงช่องว่างสำคัญของระบบสาธารณสุขที่โครงการนี้มุ่งเข้ามาแก้ไข โดยความร่วมมือดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์วิจัยเชิงปฏิบัติการด้านไวรัสตับอักเสบบี (COR-HEPB) ภายใต้ภาคีเครือข่ายเพื่อการกำจัดไวรัสตับอักเสบโลก

 ‘พิจิตรโมเดล’ได้นำแนวทางการส่งต่อผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาแบบลดขั้นตอนขององค์การอนามัยโลกปี 2024 (WHO 2024 Simplified Linkage to Care guidelines) มาใช้ควบคู่กับระบบข้อมูลสุขภาพดิจิทัล Thai-B เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยทุกราย ที่มีผลตรวจเป็นบวกจะได้รับการวินิจฉัย ประเมินอาการ และเริ่มต้นการรักษาอย่างทันท่วงที นอกจากนี้ การนำเกณฑ์ประเมินความจำเป็นในการรักษาที่เรียบง่ายอย่างดัชนี APRI (ค่าอัตราส่วนระหว่างเอนไซม์ AST กับเกล็ดเลือด) มาใช้ช่วยให้แพทย์สามารถเริ่มให้ยาต้านไวรัส ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดระยะเวลาตั้งแต่การคัดกรองไปจนถึงการรักษาให้สั้นลง

 “ในทุกขั้นตอนของกระบวนการรักษาแบบเดิม เราสูญเสียผู้ป่วยระหว่างทางอยู่เสมอ ‘พิจิตรโมเดล’ จึงถูกออกแบบมาเพื่อปิดทุกช่องว่าง ตั้งแต่การตรวจคัดกรองด้วยการเจาะเลือดปลายนิ้วที่หน่วยบริการ สาธารณสุขระดับตำบล ไปจนถึงการติดตามดูแลระยะยาวตลอดชีวิต เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีผู้ป่วยที่ต้องการ การรักษาถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” ศ.นพ.ทวีศักดิ์ แทนวันดี เลขาธิการ มูลนิธิตับแห่งประเทศไทย กล่าว

การรักษาไวรัสตับอักเสบ คือการป้องกันมะเร็งตับ เพราะไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังถือเป็น “ภัยเงียบ” ที่อยู่เบื้องหลังวิกฤตมะเร็งตับของประเทศไทย โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการ จนกระทั่งโรคลุกลามไปสู่ภาวะตับแข็งหรือมะเร็งตับ และหลายคนเพิ่งทราบว่าติดเชื้อเมื่อสายเกินไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันอย่างชัดเจนว่า การรักษาด้วยยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่องในผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งตับได้สูงสุดถึงร้อยละ 80 ขณะที่ไวรัสตับอักเสบซี สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยารับประทานภายในระยะเวลา 12 สัปดาห์ โดยมีอัตราความสำเร็จสูงถึงร้อยละ 99.8 ซึ่งปัจจุบันผลิตในประเทศโดยองค์การเภสัชกรรม และหากผู้ป่วยได้รับการรักษาก่อนเกิดภาวะตับแข็ง ก็สามารถป้องกันการเกิดมะเร็งตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง เช่นเดียวกับผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังที่รับประทานยาเพียงวันละ 1 เม็ดเพื่อป้องกันมะเร็งตับ ซึ่งผลลัพธ์ด้านการยืดอายุและการรอดชีวิตนั้นมีนัยสำคัญอย่างมาก การรักษาไวรัสตับอักเสบ จึงถือเป็นแนวทางสำคัญในการป้องกันมะเร็งตับ อย่างแท้จริง” ศ.นพ.ทวีศักดิ์  กล่าว

หัวใจสำคัญที่ทำให้ “พิจิตรโมเดล” โดดเด่นและแตกต่าง ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีหรือเม็ดเงินงบประมาณ หากแต่คือ “บุคลากร” ในพื้นที่ ความสำเร็จของโครงการนี้ขับเคลื่อนด้วยเครือข่ายด่านหน้าอย่าง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) พยาบาลชุมชน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับตำบล ทีมโรงพยาบาลชุมชน ตลอดจน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับจังหวัด ที่ร่วมมือกันเป็นกลไกสำคัญในการดูแล และติดตามผู้ป่วยทุกรายอย่างต่อเนื่อง

ดร. จอห์น วาร์ด  ผู้อำนวยการภาคีเครือข่ายเพื่อการกำจัดไวรัสตับอักเสบโลก ภายใต้องค์กร Task Force for Global Health กล่าวว่า จังหวัดพิจิตร กำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับโลก ปัจจุบัน มีประชากรทั่วโลกกว่า 250 ล้านคน ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับเชื้อไวรัสตับอักเสบบี โดยส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัย และมีความเสี่ยงต่อการพัฒนา ไปสู่โรคมะเร็งตับ โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการที่ทดสอบโมเดลการดูแลรักษาที่เรียบง่าย แต่สามารถขยายผล ได้จริงแบบนี้ มีอยู่น้อยมากในโลก บทเรียนที่เราได้เรียนรู้จากพิจิตรโมเดล จะช่วยรักษาชีวิตผู้คนในทุกๆ ประเทศที่กำลังขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายขององค์การอนามัยโลก (WHO) ในการกำจัดไวรัสตับอักเสบให้หมดไปภายในปี 2030

ในฐานะพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์สำคัญ บริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ ได้เข้ามาสนับสนุนด้านการตรวจวินิจฉัย เพื่อขับเคลื่อนการคัดกรองเชิงรุกในจังหวัดพิจิตร ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนน้ำยาตรวจสำหรับการตรวจหาปริมาณไวรัส (HBV Viral Load) การตรวจปริมาณโปรตีนผิวเปลือกของไวรัสตับอักเสบบี (Quantitative HBsAg) และตัวบ่งชี้ทางการวินิจฉัยอื่นๆ ที่จำเป็นในชุดตรวจวินิจฉัยที่ครอบคลุมของโครงการฯ

 แม้ว่าการตรวจวินิจฉัยบางรายการจะมีให้บริการอยู่แล้วในระบบสุขภาพตามปกติ แต่การสนับสนุนเชิงยุทธศาสตร์ จากโรชในครั้งนี้ ช่วยเพิ่มศักยภาพการเข้าถึงการตรวจสารบ่งชี้ขั้นสูง เช่น การตรวจปริมาณไวรัสและการตรวจ ปริมาณโปรตีนผิวเปลือกของไวรัสในระดับท้องถิ่น ซึ่งช่วยลดข้อจำกัดสำคัญในการวินิจฉัยที่แม่นยำ และการตัดสินใจรักษาที่ทันท่วงที ส่งผลให้พิจิตรโมเดลสามารถดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุม กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่กว่า 238,000 ราย ภายในปี 2028

มิไฮ อิรีเมสซู กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ที่โรช ไดแอกโนสติกส์ เราเชื่อว่านวัตกรรมที่แท้จริงไม่ใช่เพียงแค่การพัฒนาเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่คือการสร้างหลักประกันว่าเทคโนโลยีนั้นจะเข้าถึงชุมชนที่ต้องการมากที่สุด เราภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ทำหน้าที่เป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ในโครงการพิจิตรโมเดล โดยทำงานร่วมกับพันธมิตรในภาคส่วนต่างๆ เพื่อสร้างระบบการตรวจวินิจฉัยที่ไร้รอยต่อ และสามารถขยายผลได้จริง การเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการตรวจสารบ่งชี้ที่ สำคัญในระดับท้องถิ่นนี้ ถือเป็นการช่วยลดช่องว่างเชิงระบบ ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และท้ายที่สุดคือการช่วยผลักดันให้โรคมะเร็งตับเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้มากยิ่งขึ้น

ขณะนี้ “พิจิตรโมเดล” กำลังเดินหน้าอย่างเต็มตัวในโรงพยาบาลทั้ง 12 แห่ง รวมถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทุกอำเภอทั่วจังหวัดพิจิตร โดยการตรวจคัดกรองและการรักษาได้รับความคุ้มครองตามสิทธิการรักษา โดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วย ผู้ที่เกิดก่อนปี พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992) สามาาถเข้าร่วมโครงการพิจิตรโมเดล “ตรวจฟรี รักษาฟรี” ร่วมปกป้องตับของคุณในวันนี้ เพื่ออนาคตที่ดีในวันข้างหน้า สำหรับผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นมะเร็งตับ ตับแข็ง หรือไวรัสตับอักเสบ สามารถเข้ารับการตรวจคัดกรองได้ โดยไม่จำกัดปีเกิด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ชูวิทย์' พร้อมลูกสาวบินไปอังกฤษ รักษาโรคมะเร็งตับระยะสุดท้าย

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง ได้เดินทางไปรักษาโรคมะเร็งตับระยะสุดท้ายที่ประเทศอังกฤษ ก่อนจะเดินทางไปพักรักษาตัวต่อยังโรงพยาบาลที่ประเทศสก็อตแลนด์

'ชูวิทย์' เปิดใจป่วยมะเร็งตับ หมอบอกเหลือเวลา 8 เดือน เดินหน้าแฉไม่หวังอะไร

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ให้สัมภาษณ์ ถึงอาการป่วยโรคมะเร็งว่า ตนขอใช้ชีวิตในช่วงสุดท้ายต่างจากคนอื่น เพราะกินเหล้า สูบบุหรี่ และการที่ออกมาแฉ ออกมาพูด เนื่องจากคนอื่นไม่กล้า ซึ่งยืนยันว่าทำด้วยความเต็มใจและทำทุกอย่างด้วยความสุข

เพื่อนๆ สุดเศร้า! ร่วมไว้อาลัย 'ถนอม สามโทน'

วงการบันเทิงไทยสูญเสียอีกครั้ง เมื่อนักแสดงหนุ่ม วิทยา เจตะภัย หรือ ถนอม สามโทน เสียชีวิตลงแล้ว จากอาการป่วยโรคมะเร็งตับ ณ รพ.จุฬาลงกรณ์ เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 29 มีนาคม ที่ผ่านมา

ปิดตำนาน ‘ผมอยู่ทุกวัน’ วสันต์ เบนซ์ทองหล่อ ถูกมะเร็งตับคร่าชีวิต

นายวสันต์ เบนซ์ทองหล่อ (นามสกุลเดิม โพธิพิมพานนท์) แห่ง เบนซ์ทองหล่อ กรุ๊ป หนึ่งในดีลเลอร์เบนซ์รายใหญ่ของค่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)