ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวฯ แลนด์มาร์กแห่งศรัทธาใจกลางสาทร

สักการะองค์หลวงปู่ไต้ฮง

เมื่อนึกถึงย่านสาทร ภาพแรกที่ฉายออกมาคือ ศูนย์กลางธุรกิจที่รายล้อมด้วยอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัทชั้นนำ โรงแรมหรู คอนโดมิเนียม และการจราจรที่คึกคักแทบตลอดทั้งวัน แต่ท่ามกลางความทันสมัยและจังหวะชีวิตอันเร่งรีบของเมืองใหญ่ กลับมีพุทธสถานอันวิจิตรที่ซ่อนตัวอยู่ใจกลางย่านแห่งนี้ คือ “ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวฯ” พุทธสถานอันศักดิ์สิทธิ์บนพื้นที่กว่า 4 ไร่ ตั้งอยู่เคียงข้างสวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่นี่ไม่เพียงเป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธาของผู้คน หากยังเป็นพื้นที่แห่งความสงบร่มเย็นที่ชวนให้ผู้มาเยือนได้หยุดพักจากความวุ่นวายของเมือง

ในเช้าวันธรรมดาท้องฟ้าที่ปลอดโปร่ง เราออกเดินทางด้วยความตั้งใจที่จะไปเยือนศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวฯ การเดินทางมาที่นี่สะดวกกว่าที่คิด เพียงนั่งรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีสุรศักดิ์ จากนั้นจะเลือกเดินชมบรรยากาศของย่านสาทร หรือใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์ต่ออีกเพียงไม่กี่นาที ทันทีที่ก้าวเข้าสู่พื้นที่ด้านใน สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความยิ่งใหญ่และงดงามของศาลเจ้าแห่งนี้ ซุ้มประตูทางเข้าหลักโดดเด่นด้วยงานแกะสลักหินลวดลายมังกรที่พันรอบเสาอย่างวิจิตร เคียงคู่ด้วยประติมากรรมสิงห์เพศผู้และเพศเมียตามคติความเชื่อของจีน ออกแบบตามรูปแบบสถาปัตยกรรมจีนตอนใต้ที่เปี่ยมด้วยความหมาย ราวกับเป็นประตูที่นำผู้มาเยือนก้าวจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่เข้าสู่พื้นที่แห่งศรัทธาและความสงบร่มเย็น ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากศาลเจ้าจีนดั้งเดิม

องค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ที่ประดิษฐานโดดเด่น  ขนาบข้างด้วยพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ (ตี่จั๋งอ้วงผ่อสัก) และพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (กวนซีอิมผ่อสัก) แกะสลักจากหยกขาว 

ก่อนเดินขึ้นไปยังอาคารศาลเจ้า แวะชมสวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (รัชกาลที่ 9) ที่ตั้งอยู่ด้านหน้า  สวนแห่งนี้ตกแต่งในสไตล์จีน โดดเด่นด้วยกำแพงหินแกรนิตแกะสลักพระบรมฉายาลักษณ์และพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 ระหว่างเดินชมสวน ยังมีประติมากรรมเทพสิงโตต้านลม (ฮวงไซเอี๊ย) ซึ่งเชื่อกันว่ามีอำนาจในการปัดเป่ากระแสลมพายุ และขจัดพลังอัปมงคล ถัดมาคือกระถางกำยานหินแกะสลักแบบจีนโบราณ เป็นการแสดงความเคารพต่อพระรัตนตรัย รวมถึงรูปปั้นช้างเป็นตัวแทนของช้างเผือก อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของประเทศไทย มีมุมเล็กๆไว้สำหรับออกกำลังกายด้วยนะ

ซุ้มประตูทางเข้าสู่เขตอาคารศาลเจ้า ออกแบบด้วยศิลปะจีนแบบดั้งเดิม

ขึ้นมายังศาลเจ้า จะพบกับเจ้าปี้ หรือกำแพงกั้นพลัง องค์ประกอบสำคัญของสถาปัตยกรรมจีนโบราณที่สร้างตามหลักฮวงจุ้ย โดดเด่นด้วยลวดลายกิเลนและลายมงคลที่แกะสลักอย่างประณีต หันเข้าสู่ตัวศาลเจ้า ความงดงามของหลังคาที่ลดหลั่นเป็นชั้นเผยให้เห็นศิลปะการประดับกระเบื้องสี หรือคัมชื้อ เอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมจีนถิ่นแต้จิ๋วและฮกเกี้ยน ที่ประดับด้วยปูนปั้นรูปเทพ เซียน สัตว์มงคล และเรื่องราวจากวรรณคดีจีน มองเหนือหลังคาศาลเจ้าเก่าแก่ มีตึกสูงระฟ้าตั้งโดดเด่นเป็นฉากหลัง กลายเป็นอีกหนึ่งมุมที่ผสานเสน่ห์ระหว่างความสงบและความทันสมัยของเมืองไว้อย่างลงตัว

พอเดินผ่านเข้าสู่เขตสักการะของศาลเจ้า เท้าที่ก้าวเหนียบลงบนพื้นก็ต้องหยุดมองกับลวดลายบนพื้นหินที่แกะสลักเป็นดอกบัวถัดมาเป็นลายหัวคทาหยู่อี้ และลายประแจจีน และวงชั้นนอกสุดเป็นลายมังกรที่เลื่อนไหลดุจก้อนเมฆ สื่อถึงความสงบสุข ความปรองดอง และพรแห่งความสมหวังภายใต้การคุ้มครองของสิ่งศักดิ์สิทธิ์

สวนเฉลิมพระเกียรติฯ สไตล์จีนด้านหน้าศาลเจ้าฯ มองเห็นวิวเมือง

จากนั้นเดินเข้าสู่อาคารหลักของศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวที่ออกแบบตามสถาปัตยกรรมจีนตอนใต้ โดยสามารถสวมรองเท้าเข้าไปด้านในได้เลย ทันทีที่ก้าวพ้นประตู ความรู้สึกแรกคือความโอ่อ่าและสง่างามที่โอบล้อมอยู่ทุกทิศทาง กลางโถงอาคารมีองค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ที่ประดิษฐานโดดเด่น เป็นพระภิกษุผู้อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือผู้คนจนเป็นที่ยอมรับนับถือและเป็นแบบอย่างในวงกว้าง ปณิธานและคุณงามความดียังคงแรงบันดาลใจให้ผู้คนทำความดีสืบต่อมา ขนาบข้างด้วยพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ (ตี่จั๋งอ้วงผ่อสัก) และพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (กวนซีอิมผ่อสัก) ส่วนสองฝั่งของอาคารยังเป็นที่ประดิษฐานของเทพเซียนทั้ง 8 องค์ ซึ่งล้วนแกะสลักจากหยกขาวอย่างประณีต ทุกองค์ดูงดงามราวกับมีชีวิตมีเสามังกรทอง 16 ต้นที่ทอดตัวอย่างสง่างาม ช่วยขับให้สีแดงและสีขาวภายในอาคารดูโดดเด่นและมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น

ประติมากรรมเทพสิงโตต้านลม (ฮวงไซเอี๊ย)

 อีกมุมที่ไม่ควรพลาดคือผลงานประติมากรรมบนผนังที่แกะสลักนูนสูงและลงสีอย่างวิจิตร ถ่ายทอดเรื่องราวพุทธประวัติและความเชื่อของชาวจีนเอาไว้อย่างมีชีวิตชีวา แต่ละภาพเต็มไปด้วยรายละเอียดที่ชวนให้หยุดมอง เงยหน้ามองเพดานฝ้าเพดานออกแบบตามรูปแบบสถาปัตยกรรมจีนโบราณ แบ่งพื้นที่เป็นตารางขนาดเท่ากัน แต่ละช่องประดับลวดลายมังกรขด เขียนลวดลายตามศิลปกรรมจีนสมัยราชวงศ์หมิง–ชิง ทำให้เราได้เดินชมไปเพลินๆ  

ซุ้มประตูทางเข้าหลัก เสาแกะสลักหินมังกรแลพประติมากรรมสิงห์เพศผู้และเพศเมียตามคติความเชื่อของจีน

แต่อย่าเพิ่งรีบกลับ เพราะหากเดินออกมาด้านนอกอาคาร ยังมีภาพแกะสลักหินแผ่นใหญ่ที่บอกเล่าเรื่องราวของไต้ฮงกงให้ได้ชม และทิวทัศน์โดยรอบที่มีทั้งบ้านเรือนและอาคารสูงตั้งเรียงรายที่รายล้อมรอบศาลเจ้าผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ทำให้การมาเยือนที่นี่ไม่ใช่เพียงการเดินทางมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังเป็นการได้ออกมาเดินชมสถาปัตยกรรม ศิลปะ และซึมซับเสน่ห์ของสถานที่แห่งนี้ไปพร้อมกัน

จุดไหว้สักการะศาลเจ้า 

ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวแห่งนี้ไม่ได้โดดเด่นเพียงด้วยความงดงามของสถาปัตยกรรมและงานศิลป์อันวิจิตรเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และแรงศรัทธาของศิษย์หลวงปู่ไต้ฮง รวมถึงประชาชนผู้มีจิตกุศลที่ร่วมกันบริจาคทุนทรัพย์เพื่อจัดสร้างขึ้น เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 และในวาระครบรอบ 110 ปีของการก่อตั้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยศาลเจ้าแห่งนี้ได้รับการจัดสร้างแล้วเสร็จและเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 จึงอาจกล่าวได้ว่า นี่คือสถานที่อนุสรณ์แห่งศรัทธา ความสามัคคี และการสืบสานเจตนารมณ์แห่งการให้ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นอีกด้วย

เดินชมประติมากรรมแกะสลักหินรอบอาคารศาลเจ้าฯ 
เสามังกรทอง 
รูปปั้นช้างเผือก สัญลักษณ์ของประเทศไทย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ ไปทรงเปิดอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทรงเปิดอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร

'CBD We Run 2025' วิ่งสุขสันต์เมืองยั่งยืน วิ่งการกุศลใหญ่ใจกลางสาทร

“CBD We Run 2025” วิ่งสุขสันต์เมืองยั่งยืน งานวิ่งการกุศลครั้งยิ่งใหญ่ใจกลางสาทร ชวนนักวิ่งรวมพลังก้าวออกมามอบสิ่งแวดล้อมที่ดี เพื่อกรุงเทพฯ ที่ยั่งยืน และแบ่งปันสิ่งดีๆ กลับสู่สังคม ภายใต้แนวคิด “ของขวัญเพื่อวันที่ยั่งยืน”

'ชาวสาทร' บุกกทม.ขอ 'ชัชชาติ' เชือด ส.ก.ก้าวไกล เซ่นคดีคุกคามทางเพศ

กลุ่มประชาชนชาวสาทร กรุงเทพมหานคร เดินทางมายังศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนแก่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อขอให้ยุติการปฎิบัติหน้า