.
นายกฯ ห่วงใยกิจกรรมรับน้องใหม่ช่วงเปิดเทอม กำชับ อว. ประสานสถาบันอุดมศึกษาใกล้ชิด วางเกณฑ์เพื่อความปลอดภัย เน้นความสร้างสรรค์กระชับความสัมพันธ์รุ่นพี่รุ่นน้อง เคารพสิทธิ และไม่มีสิ่งมึนเมา
21ก.ค.2566 - น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตั้งแต่กลางเดือน มิ.ย.เป็นต้นมาสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศทยอยเปิดภาคเรียนแรกของปีการศึกษา และเป็นช่วงเวลาที่นักศึกษาจะมีกิจกรรมรับน้องใหม่เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนใหม่และรุ่นพี่รุ่นน้อง โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้กำชับทางกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ว่าให้มีการติดตามประสานกับสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ในการวางเกณฑ์การดูแลกิจกรรมรับน้อง หรือรับเพื่อนใหม่ที่ปลอดภัย ไม่เกิดการบาดเจ็บ สูญเสีย เช่นที่เคยเกิดในอดีต
“นายกรัฐมนตรีสนับสนุนที่นิสิต นักศึกษา จะมีกิจกรรมรับน้องหรือเพื่อนใหม่ เนื่องจากเป็นโอกาสอันดีที่ในการพบปะทำความรู้จัก ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในศึกษาและประกอบกิจกรรมต่างๆ ตลอดช่วงเวลาศึกษาในมหาวิทยาลัย แต่ท่านก็มีความห่วงใย เนื่องจากที่ผ่านมาเกือบทุกปีจะมีกรณีความรุนแรง หรือความสูญเสียเกิดขึ้นระหว่างกิจกรรมนี้ ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากกรณีการดื่มแอลกอฮอล์ หรือเสพสิ่งมึนเมาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย นายกรัฐมนตรีจึงย้ำของให้ อว. ประสานสถาบันการศึกษาร่วมกันดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด” น.ส.ไตรศุลี กล่าว
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย. 65 อว. ได้เคยออกประกาศกระทรวง เรื่อง การจัดกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่และประชุมเชียร์ในสถาบันอุดมศึกษา เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาใช้เป็นแนวทางในการกำกับดูแลการจัดกิจกรรมให้มีลักษณะสร้างสรรค์ โดยมีแนวทางว่าการจัดกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่และประชุมเชียร์ ต้องเป็นกิจกรรมที่สร้างความอบอุ่น สร้างความประทับใจให้กับน้องใหม่ เป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือดูแลให้คำแนะนำการใช้ชีวิตที่ดีที่ถูกต้อง ในการใช้ชีวิตและการเรียนในสถาบันอุดมศึกษา เคารพสิทธิ เสรีภาพ และหลักความเสมอภาค ไม่มีความรุนแรงและห้ามล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลทั้งทางร่างกายและจิตใจ ไม่ดื่มสุราและเสพสิ่งมึนเมาทุกชนิด และต้องไม่จัดกิจกรรมนอกสถานที่ และต้องเปิดเผยได้
สำหรับมาตรการภายใต้ประกาศดังกล่าว ประกอบด้วย 8 มาตรการ ได้แก่ 1.ให้สถาบันอุดมศึกษาออกกฎ ระเบียบ ข้อบังคับหรือหลักเกณฑ์และมาตรการในการจัดกิจกรรม โดยกำหนดระยะเวลา รูปแบบการจัดกิจกรรมตามความเหมาะสม 2.รุ่นพี่ที่จัดกิจกรรมจะต้องได้รับการคัดเลือก มีการเตรียมความพร้อม และจะต้องเสนอโครงการจัดกิจกรรมเป็นลายลักษณ์อักษร และจัดกิจกรรมได้ต่อเมื่อได้รับอนุมัติแล้วเท่านั้น
3.ให้รณรงค์ ประชาสัมพันธ์เปิดเผยรูปแบบกิจกรรม เพื่อสร้างความเข้าใจกับนิสิตนักศึกษา 4.ก่อนการจัดกิจกรรมทุกครั้ง รุ่นพี่จะต้องแจ้งลักษณะกิจกรรมให้น้องใหม่ทราบ ซึ่งน้องใหม่สามารถเข้าร่วมหรือไม่ร่วมกิจกรรมนั้น ๆ ก็ได้ 5. ให้จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวัง มีเว็บไซต์ หรือ Line Official มีเจ้าหน้าที่ ตอบข้อซักถาม ให้ข้อมูล เพื่อใช้เป็นช่องทางการสื่อสารข้อมูลระหว่างนักศึกษา สื่อมวลชน ผู้ปกครอง กับมหาวิทยาลัย
6.ให้มีการประเมินผล และแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่และประชุมเชียร์ มีการยกย่องชมเชยนิสิตนักศึกษาที่มีการจัดกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ 7. ให้มีบทลงโทษทางวินัยอย่างจริงจังและเข้มงวดกับนิสิตนักศึกษา และ 8.ให้ผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาแต่ละสถาบัน ถือเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบ ในการดำเนินการตามนโยบายและมาตรการข้างต้นอย่างเคร่งครัด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จัดใหญ่ 'THAILAND²' 5 กระทรวงจับมือ ยกกำลังประเทศไทย 21 ก.ค.
ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า งาน “THAILAND² ยกกำลังประเทศไทย ยกระดับทุนมนุษย์” ถือเป็นงานใหญ่ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกจากการผนึกกำลังของ 5 กระทรวงหลัก
'อนุทิน' ทัวร์ตลาดศรีย่านเช็กกระแส 'ไทยช่วยไทยพลัส'
นายกฯ เดินศรีย่าน เช็กกระแส 'ไทยช่วยไทย พลัส' ปชช.ช้อปปิ้งคึกคัก
รัฐบาลเดินหน้า 'ODOS' ฟุ้งยกระดับทุนมนุษย์ประเทศ
รัฐบาลเดินหน้า 'ODOS' ปลุกพลังเยาวชนไทย 2,445 คน ปั้นกำลังคนสาย STEM รับเศรษฐกิจอนาคต ผนึก อว.-ศธ.-เครือข่ายการศึกษา ยกระดับทุนมนุษย์ประเทศ
'จิตณ์ตวรรณ' ตื่นเต้น รับหนังสือรับรอง สส.รอบ 2 ลั่นพร้อมดูแลปชช.หากเกิดการสู้รบรอบ 3
ที่สำนักงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) น.ส.จิตณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล สส.ศรีสะเกษ เขต 5 พรรคภูมิใจไทย เดินทางมารับหนังสือรับรอง สส.ที่กกต. พร้อมกับครอบครัว เปิดเผยว่า เป็นครั้งที่ 2 ที่มา ตื่นเต้นเหมือนครั้งก่อน
เพื่อไทยขู่ยื่นฟันจริยธรรมก่อนดันซักฟอก!
"ไตรศุลี” โพสต์ อุ๊ย! สมัยเป็นเลขาฯ มท.1 ยืนยันข่าว "อนุทิน" ปฏิเสธสัญญาณบ้านจันทร์ส่องหล้า ไม่ให้สัญชาติ
'ไตรศุลี' ย้อน 'ลิณธิภรณ์' เจ็บ! ถ้า รบ.เก่าบริหารน้ำดี ปชช.ไม่เดือดร้อนขนาดนี้
'ไตรศุลี' สวนกลับ 'ลิณธิภรณ์' ชี้รัฐบาลเพิ่งทำงานเดือนครึ่ง เร่งเครื่องแก้ปัญหาที่สะสมจากรัฐบาลก่อน อัดหากบริหารน้ำดี ชาวบ้านคงไม่เดือดร้อนอย่างทุกวันนี้ ยันติดตามสถานการณ์อุทกภัยใกล้ชิด

