กมธ.กฎหมาย ชี้ ฟ้อง 9 นักกิจกรรมชาวมลายูมุสลิม ไม่ถูกต้องระวังได้ไม่คุ้มเสีย


17 ม.ค.2567 - ที่รัฐสภา นายกมลศักดิ์ ลีวามะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุมกรณีนักกิจกรรม 9 คน ร้องเรียนการถูกละเมิด สิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกและการรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมทางวัฒนธรรมของนักกิจกรรมชาวมลายูมุสลิม ประเทศไทย ว่า ในที่ประชุมนอกจากนักกิจกรรมทั้ง 9 คน ยังมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ตำรวจภูธรภาค 9 และผู้กำกับสถานีตำรวจสายบุรี จ.ปัตตานี เข้าชี้แจง รวมถึงได้เชิญสส.จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้ง 13 คน เข้าร่วมฟังการชี้แจงครั้งนี้ด้วย ซึ่งกมธ.ได้สอบถามถึงการที่มีการแจ้งความร้องทุกข์ว่านักกิจกรรมกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ของ โดยกล่าวหาว่าทำให้เกิดความปั่นป่วนกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน อั้งยี่ซ่องโจร ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นได้ ซึ่งข้อหากล่าวนี้ทางผู้ร้องปฏิเสธว่ากิจกรรมของเขาไม่ได้เป็นไปอย่างที่ถูกกล่าวหา และก่อนหน้านี้ได้มีหน่วยงานคือกอ.รมน. ได้มาทำความเข้าใจกันแล้ว เพื่อให้มีการแก้ไขกิจกรรม ซึ่งหลังจากถูกแจ้งความมีการจัดกิจกรรมอีกครั้ง เป็นไปตามที่ได้มีการขอความร่วมมือ ซึ่งทางกอ.รมน.ให้ความร่วมมือตลอด แต่ยังมีความระแวงอยู่

นายกมลศักดิ์ กล่าวต่อว่า ทางผู้ชี้แจงระบุว่าการออกหมายเรียกไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับชุดแต่งกายมลายู หากเป็นกิจจกรรมที่มีนัยยะแอบแฝง มีถ้อยคำที่อาจจะส่อไปในขัดต่อกฎหมาย มีธงสัญลักษณ์ของขบวนการแนวร่วมปฏิวัติมลายูปัตตานี (BRN) ปรากฏอยู่ในกิจกรรม ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน ทั้งนี้ ทางกมธ.เห็นว่าการฟ้องร้องดำเนินคดีไม่อาจนำไปสู่การแก้ปัญหาได้ ควรเจรจาเพื่อหาข้อยุติอย่างสันติ โดยกมธ.จะทำหนังสือข้อเสนอแนะไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่มีความเป็นห่วงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่เพราะการกระทำของเจ้าหน้าที่ ไม่เอื้อต่อกระบวนการสันติภาพ ที่เกิดขึ้นตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี และทางกมธ.มองแล้วว่าการดำเนินการต่างๆ เกรงว่าจะเป็นการได้ไม่คุ้มเสีย ซึ่งทางกมธ.จะเป็นสะพานเชื่อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามข้อร้องเรียนของผู้ร้องต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.ณัฏฐ์ ซัด 'โรม' ทำ กมธ.เป็นศาลโซเชียล ชี้ 'อนุทิน' ไม่ต้องไปแจง 8 ต.ค.

“ดร.ณัฐวุฒิ” ซัด “รังสิมันต์ โรม” ใช้ กมธ.เป็นเครื่องมือ ทำตัวเป็น “ศาลโซเชียล” ปมเรียก “อนุทิน” แจงทุจริตสอบท้องถิ่น 8 ต.ค.

ทุกครัวเรือน เฮ ! ประกันภัยพิบัติ ทั่วหน้า 'กุลวลี' ปลื้ม รัฐเปลี่ยนวิธีคิดครั้งสำคัญของประเทศ จากรอเยียวยาสู่หลักประกันล่วงหน้า ทำให้คนไทยอุ่นใจ

นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร กล่าว สนับสนุนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ที่เห็นชอบให้จัดทำ “ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” โดยรัฐจ่ายเบี้ยประกันภัยให้ประชาชนราว 30 ล้านครัวเรือน คุ้มครองน้ำท่วม พายุ แผ่นดินไหว จ่ายชดเชยบ้านเสียหายสูงสุด 100,000 บาท/หลัง และกรณีเสียชีวิตรายละ 2,000,000 บาท ซึ่งเริ่มมีผลในเดือนตุลาคมนี้

'สส.สุพล' หนุนรัฐช่วยติดโซลาร์ครัวเรือน 5 หมื่น ลดภาระค่าไฟประชาชน พร้อมเร่งศึกษาไบโอดีเซล B20-B30 ลดต้นทุนพลังงาน เพิ่มรายได้เกษตรกร

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ กับอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันผันผวน กระทบค่าใช้จ่ายประชาชนทั้งด้านการเดินทางและภาคเกษตร ขณะที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน กำลังหาแนวทางลดภาระด้านพลังงาน โดยเฉพาะการส่งเสริมโซลาร์เซลล์ภาคครัวเรือน และศึกษาการใช้เชื้อเพลิงไบโอดีเซล

ผ่าระบบฉุกเฉินไทย! 'เปรมศักดิ์' ชี้ 2,574 ตำบล ยังไร้หน่วยแพทย์ เร่งปั้น Paramedic 7,500 คน

ชีวิตฉุกเฉินรอไม่ได้! คณะทำงานวุฒิสภาพบหน่วยแพทย์ฉุกเฉินยังกระจายไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะภาคกลาง เร่งดันท้องถิ่นตั้งหน่วย เพิ่มทีมระดับสูง และผลิต Paramedic 7,500 คนใน 5 ปี