
ศรัทธาล้นหลาม พุทธศาสนิกชนสักการะพระบรมสารีริกธาตุแน่นสนามหลวง คาดยอด 9 วัน ทะลุ 9 แสน รมว.วธ.ย้ำ 3 มี.ค.วันสุดท้ายดูแลอำนวยความสะดวก ปชช.ให้เรียบร้อย ก่อนอัญเชิญไปประดิษฐานเชียงใหม่
2 มี.ค.2567 – ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่กรมการศาสนา ประกาศขยายเวลาเปิดและปิดให้ประชาชนเข้าสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะในช่วงวันที่ 2-3 มี.ค. ตั้งแต่เวลา 07.00 -21.00 น. ก่อนที่จะอัญเชิญไปประดิษฐาน ณ หอคำหลวง อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ. เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 5-8 มี.ค. นั้น มีประชาชนสวมใส่ชุดขาวเดินทางมารอบริเวณจุดคัดกรองทางเข้ามณฑลพิธีท้องสนามหลวง ทั้งฝั่งตรงข้ามศาลฎีกาและตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตั้งแต่เวลา 05.00 น. และทยอยเดินทางเข้ามารอก่อนเวลาเปิดอย่างแน่นขนัด จนกระทั่งเวลา 07.00 น. เจ้าหน้าที่จึงเปิดให้เข้าภายในบริเวณท้องสนามหลวง โดยประชาชนต่างหลั่งไหลเข้ารับดอกไม้ธูปเทียน ก่อนเข้าไปกราบสักการะ และเวียนเทียน รอบมณฑปประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ
บรรยากาศตลอดทั้งวันแม้สภาพอากาศร้อนอบอ้าว แต่พลังความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติไม่ย่อท้อมุ่งหน้าเข้ามาสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุจนเต็มพื้นที่ โดยมีเจ้าหน้าที่จิตอาสา เจ้าหน้าที่กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลอำนวยความสะดวกผู้เข้ามาสักการะอย่างเป็นระบบ ขณะที่การสัญจรเข้ามาภายในพื้นที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลจัดการจราจรเพื่อเร่งระบายรถให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย

นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า ในวันที่ 3 มี.ค. เป็นวันสุดท้ายที่จะเปิดให้ประชาชนสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ตนได้รับนโยบายจากนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม ให้อำนวยความสะดวกและดูและประชาชนที่จะเข้ามาสักการะให้ดีที่สุด โดยได้ประสานงานกับหน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจชนะสงคราม ขสมก. กรุงเทพมหานคร ทีมแพทย์และพยาบาล ทั้งในส่วนการจัดการพื้นที่ด้านนอกและด้านใน โดยเฉพาะการจัดระบบผู้เข้าสักการะ การแจกดอกไม้ ธูปเทียนและการจัดระบบเข้าชมนิทรรศการภายในพื้นที่ท้องสนามหลวง ทั้งนี้ จากการประมาณการประชาชนที่เข้าสักการะตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. – 3 มี.ค. มีจำนวนกว่า 9 แสนคน

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 4 มี.ค. จะมีพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุไปประดิษฐาน ณ หอคำหลวง อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ โดยมีกำหนดการ เวลา 06.00 น. มีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุออกจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ไปยังท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 เวลา โดยมีพระสงฆ์จำนวน 5 รูป เจริญชัยมงคลคาถา และมีการวางพวงมาลัย จุดธูปเทียน เครื่องทองน้อยสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุ จากนั้นเวลา 08.30 น. เครื่องบินกองทัพอากาศจะออกจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง มุ่งสู่ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 41 จ.เชียงใหม่ และถึงในเวลา 10.00 น. โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ตั้งขบวนต้อนรับพร้อมด้วยขบวนช่างฟ้อนเล็บจิตอาสา จำนวน 100 คน ฟ้อนต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ และอัญเชิญสู่ขบวนรถอัญเชิญออกจากท่าอากาศยานเชียงใหม่ไปยังอุทยานหลวงราชพฤกษ์ประดิษฐาน ณ ห้องมั่นคง อาคารหอคำหลวง

เวลา 17.00 น. มีการจัดริ้วขบวนแห่พระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุ บนถนนทางเข้า อุทยานหลวงราชพฤกษ์ โดยมีคณะผู้แทนจากฝ่ายอินเดีย อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุ จากนั้นขบวนอัญเชิญและริ้วขบวนจะแห่เคลื่อนที่ออกไปยังหอคำหลวงอุทยานหลวงราชพฤกษ์ โดยมีนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม และคณะผู้บริหารรอรับขบวน เมื่อเคลื่อนถึงหอคำหลวงแล้ว ภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินเดียอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมอบให้แก่หัวหน้าคณะอินเดียเพื่อส่งต่อให้นายเสริมศักดิ์ จากนั้นอัญเชิญพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรส่งต่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่และอัญเชิญพระอรหันตธาตุของพระโมคคัลลานะส่งต่อให้อธิบดีกรมการศาสนาเพื่ออัญเชิญขึ้นประดิษฐานบนมณฑป โดยมีพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถาตลอดพิธีประดิษฐาน
ทั้งนี้ จะเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะตั้งแต่วันที่ 5 – 8. มี.ค. โดยเปิดรับบัตรคิวเป็นรอบ 08.00 น. 12.00 น. ณ บริเวณเต็นท์ลงทะเบียนวงเวียนราชพฤกษ์ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ และช่วงเย็นเวลา 18.00 – 19.00 น. จะมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์หยุดพักการขึ้นสักการะบนหอคำหลวง แต่สามารถสักการะรอบบริเวณได้จนถึงเวลา 21.00 น.


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วธ.ปลื้มสงกรานต์บ้านฉัน สีสันไทไทย ดึง นทท. อินฟลูฯ ทั่วโลกร่วมงาน
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวถึงภาพรวมของการจัดงานประเพณีสงกรานต์ พุทธศักราช 2569 ว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วน และภาคีเครือข่ายทางวัฒนธรรม จัดงานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์บ้านฉัน สีสันไทไทย สุขไกลทั่วโลก Once in a Lifetime: Experience Songkran in Thailand”

