
โรงพยาบาลเฉพาะทางใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา ถือว่าเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของสังคมปัจจุบันได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเมื่อประเทศไทยก้าวสู่สังคมสูงวัยเต็มตัว ความต้องการดูแลรักษาจากแพทย์เฉพาะทางก็เป็นสิ่งที่ไม่ได้เกินพื้นฐานความเป็นจริงของปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะปัญหากระดูกและข้อ มักจะพบบ่อยในผู้สูงอายุ
ด้วยเหตุนี้ โรงพยาบาลเอส ที่เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ จึงได้ขยายพื้นที่สู่โรงพยาบาลแห่งใหม่ ในขนาดพื้นที่ให้บริการใหญ่กว่าเดิม ถึง 5 เท่า เพื่อรองรับผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อได้ในจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับยกระดับมาตรฐานการดูแลครบวงจร ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์
ขณะเดียวกัน ก็ก้าวสู่บทบาท การเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านการบำบัดรักษาความพิการ ที่มาจากโรคสมอง เช่นผู้ป่วยที่เดินไม่ได้จากโรคสโตรก หรือผู้ประสบอุบัติเหตุ รวมทั้งผู้อยู่ในภาวะความจำเสื่อม ให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้
นพ.ดิตถพงษ์ บุญอำพล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ กล่าวว่า 9ปีของรพ.เอส ฯ ที่มีจุดแข็งการรักษาโรคกระดูกสันหลังและข้อ ด้วยจุดเด่นเทคนิคการผ่าตัดแผลเล็ก ที่ช่วยลดการบาดเจ็บและลดระยะเวลาฟื้นตัว พร้อมกับการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เครื่องทำMRI ในท่ายืน แห่งแรกในประเทศไทยมาใช้ ซึ่งถือว่าเป็นเทคนิคสำคัญเพราะสามารถแสดงรายละเอียดของโรคที่MRI ทั่วไปมองไม่เห็น ทำให้แพทย์รู้จุดและสาเหตุของปัญหาอาการเจ็บได้ตรงจุด เมื่อรักษาหรือผ่าตัดจึงได้ผลเต็มที่ คนไข้หายเจ็บหายปวดทันที

ความสำเร็จการรักษา ที่คนไช้พึงพอใจ และนำไปสู่การบอกเล่าแบบปากต่อปาก ทำให้รพ.เป็นที่รู้จักมากขึ้น คนไข้บางคนเลือกมารพ.เอส ฯ เพราะดูข้อมูลในโลกออนไลน์ ก่อนเดินเข้ารพ.นอกจากนี้เหตุผลอีกประเป็นสการที่ทำให้รพ.เป็นที่ยอมรับ ก็คือประสบการณ์ของทีมแพทย์ บางเรื่องเป็นสิ่งเล็กน้อยที่หลายคนมองข้าม แต่สำหรับรพ.เอส ฯกลับนำสิ่งเหล่านั้นมาเป็นปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้การผ่าตัดรักษาได้ผลลัพธ์ที่เที่ยงตรงขึ้น เช่น การปิดไฟในห้องผ่าตัด ที่ส่วนใหญ่เป็นการส่องกล้องตามคอนเซ็ปต์ ของรพ.ที่ต้องการให้เกิดแผลเล็ก เจ็บน้อย
นพ.ดิตถพงษ์ กล่าวว่า ในห้องผ่าตัดเราจะใช้ไฟไม่ส่ว่างมาก ซึ่งแตกต่างจากห้องผ่าตัดทั่วไปที่ต้องการไฟจ้าๆ เหตุผลก็คือ หากแสงในห้องมากเกินไป จะทำให้เห็นภาพในจอหลังส่องกล้องไปจุดปัญหาได้ไม่ชัด นอกจากนี้ ไฟผ่าตัดที่ปกติมีขนาดใหญ่ก็มีการปรับขนาดให้เล็กลง ด้วยเหตุผลว่าศรีษะหรือไหล่ของแพทย์จะได้ไม่ชนกับไฟ นอกจากนี้ ยังเพิ่มแรงดันในห้องผ่าตัด เพื่อให้อากาศจากข้างนอกเข้ามาในห้องผ่าตัดน้อยที่สุด ซึ่งจะลดโอกาสติดเชื้อหลังผ่าตัดได้มากขึ้น

หรือในกรณีผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ที่ไม่ใช้การวางยาสลบ แต่ใช้เทคนิค ฉีดยาชาเข้าเส้นประสาท ทำให้แม้หลังการผ่าตัดคนไข้จะไม่รู้สึกปวด ไม่ต้องกินยาแก้ปวด หรือฉีดมอร์ฟีนลดความเจ็บปวด แต่สามารถเดินได้ทันที ซึ่งการเดินจะมีผลทำให้เกิดการขับของเสียจากการผ่าตัดออกไปได้เร็ว ทำให้อาการดีขึ้นเร็ว และคนไข้จะนอนรพ.เพียงแค่ 2 วันเท่านั้น
“เราทำสิ่งเหล่านี้ ซึ่งมาจากประสบการณ์รักษาคนไข้และนำมาปรับให้เข้ากับการทำงาน ของทีมแพทย์เฉพาะด้าน เราพยายามทำให้การรักษาของเราเปรียบเสมือนการขับรถ Formula one ซึ่งเหนือระดับกว่ารถซูปเปอร์คาร์ ทั้งนี้ การรักษาจึงต้องมีทั้งSkill ระดับสูง และอุปกรณ์เครื่องมือ ทางการแพทย์ที่ดี ผลการรักษาจึงออกมาดี”
ผลงานที่ผ่านมา จึงทำให้รพ.ได้รับรองมาตรฐานสากลจาก AACI ( American Accreditation Comission International )และยังได้รับรางวัลเกียรตินิยมของAACI ด้านความปลอดภัย การดูแลผู้ป่วย และด้านการบริหารจัดการองค์กรเป็นเลิศแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การก่อตั้งโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านความพิการ ซึ่งน่าจะเป็นแห่งแรกของไทย โดยใช้พื้นที่รพ.เอสเดิม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างปรับปรุงพื้นที่ นพ.ดิตถพงษ์ กล่าวว่า คนป่วยโรคหลอดเลือดสมองหรือโรคสโตรก มักจะเดินไม่ได้ต้องกลายเป็นคนไข้ติดเตียง หากไม่รีบฟื้นฟูตั้งแต่ป่วยใหมๆ ก็จะทำให้กลายเป็นคนติดเตียงโดยสมบูรณ์ ซึ่งรพ.มีองค์ความรู้และวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ที่ใช้ในการรักษา เช่นคนไข้ที่มาจากโรคสมอง ก็ต้องแก้ที่สมอง ซี่งเปรียบเสมือนวงจรไฟฟ้่า หากกระตุ้นสมองไปยังเส้นประสาท เช่นในคนไช้ที่เดินไม่ได้ ก็จะทำให้กลับมาเดินได้ หรือในคนไข้ที่ป่วยโรคความจำเสื่อม ที่เราเรียกกันว่าอัลไซเมอร์ ซึ่งอัลไซเมอร์เป็นSubset ของโรคความจำเสื่อม หากเป็นในระยะต้น หรือระยะกลาง ก็จะสามารถฟื้นคืนมาได้แม้จะไม่สมบูรณ์เท่าเดิมก็ตาม แต่ก็กลับมาใกล้เคียงภาวะปกติ เพราะหากปล่อยไว้ ผู้ป่วยโรคสมองก็จะกลายเป็นคนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ในที่สุด
“องค์ความรู้ที่เรานำมาใช้รักษาความพิการ เป็นการผสมผสานทั้งจากตะวันออกและตะวันตก ซึ่งของยุโรปเขามีความรู้มีเทคโนโลยีที่ดีมากในการรักษาความพิการ แต่เขาขาดสิ่งที่เรียกว่าการบริการ ที่เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะมีแค่ความรู้อย่างเดียวไม่พอ หากบริการไม่ดี ความรู้นี้ก็ไม่ได้ผล ซึ่งเรามองเห็นช่องโหว่นี้ “

วิสัยทัศน์ก้าวไกลยังไม่หมดเพียงเท่านี้ นพ.ดิตถพงษ์ กล่าวว่า ส่วนตัวมองเห็นว่ารพ.เฉพาะทางจะต้องเกิดมากขึ้น เพื่อรองรับสังคมสูงวัย และตนเองมองว่า อาจจะเปิดให้บริการโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านตา หรือโรคมะเร็ง ในลำดับถัดไป
“ในแง่การตลาดสำหรับโรงพยาบาลรักษาความพิการ คาดว่าจะมีคนไข้ต่างชาติประมาณ 75% คนไทย 25% ต่างชาติ หลักๆ มาจากตะวันออกกลาง เพราะเขาไม่มีรพ.เฉพาะทางด้านนี้ จึงเป็นที่ต้องการของเขา แม้ว่าตอนนี้จะมีสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง แต่ถ้าสถานการณ์ดีขึ้นแล้ว เชื่อว่าคนไข้กลุ่มนี้ จะกลับมา “
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
🛑LIVE ปรากฎการณ์ ศุ ภ จี #EP 2
ตรงปก ตรงประเด็น กับ..สำราญ รอดเพชร : วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569
🔴 LIVE วิบากหนาม | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569
🔴 LIVE ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม | คลี่ปมเดือด!! ค่าไฟขั้นบันได ไลฟ์ขายทุเรียน
ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม : วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569

