
สถานการณ์ภัยแล้งของประเทศไทยในปัจจุบันมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศและปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ ไทยกำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากปริมาณฝนที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ฝนทิ้งช่วงยาวนาน และสภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดถี่ขึ้น ทั้งอุณหภูมิสูงจัด น้ำท่วมฉับพลัน และภัยแล้งในหลายพื้นที่ ล้วนส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ภาคการเกษตร เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในวงกว้าง
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยศูนย์สื่อสารองค์กร จุฬาฯ เปิดเวทีเสวนาวิชาการ Chula The Impact ครั้งที่ 39 ในหัวข้อ “จุฬาฯ ชวนคิด ฝ่าวิกฤตภัยแล้ง : รู้ทัน ปรับตัว ผ่านพ้น” เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นสถานการณ์ภัยแล้งและผลกระทบจากปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ กำลังเป็นประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกเฝ้าระวัง โดยมีนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิอากาศและการบริหารจัดการน้ำร่วมวิเคราะห์สถานการณ์และเสนอแนวทางรับมืออย่างรอบด้าน ณ เรือนจุฬานฤมิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันก่อน โดยมี ศ.ดร.ปาริชาต สถาปิตานนท์ รองอธิการบดี จุฬาฯ เปิดงาน

ดร.ชลัมภ์ อุ่นอารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลภูมิอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ประเทศไทยอยู่ตอนกลางคาบสมุทรอินโดจีน มีร่องมรสุมกำหนดปริมาณฝนและความชื้นในประเทศ ช่วงเดือนพฤษภาคมมีร่องมรสุมพาดผ่านตอนกลางประเทศ เกิดฝน เป็นจุดเริ่มต้นฤดูฝนในบ้านเรา เราเจอพายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรอินเดีย ส่งผลให้ฝนเยอะเดือนนี้ แต่ร่องมรสุมมีการเคลื่อนที่ไปทางตอนบนของประเทศ จะเกิดฝนตอนบนของประเทศ ส่วนปรากฎการณ์เอลนีโญ่ ลานีญ่า มีอิทธิพลต่อฤดูกาลผันแปร ส่งผลให้ฝนมากหรือน้อย ตอนนี้ไทยจะเผชิญเอลนีโญ่ฝนจะน้อย ร่องมรสุมบ้านเราเกิดจากลมขั้วโลกเหนือกับขั้วโลกใต้มาเจอกันที่เส้นศูนย์สูตร ลมผลักกันตรงนี้ เกิดการยกตัวเป็นแนวยาวเป็นร่องมรสุม
เดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ร่องมรสุมจะพาดผ่านทั้งประเทศไทย เข้าฤดูฝนเต็มตัว แต่มีบางจังหวัดอาจเกิดฝนทิ้งช่วงได้ หากเข้าใจจะบริหารจัดการน้ำแล้งได้ ปริมาณน้ำที่ไม่เพียงพอต่อการใช้ หากมีน้ำน้อยแต่พอใช้ ไม่เรียกแล้ง หากเข้าใจลายแทงปริมาณฝนในพื้นที่จะบริหารจัดการน้ำได้ กรมอุตุนิยมมองการบริหารจัดการแบบโซนนิ่งง่ายกว่าดูรายจังหวัด โดยจัดพื้นที่กระจายฝนเหมือนกันเพื่อเฝ้าระวังและเตือนประชาชนได้อย่างละเอียดและแม่นยำมากขึ้น
“ ลานีญ่ากำลังจะหมดไป มีโอกาสเป็นเอลนีโญ่ 10% แต่ในอีกสองเดือนหน้าเอลนีโญ่จะกลับมา 80-90% เอลนีโญ่พัฒนาตัวอย่างรวดเร็ว หากเป็นสตรองเอลนีโญ่ที่เรากลัวกัน เคยเกิดปี 2015 อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณตอนกลางแปซิฟิกเพิ่มขึ้น จะทำให้กระแสลมถูกดึงออกจากพื้นทวีปแทนที่จะพัดความชื้นเข้ามา กลับกลายดึงความชื้นออกจากพื้นทวีป ฝนจะไปตกกลางมหาสมุทรแทน บนพื้นทวีฝนตกน้อยลง ตอนนี้สถานการณ์ปรากฎการณ์เอลนีโญ่จะเป็นแบบไหน เอลนีโญรูปแบบไหนที่จะให้ปริมาณฝนแล้งหรือท่วม เพราะอดีตที่เคยเกิดปี 1997 2004 2009 มีรูปแบบการเกิดไม่เหมือนกัน ผลกระทบชั้นบรรรยากาศต่างกัน ต้องเฝ้าระวัง ดูความร้อนในทะเลที่ส่งผลกระทบอากาศชั้นบรรยากาศเกิดการเคลื่อนที่ผิดปกติ กระทบฝนในฤดูกาล “ ดร.ชลัมภ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ผอ.ศูนย์ข้อมูลภูมิอากาศย้ำปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของปริมาณฝนและอุณหภูมิในหลายภูมิภาค รวมถึงประเทศไทย อาจทำให้เกิดภาวะฝนตกต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงฤดูฝน และเพิ่มความเสี่ยงของภัยแล้งในหลายพื้นที่ ระบบพยากรณ์อากาศและระบบเตือนภัยล่วงหน้าสำคัญมาก ช่วยให้สังคมสามารถเตรียมพร้อมและปรับตัวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

รศ.ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมแหล่งน้ำและการบริหารจัดการน้ำ ภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า หากอุณหภูมิร้อนขึ้นเกิน 2 องศาฯ จากค่าเฉลี่ย 30 ปี เป็นเอลนีโญ่ ทั่วโลกมีการเฝ้าติดตาม ลมพัดจากไทยไปแอฟริกา แอฟริกากลับไทย มีผลต่อสภาพอากาศ จากการคาดการณ์จากนี้จนถึงสิ้นปี 2569 มหาสมุทรตรงกลางอุ่น หรือทะเลอุ่น หมายถึงแล้ง ฝนตกหนักในมหาสมุทร อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์แล้งชัดเจน ตลอดปี ส่วนประเทศไทยจะไม่แล้งจัด ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม จากนั้นเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม ไทยจะเริ่มมีฝนบ้าง กราฟยังไม่คงที่ เปลี่ยนแปลงตามปัจจัย
“ ปกติเดือนพฤษภาคมเป็นต้นฤดูฝน จะมีน้ำจากฟ้าและน้ำจากเขื่อน ซึ่งเมื่อถึงปลายฝนจะมีน้ำในอ่างเก็บน้ำ 40-50% จากนั้นฝนจะตกปริมาณน้ำจะขึ้นถึง 80% สำหรับใช้กับแล้งหน้า ที่ผ่านมา พบว่า ปลายเดือนตุลาคม น้ำในอ่างเก็บน้ำภาคกลางมีเฉลี่ย 60% เดิมฝนตกหน้าฝนไหลทิ้งทะเลก่อน ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รัฐมีนโยบายเก็บน้ำในเขื่อนมากขึ้น ใช้น้ำฝนก่อน น้ำเขื่อนจำเป็นค่อยปล่อย ทำให้น้ำในเขื่อนสูงขึ้นเฉลี่ย 70-80% นี่คือการบริหารจัดการ แต่ปีนี้น้ำในเขื่อนมี 32% ทั้งที่ควรมี 40% แล้งที่แล้วแล้งมาก และฝนมาล่า หากจากนี้ฝนไม่มาเลยเราจะแย่ ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ๆไม่มีเขื่อนมากกว่า ต้องพึ่งฝน จากสัญญาณเหล่านี้อยากให้ระดับพื้นที่เก็บกักน้ำมากที่สุด ทำบึง ทำฝาย ถ้าปีนี้แล้ง ปีหน้าแล้งอีกจะจัดการอย่างไร เป็นสิ่งที่กรมชลประทานกำลังวางแผน ภาคอีสาน กับภาคใต้จะได้รับผลกระทบภัยแล้งมากสุด “ รศ.ดร.สุจริต กล่าว

ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำระบุประเทศไทยจำเป็นต้องปรับแนวคิดการจัดการน้ำใหม่ให้สอดคล้องกับสภาพอากาศที่มีความไม่แน่นอนมากขึ้น ทั้งการบริหารจัดการน้ำต้นทุน การกักเก็บน้ำ การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการบูรณาการการจัดการ “น้ำท่วม–น้ำแล้ง–น้ำเสีย” อย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถรองรับวิกฤตน้ำ ในอนาคตได้อย่างยั่งยืน ขณะนี้ผลงานวิจัยและเครื่องมือด้านการบริหารจัดการน้ำของจุฬาฯ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการติดตามสถานการณ์น้ำ การวิเคราะห์ข้อมูล และการวางแผนบริหารจัดการน้ำเชิงรุก เพื่อช่วยลดผลกระทบจากภัยแล้งและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากรน้ำในอนาคต
มิติผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม ผศ.ดร.พงษ์ศักดิ์ สุทธินนท์ หน.ภาควิชาวิศวกรรม แหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ภัยแล้งไม่ได้ส่งผลเฉพาะภาคเกษตรกรรมเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงภาคอุตสาหกรรม ความมั่นคงทางอาหาร และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่ทรัพยากรน้ำมีจำกัด ภาคเกษตรจำเป็นต้องปรับตัวใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยบริหารจัดการน้ำและลดความสูญเสียจากภัยแล้ง ต้องร่วมกันรับมือกับวิกฤตภัยแล้งและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นักวิชาการ เปิดภาพกราฟิกชี้เข้าสู่โหมด 'เอลนีโญ' แม้เกิดภาวะฝนแล้ง แต่ต้องระวังน้ำท่วม
รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ ม.รังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า แม้โลกกำลังจะเข้าสู่โหมดของปรากฏการณ์ El Nino ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีน้ำท่วม
นายกฯ สั่งรับมือเอลนีโญ-ภัยแล้ง ย้ำผลักดันร่างพ.ร.บ.ป่าชุมชน คนอยู่กับป่าร่วมกัน
นายกฯ สั่งรับมือเอลนีโญ-ภัยแล้ง ย้ำ ผลักดันร่างพ.ร.บ.ป่าชุมชน ให้คนอยู่กับป่าทำประโยชน์ร่วมกัน
รบ.เตรียมออก พรก.กู้เงิน 5 แสนล. 'ปกรณ์' ลั่นจำเป็นเร่งด่วนรับมือวิกฤตซ้ำซ้อน พลังงาน-ซุปเปอร์เอลนีโญ
‘ปกรณ์’ เผย รัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้าน ชี้จำเป็นเร่งด่วนรับมือวิกฤตซ้ำซ้อนทั้งจากราคาพลังงานสูง-ซุปเปอร์เอลนีโญที่ไทยจะต้องเผชิญ ส่วนเรื่องการขยายเพดานหนี้สาธารณะกระทรวงการคลังจะเป็นฝ่ายสรุปอีกครั้ง

