
อดีตอธิบดีกรมการปกครองยื่น ป.ป.ช.สอบ “ภูมิธรรม-ปลัด มท.” ปมโยกย้ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย หลัง ก.พ.ค.ชี้ขัดระบบคุณธรรม เปิดเอกสารสอบ “ปลัดจังหวัดภูเก็ต” พัวพันออกใบอนุญาตปืน 26 กระบอก-โยงเว็บพนันออนไลน์ แต่จบลงโทษวินัยไม่ร้ายแรง แค่ตัดเงินเดือน 2% ก่อนล่าสุดถูกอธิบดี ปค.เด้งเข้ากรุปมส่วยป่าตอง
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อดีตอธิบดีกรมการปกครอง ปัจจุบันตำแหน่งเลขานุการ รมว.มหาดไทย ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบและไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีการโยกย้ายตนออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ก่อนเกษียณอายุราชการ
คำร้องดังกล่าวกล่าวหานายภูมิธรรม เวชยชัย ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ขณะดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่ามีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการเสนอและดำเนินการโยกย้ายผู้ร้องโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นไปตามหลักระบบคุณธรรม และอาจเข้าข่ายความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
ผู้ร้องระบุว่า การโยกย้ายดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการมอบนโยบายในช่วงเวลาอันสั้น โดยไม่ปรากฏเหตุผลเฉพาะรายว่า ผู้ร้องมีข้อบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่อย่างไร ไม่มีการประเมินผลการทำงาน ไม่มีการเปิดโอกาสให้ชี้แจง และไม่มีข้อเท็จจริงที่แสดงให้เห็นว่าการย้ายออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครองเป็นความจำเป็นแท้จริงของทางราชการ
ประเด็นสำคัญของคำร้องคือ ผู้ร้องเห็นว่าการถูกย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย มิใช่การสับเปลี่ยนตำแหน่งตามปกติ แต่เป็นการลดบทบาท อำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ และโอกาสในทางราชการ โดยเฉพาะเมื่อผู้ร้องใกล้เกษียณอายุราชการ ทำให้ไม่อาจกลับคืนสู่ตำแหน่งเดิมได้ และส่งผลกระทบต่อเกียรติประวัติ ชื่อเสียง และโอกาสหลังเกษียณอายุราชการ
คำร้องยังอ้างถึงคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม หรือ ก.พ.ค. ซึ่งมีมติเสียงข้างมากว่า การดำเนินการโยกย้ายดังกล่าวเป็นการใช้ดุลพินิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่เป็นไปตามระบบคุณธรรม ผู้ร้องจึงขอให้ ป.ป.ช.รับเรื่องไว้ไต่สวน ตรวจสอบเอกสารและพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งตรวจสอบว่ามีผู้ใดเป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนในการกระทำดังกล่าวหรือไม่
ผู้ร้องยืนยันว่า มิได้ประสงค์ให้ ป.ป.ช.วินิจฉัยความผิดล่วงหน้า แต่ขอให้มีการไต่สวนโดยรอบคอบ เป็นธรรม และตรวจสอบได้ เพื่อคุ้มครองหลักนิติธรรม ระบบคุณธรรมในการบริหารราชการแผ่นดิน และความเป็นธรรมต่อข้าราชการที่ได้รับผลกระทบจากการใช้อำนาจของฝ่ายการเมืองและฝ่ายประจำ
คดีนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องการโยกย้ายข้าราชการระดับสูง แต่เป็นคำถามสำคัญต่อ “ระบบคุณธรรม” ในราชการไทยว่า การใช้อำนาจย้ายข้าราชการต้องมีเหตุผลเฉพาะราย ตรวจสอบได้ และต้องไม่กระทบสิทธิ เกียรติประวัติ และความเป็นธรรมของผู้ถูกย้าย
เมื่อ ก.พ.ค.มีคำวินิจฉัยว่า การโยกย้ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ได้รับความเสียหายจึงมีสิทธิร้องต่อ ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบต่อไปว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นเพียงคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบ หรืออาจถึงขั้นเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามกฎหมายอาญาหรือไม่
ส่วนอีกประเด็นอื้อฉาว รายงานข่าวแจ้งว่า จากเอกสารบันทึกข้อความ ลงวันที่ 7 ก.ค.2568 ของกระทรวงมหาดไทย เรื่องข้าราชการถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง พบรายละเอียดว่า “นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร” ปลัดจังหวัดภูเก็ต ครั้งดำรงตำแหน่ง นอ. (ผอ.สูง) อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงใน 2 กรณี ทั้งเรื่องการออกใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืน และความเชื่อมโยงกับเครือข่ายพนันออนไลน์
ในเอกสารระบุว่า นายรุ่งเรือง ในฐานะนายทะเบียนท้องที่ ออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) ให้กับ “นายแซม แวดาโอ๊ะ” รวม 26 กระบอก ทั้งที่ไม่ได้ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม เอกสารรายได้ ทรัพย์สิน และหนังสือรับรองความประพฤติอย่างรอบคอบ ต่อมาปรากฏว่าเจ้าตัวมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
นอกจากนี้ ผลสอบยังกล่าวถึงเส้นทางการเงินเชื่อมโยงคดีพนันออนไลน์ โดยระบุว่ามีการใช้บัญชีธนาคารและโทรศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับนายรุ่งเรือง ในธุรกรรมรับโอนเงินจำนวนหลายล้านบาทจากเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ แม้เจ้าตัวจะปฏิเสธว่าไม่ทราบพฤติกรรมของผู้ใต้บังคับบัญชา แต่คณะกรรมการเห็นว่าเป็นการปล่อยปละละเลย จนกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของราชการ
ทั้งนี้ จากเหตุและผลตามข้อเท็จจริง นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ดังกล่าว เป็นการไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อปฏิบัติอันเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติ ครม. นโยบายของรัฐบาล และไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ และฐานไม่รักษาชื่อเสียงของตน และรักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย ตามมาตรา 83 (2) และ (10) ประกอบมาตรา 84 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 และโดยที่อำนาจการดำเนินการทางวินัยและมีคำสั่งลงโทษทางวินัย นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร
เป็นของ อปค. ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติแทน ปมท. ตามคำสั่ง มท.ที่ 251/2565 ลว. 27 ม.ค.2565 จึงเห็นควรดำเนินการ ดังนี้
ลงโทษตัดเงินเดือนนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ในอัตราร้อยละ 2 เป็นเวลา 3 เดือน ตามความเห็นของคณะกรรมการสอบสวน และรายงานผลการดำเนินการทางวินัยต่อคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน กระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณาดำเนินการตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 และแจ้งคำสั่งลงโทษนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ให้ ผวจ.หนองบัวลำภู ทราบ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ เอกสารดังกล่าวมีการลงนามเสนอความเห็นโดยนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง และปัจจุบันเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2569 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งด่วน ให้นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองรวม 5 คน ในจังหวัดภูเก็ต เข้าช่วยราชการที่กรุงเทพมหานคร หลังมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเรียกรับส่วยสถานบันเทิงในพื้นที่ป่าตอง จ.ภูเก็ต ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รมว.ยธ.ปัดแกล้งภาวุธ จับโค้ชเจมส์แก๊งForex
"ดีเอสไอ" รวบ “โค้ชเจมส์” คาสนามบินสุวรรณภูมิ ตามหมายจับฐานความผิด พ.ร.บ.คอมพ์-ฉ้อโกง ปชช. หลังเป็น IB โยงคดีฟอเร็กซ์
‘อังกฤษ’ปะทะ‘อาร์เจนตินา’ คู่กัดสำคัญในประวัติศาสตร์
เข้าสู่วันที่ 2 ของการแข่งขันในรอบตัดเชือก หรือ 4 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026
เคาะเกณฑ์ใหม่บัตรคนจน
ครม.ไฟเขียวปรับเกณฑ์ "บัตรคนจน" ยกเลิกเงื่อนไขลด
30วันล้อมคอก/ดับพุ่ง31ศพ
“นายกฯ” นำ ครม.ยืนสงบนิ่งไว้อาลัยเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ สั่งตรวจสอบสถานบริการทั่ว ปท.
โละ5พันพ้น‘ขรก.’ กสถ.ฟันโกงสอบท้องถิ่น นายกฯสั่งสแกนทีมรมต.
“อนุทิน” รับทราบจับ 3 ผู้ต้องหาโกงสอบท้องถิ่น ลั่นฟันไม่เลี้ยงไม่ว่าเป็นใคร
นายกฯ ฟาด รมต. ตั้งคณะทำงาน 20-30 คน 'บ้าไปแล้ว' ปม 'ดร.วิน' ถูกจับโกงสอบท้องถิ่น
นายกฯ รับทราบจับ 3 ผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่น รอตำรวจสอบสวนดำเนินคดี ลั่น ฟันไม่เลี้ยงแม้เป็น ‘แกนนำภูมิใจไทย’โดนหมด สั่ง สแกนเข้มทีมงานรัฐมนตรี หลังพบฉาวเยอะ บอกเลิกตั้งที่ปรึกษา-คณะทำงานจนล้น 20-30 คนบ้าไปแล้ว ตั้งแบบนี้ไม่ต้องเป็น - บุญคุณในอดีตกองไว้ตรงนั้น ไม่ใช่อยากตั้งใครก็ตั้ง

