ลงทะเบียน “ไทยช่วยไทย พลัส” ทั่วไทยสุดคึก วันแรกกดไป 23.7 ล้านคน ร้านค้าผ่านตรวจสอบแล้วกว่า 9.8 แสนราย คลังโวสูงสุด 7 แสนสิทธิต่อวินาที มั่นใจ 30 ล้านสิทธิเพียงพอ ปลัดคลังยันครบเมื่อไหร่ปิดเลยไม่รอถึง 29 พ.ค. การันตีร้านค้าไม่ต้องกังวลโดนภาษีย้อนหลัง ชี้เหตุเจอรอตรวจ 3 วันเป็นกลุ่มไม่เคยลงทะเบียนมาก่อน “พลอยทะเล” แจงตัวเลข ปชช.ต้องเติมเงินเดือนละ 667 บาท ส่วน 4 เดือนหากอยากใช้ครบ 4 พันเติม 2,667 บาท
เมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 ถือเป็นวันแรกที่รัฐบาลเปิดให้ประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐลงทะเบียนในโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ตั้งแต่เวลา 06.00 น. โดยนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก โดยช่วง 30 นาทีแรกหลังเปิดให้ลงทะเบียน มีประชาชนเข้ามากดลงทะเบียนกว่า 10 ล้านสิทธิ ขณะเดียวกันในช่วง 06.15 น. เป็นช่วงที่มีประชาชนเข้ามาลงทะเบียนสูงสุดที่ 7 แสนสิทธิต่อวินาที ส่งผลให้ระบบการรับลงทะเบียนหน่วงไปราว 6 นาที ก่อนกลับมาเป็นปกติในช่วง 06.20 น.
นายวินิจกล่าวต่อว่า ภาพรวมการลงทะเบียน ณ เวลา 12.00 น. มีผู้มาลงทะเบียนแล้ว 22.6 ล้านคน ลงทะเบียนสำเร็จ 17.3 ล้านคน รอตรวจคุณสมบัติ 4.92 ล้านคน และมีประชาชนลงทะเบียนไม่สำเร็จ 335,319 ราย ส่วนนี้แบ่งเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 335,153 ราย และอื่นๆ เช่น เคยทำผิดเงื่อนไขคนละครึ่ง โดยขณะนี้ยังมีสิทธิคงเหลืออีกราว 7.3 ล้านสิทธิ และมั่นใจว่า 30 ล้านสิทธิที่รัฐบาลเตรียมไว้รองรับนั้นจะเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ในการดูแลปัญหาปากท้องจากผลกระทบวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นได้
สำหรับระบบการลงทะเบียนนั้น นายวินิจยืนยันว่าไม่ได้ยุ่งยาก ซึ่งการลงทะเบียนได้แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่เคยได้รับสิทธิแล้ว เพียงแค่กดยืนยันรับสิทธิ และกลุ่มที่ลงแอปพลิเคชันใหม่ เปลี่ยนมือถือ เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์แต่ไม่ได้แจ้งกับธนาคาร ก็ต้องมายืนยันตัวตนใหม่อีกครั้งก่อน ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชนหลายคนที่ไม่สามารถยืนยันตัวตนได้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนโทรศัพท์ ลบแอปพลิเคชัน และที่พบมากที่สุดคือ หลายคนจำรหัสเข้าแอปพลิเคชันเป๋าตังไม่ได้ จึงจำเป็นต้องมายืนยันตัวตนใหม่
นายวินิจยังกล่าวถึงร้านค้าที่มาลงทะเบียนเข้าโครงการ ว่าเป็นร้านค้ารายเดิมที่ผ่านเกณฑ์ 9.77 แสนราย โดยร้านค้าอยู่ระหว่างกดยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไข 5.84 แสนร้านค้า และลงทะเบียนพร้อมใช้ 3.92 แสนร้านค้า โดยเป็นร้านค้าใหม่ 9 พันร้านค้า ส่วนนี้อยู่ระหว่างการรอตรวจสอบ 7 พันร้านค้า และผ่านการตรวจสอบข้อมูล 1.95 พันร้านค้า ซึ่งส่วนนี้อยู่ระหว่างร้านค้ากดยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไข 274 ร้านค้า และเป็นร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จแล้ว 1.68 พันร้านค้า ดังนั้นร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จ พร้อมใช้แล้ว 3.93 แสนร้านค้า และในวันที่ 10 มิ.ย.นี้จะเปิดให้ร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมกับแพลตฟอร์มเดลิเวอรี ซึ่งขณะนี้ได้รับการยืนยันแล้วว่าทุกแพลตฟอร์มจะเข้าร่วมโครงการด้วย และในวันที่ 15 มิ.ย. 2569 ประชาชนจะเริ่มใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรีได้
“ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการนั้นไม่อยากให้ต้องกังวลเรื่องภาษีย้อนหลัง เพราะตามข้อเท็จจริงแล้วประชาชนทุกคนมีหน้าที่ต้องเสียภาษี หากมีรายได้ถึงเกณฑ์อยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่ร้านที่เข้าร่วมโครงการเป็นร้านค้าขนาดเล็ก ซึ่งรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี จึงไม่อยากให้ต้องกังวล” นายวินิจกล่าวและว่า กระทรวงการคลังได้ส่งเรื่องให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อดำเนินคดีกับร้านค้าราว 300 ร้านค้าที่ทำผิดเงื่อนไขในโครงการคนละครึ่งพลัส
มั่นใจ 30 ล้านสิทธิเอาอยู่
ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเหตุใดต้องเปิดให้ประชาชนมาแย่งกันลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิว่า การเปิดลงทะเบียนครั้งนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์และไม่ใช่การให้มาแย่งสิทธิกันอย่างแน่นอน แต่ที่ต้องให้ลงทะเบียนเนื่องจากเงื่อนไขของโครงการ ผู้เข้าร่วมต้องให้การกดยอมรับด้วย จึงต้องเปิดให้ลงทะเบียน และมั่นใจว่า 30 ล้านสิทธิที่รัฐบาลเตรียมไว้จะเพียงพอ
นายลวรณยังกล่าวถึงตัวเลข 30 ล้านสิทธิว่า ประชากรไทยที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการทั้งประเทศไทยมี 53 ล้านคน โดยโครงการไทยช่วยไทย พลัส 30 ล้านสิทธิ และโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีกไม่เกิน 13.2 ล้านสิทธิ ทั้งหมดครอบคลุม 43 ล้านสิทธิแล้ว และตามสถิติจะเหลือกลุ่มคนที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการรัฐเลยราว 10 ล้านคน และที่ผ่านมารัฐบาลเคยเปิดลงทะเบียนในลักษณะปลายเปิด ไม่จำกัดจำนวนผู้รับสิทธิมาแล้ว ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนสูงสุดที่ 28 ล้านสิทธิ ดังนั้นหากพิจารณาจาก 2 ชุดข้อมูลนี้ ทำให้กระทรวงการคลังมั่นใจว่า 30 ล้านสิทธิเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนแน่นอน
“ตอนนี้การลงทะเบียนคงจะเริ่มนิ่งๆ แล้ว โดยปริมาณการลงทะเบียนจะหนาแน่นในช่วง 2 ชั่วโมงแรกเท่านั้น หลังจากนั้นก็ค่อยๆ เบาลงๆ และหากยอดการลงทะเบียนครบ 30 ล้านสิทธิก่อนวันที่ 29 พ.ค. 2569 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่เปิดให้ลงทะเบียนก็จะปิดลงทะเบียนทันที” นายลวรณกล่าว
สำหรับประชาชนที่ลงทะเบียนในโครงการแล้ว ได้รับข้อความว่ากำลังรอผลการลงทะเบียนให้รออีก 3 วันนั้น ไม่อยากให้ต้องกังวล ไม่ต้องร้อนใจ กลุ่มนี้จะไม่ถูกตัดสิทธิอย่างแน่นอน โดยยอดการลงทะเบียนล่าสุดที่ 23.2 ล้านคนนั้นได้นับรวมคนกลุ่มนี้ไปเรียบร้อยแล้ว
ขณะที่นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัสว่า คาดหวังว่าจะมีส่วนช่วยพยุงสถานการณ์การจ้างงานในปีนี้ให้ดีขึ้น หลังจากต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจสูงขึ้น ส่วนผลทางเศรษฐกิจรัฐบาลมุ่งหวังในเรื่องลดภาระค่าครองชีพของประชาชน มุ่งเน้นไปที่การลดค่าใช้จ่าย เนื่องจากแนวโน้มเงินเฟ้อที่อาจปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน
น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลพอใจระบบลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เรียบร้อยดี มีปัญหาเพียงเล็กน้อย ยังไม่ถึงกับล่ม ถือว่าระบบมีความไหลลื่น มีเสถียรภาพมากกว่าทุกรอบที่ผ่านมา ส่วนกรณีประชาชนสแกนใบหน้าไม่ผ่านนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการกดรับสิทธิ แต่เกิดขึ้นในกรณีที่ประชาชนเปิดใช้งานแอปเป๋าตังเป็นครั้งแรก หรือเคยลบแอปออกและดาวน์โหลดติดตั้งใหม่อีกครั้ง ส่วนกลุ่มผู้ลงทะเบียนที่ขึ้นหน้าจอกำลังรอผลการลงทะเบียน ระบบจะแจ้งผลผ่านการแจ้งเตือนของแอปเป๋าตัง หรือ SMS ภายใน 3 วันนั้น เป็นกลุ่มที่ไม่เคยลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสมาก่อน แต่มาลงทะเบียนไทยช่วยไทย พลัส ซึ่งกลุ่มนี้ต้องใช้เวลาตรวจคุณสมบัติและเงื่อนไขตามที่ได้กำหนดไว้แล้วก่อนหน้านี้
ปชช.ต้องเติมเงิน 2,667 บาท
“ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.นี้ เริ่มใช้สิทธิไทยช่วยไทย พลัส 60/40 รัฐให้ 60% เดือนละ 1,000 บาท หากต้องการใช้เต็มวงเงิน 100% ประชาชนต้องเติมเงิน 40% คือเติมเดือนละ 667 บาท โดยต้องใช้เดือนต่อเดือนเท่านั้น หากใช้ไม่หมดยอดถูกตัดไม่ทบเดือนถัดไป สรุป 4 เดือนตลอดโครงการ ประชาชนต้องเติมเงิน 2,667 บาท เพื่อใช้จ่ายเต็มวงเงิน 6,667 บาท” น.ส.พลอยทะเลกล่าว
น.ส.พลอยทะเลยังระบุว่า ขอย้ำเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพฉวยโอกาสอาศัยจังหวะนี้สร้างเพจปลอม ส่ง SMS หรือทักแชตหลอกว่าเปิดลงทะเบียนไทยช่วยไทย พลัส เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อกดลิงก์แล้วกรอกข้อมูลส่วนตัว ขอให้ประชาชนโปรดระมัดระวังและตรวจสอบให้ดี เพราะโครงการเปิดให้ลงทะเบียนผ่านทางแอปพลิเคชันเป๋าตังเท่านั้น หากถูกหลอกหรือพบเหตุผิดปกติ แจ้งความออนไลน์ที่ thaipoliceonline.go.th โทร.สายด่วน AOC 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง และขอความร่วมมือประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร ตรวจสอบข้อเท็จจริง เช็กข้อมูลจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องโดยตรงเท่านั้น
ส่วน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงระบบฟู้ดเดลิเวอรีในโครงการไทยช่วยไทย พลัส ว่าจะเริ่มใช้สิทธิผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. - 30 ก.ย. 2569 เวลา 06.00-21.00 น. โดยร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการประเภทอาหารและเครื่องดื่ม สามารถเข้าร่วมผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีได้ตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย.2569 เป็นต้นไป
ต่อมาช่วงค่ำ น.ส.ลลิดาเปิดเผยอีกว่า ข้อมูล ณ วันที่ 25 พ.ค. เวลา 17.00 น. พบว่ามีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วทั้งสิ้น 23,755,197 คน โดยเป็นผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส 18,012,406 คน และผู้ลงทะเบียนใหม่ 5,742,791 คน ในจำนวนผู้ลงทะเบียนใหม่มีผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว 5,357,641 คน คิดเป็นสัดส่วนส่วนใหญ่ของผู้สมัครใหม่ทั้งหมด ขณะที่ผู้ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติอยู่ที่ 385,150 คน โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 384,975 คน และมีผู้เคยทำผิดเงื่อนไขในโครงการคนละครึ่ง 175 คน
ด้านการลงทะเบียนร้านค้า พบว่ามีร้านค้า Whitelist จากโครงการคนละครึ่งพลัสเดิม 977,296 ราย โดยในจำนวนนี้ลงทะเบียนสำเร็จพร้อมใช้งานแล้ว 449,087 ราย และอยู่ระหว่างร้านค้ายอมรับเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ (T&C) 528,209 ราย ขณะเดียวกัน มีร้านค้าสมัครใหม่เพิ่มเติมอีก 12,117 ราย โดยผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว 5,245 ราย แบ่งเป็นร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จพร้อมใช้งาน 4,524 ราย และอยู่ระหว่างยอมรับเงื่อนไข 721 ราย ส่งผลให้ปัจจุบันมีร้านค้าในโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้วรวมทั้งสิ้น 982,541 ราย แบ่งเป็นร้านค้าที่พร้อมใช้งานแล้ว 453,611 ราย และอยู่ระหว่างยอมรับเงื่อนไข 528,930 ราย
ไทยช่วยไทยต่างจังหวัดคึก
ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีการร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก ว่าคนจนจริงๆ ไม่ได้รับสิทธิ คนที่ได้รับสิทธิไม่ได้จนจริง ว่าอาจถึงเวลาต้องทบทวนสิทธิ 13.2 ล้านคน โดยให้กระทรวงมหาดไทยสำรวจคนที่ไม่ได้อยู่ใน 13.2 ล้านสิทธิว่า ใครอยู่ใต้เกณฑ์ความยากจน โดยร่วมกับตัวเลขของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ก่อนส่งให้กระทรวงการคลัง ก่อนใช้ตะแกรงต่างๆ ทั้งเงินรายได้ต่อปี การครอบครองที่ดิน รวมไปถึงเป็นผู้ประกอบการหรือไม่ คาดว่าจะใช้ระยะเวลา 2 เดือน โดยในช่วง 2 เดือนแรกของโครงการจะใช้ตัวเลขที่ 13.2 ล้านสิทธิถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก่อนจะปรับเปลี่ยนตัวเลขหากมีความชัดเจนแล้ว
สำหรับบรรยากาศในการลงทะเบียนพื้นที่ต่างๆ นั้น บริเวณหน้าธนาคารกรุงไทย สาขาตราด มีประชาชนมาเข้าแถวรอหน้าธนาคารก่อนธนาคารเปิด 08.30 น. เพื่อยืนยันตัวตนและแก้ไขปัญหาการใช้งานแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งจากการสอบถามประชาชนบางส่วนพบว่าไม่สามารถยืนยันผ่านแอปเป๋าตังได้ และลืมรหัสผ่านแอปเป๋าตัง
ส่วนที่ จ.พิษณุโลก บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนแห่มาต่อคิวที่ธนารกรุงไทยตั้งแต่เช้ามืด ซึ่งหลายรายต้องผิดหวังเนื่องจากโทรศัพท์รุ่นเก่าไม่รองรับระบบลงทะเบียน
ส่วนที่ จ.ขอนแก่น ประชาชนให้ความสนใจลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะที่ธนาคารกรุงไทย สาขาศาลากลาง โดยปัญหาส่วนใหญ่ที่พบ ได้แก่ การเปลี่ยนซิมหมายเลขโทรศัพท์ การเปลี่ยนบัตรประชาชน ซิมโทรศัพท์ไม่ได้ลงทะเบียน ไม่เคยได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่งมาก่อน การยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ ลืมรหัสผ่าน และปัญหาการสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน
ส่วนที่ จ.บุรีรัมย์ ชาวบ้านและผู้สูงอายุต่างพากันตื่นแต่เช้าตรู่ เพื่อนำโทรศัพท์ของตนมาให้บุตรหลานทำการลงทะเบียนรับสิทธิ เพื่อเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ของรัฐบาล หลังได้เปิดให้ลงทะเบียนในวันนี้เป็นวันแรก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รุมขยี้ซํ้า‘พรรคส้ม’ 89สว.จี้‘เท้ง’ขอโทษ/นักร้องชงยุบปชน.ฟัน‘ปิยบุตร’ผิดม.112
"89 สว." รุมประณาม "เท้ง" เลวร้ายที่สุดกล่าวหา สว.สีน้ำเงิน ยัน รธน.ปี 60 มาจากประชามติ ไม่ได้เป็นมรดกรัฐประหาร
แฉแก๊งคนเทา ร่วม‘ไตรภาคี’ เอื้อการเมือง
ครม.เงาพรรคส้มแฉ ขบวนการทุจริตคนเทาเข้าไทย ซัดทุกเรื่องอยู่ใต้จมูกนายกฯ
อึ้ง!เขมรอึใส่รั้วชายแดน ทบ.สั่งเฝ้าระวังป่วน-ยั่วยุ
หมดคำบรรยายกับทหารเขมร! "ผบ.ทบ." สั่งเฝ้าระวังพื้นที่เพ่งเล็งชายแดนไทย-กัมพูชา
นายกฯดันการทูตเชิงรุก ชูจุดแข็งดึงฝรั่งมาลงทุน
"อนุทิน" มอบนโยบาย "ทีมไทยแลนด์ยุโรป" ย้ำต้องทำให้ต่างชาติรู้ว่าไทยเป็นหนึ่งตัวเลือกที่ดีที่สุด ชูจุดแข็งรัฐบาลมีเสถียรภาพทางการเมือง
‘คลัง’ฟุ้งระบบลงทะเบียน‘ไทยช่วยไทย พลัส’แกร่ง รองรับสูงสุด7แสนสิทธิต่อวินาที
‘คลัง’ ฟุ้งระบบลงทะเบียน ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ สุดแกร่ง รองรับยอดลงทะเบียนสูงสุด 7 แสนสิทธิต่อวินาที มั่นใจปักธง 30 ล้านสิทธิครอบคลุมเพียงพอความต้องการประชาชน พร้อมการันตีร้านค้าไม่ต้องกังวลโดนภาษีย้อนหลัง
นายกฯหนูสนใจ ผุด‘แฟรนไชส์’ ร้านอาหารไทย
“อนุทิน” ถกเอกชนไทยที่ลงทุนในเมืองน้ำหอม หวังต่อยอดนำเข้าวัตถุดิบไทยและธุรกิจแฟรนไชส์แบรนด์ไทยขยายตัวในตลาดยุโรป

