หมดคำบรรยายกับทหารเขมร! "ผบ.ทบ." สั่งเฝ้าระวังพื้นที่เพ่งเล็งชายแดนไทย-กัมพูชา หลังป่วนบ่อยหลากรูปแบบ ผงะ! เจอ “อุจจาระ” รั้วลวดหนาม ชี้ยิงปืนหากคุกคามพร้อมตอบโต้ แต่พบแค่ป่วนเพราะความคะนองของทหารวัยรุ่นที่ไร้วินัย
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาขณะนี้ โดยเฉพาะพื้นที่ห้วยตามาเรีย ที่เมื่อคืนที่ผ่านมามีทหารกัมพูชายิงปืน 9 นัด เนื่องจากกัมพูชาไม่ต้องการให้ไทยสร้างอ่างเก็บน้ำนั้น โดยกล่าวว่า ข่าวสารในลักษณะดังกล่าวยังพบอยู่ในหลายพื้นที่ ซึ่งแต่ละพื้นที่มีแนวทางในการประสานงาน แต่ทั้งนี้ต้องดูว่ามันเกินระดับ หรือไม่อย่างไร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทหารกัมพูชาที่เข้ามาในพื้นที่ที่ตกลงกันไว้ ในพื้นที่ที่ไม่อยากให้มีการเผชิญหน้า ซึ่งหากเข้ามาใกล้พื้นที่ แต่ละหน่วยก็จะมีวิธีการแจ้งเตือนว่าจะมีการใช้อาวุธ
"ที่ผ่านมาฝั่งกัมพูชายังมีการใช้อาวุธแบบสะเปะสะปะ ซึ่งไม่เป็นไปตามที่พูดคุยกันไว้ หรือบางกรณีมีการเสียวินัยทหาร จึงพิสูจน์ยากว่าเสียงอาวุธของฝั่งกัมพูชาที่มีอยู่ประปรายเกิดจากกรณีใด แต่ก็ถือว่าเป็นความไม่เรียบร้อย โดยแต่ละหน่วยก็ต้องประสานงานและแก้ไขปัญหา"
สำหรับในพื้นที่ห้วยตามาเรีย ที่มองว่ากัมพูชาใช้อาวุธก่อกวนเพื่อไม่ให้ฝั่งไทยสร้างอ่างเก็บน้ำนั้น โฆษกกองทัพบกระบุว่า ไม่ได้มีนัยเช่นนั้น แต่เมื่อมีเสียงอาวุธดังขึ้น มีความเป็นไปได้หลากหลาย ซึ่งการสร้างอ่างเก็บน้ำก็เป็นกรณีหนึ่ง โดยปัจจุบันยังไม่มีอะไรเป็นรูปเป็นร่างจริงจัง ปัจจุบันยังเป็นพื้นที่ป่า ดังนั้นเสียงอาวุธปืนที่ดังขึ้น เราให้น้ำหนักไปในเรื่องของความไม่เรียบร้อยของทหารกัมพูชา ซึ่งบางครั้งก็ต้องการก่อกวนเพื่อให้ทหารไทยตอบโต้ และนำประเด็นเหล่านั้นไปขยายผลอย่างที่เห็นอยู่ ซึ่งจะเห็นว่า ทุกครั้งที่เราใช้อาวุธเพื่อยิงแจ้งเตือน ถูกนำไปขยายผลในเรื่องการสื่อสารโดยตลอด
ที่มองกันว่าเหตุการณ์การยั่วยุ เหมือนสถานการณ์จะวนไปในรูปแบบเก่า และจะนำไปสู่การสู้รบอีกหรือไม่นั้น โฆษกกองทัพบกอธิบายว่า วัตถุประสงค์คือทำให้เกิดเสียง ไม่ได้ประสงค์ถึงชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งต้องแก้ไขปัญหาตามระดับให้เกิดความเหมาะสม แต่หากเมื่อไหร่ที่การใช้อาวุธมีเป้าหมายต่อชีวิตและทรัพย์สิน จนทำให้เกิดการบาดเจ็บสูญเสียต่อประชาชนหรือกำลังพล จะมีการตอบโต้อีกลักษณะหนึ่ง
"เสียงการใช้อาวุธปัจจุบันนี้ยังไม่เข้าข่าย จึงจะให้น้ำหนักไปเรื่องของการก่อกวนเสียมากกว่า และเรื่องความไม่เรียบร้อยของทหารกัมพูชา และย้ำอีกว่าหากฝั่งกัมพูชามีการยิงปืน ฝ่ายไทยก็จะปรามด้วยการยิงเตือน ไม่เกิน 5 นัด ไม่ใช่ลักษณะ 20 กว่านัด เหมือนกับที่ฝั่งกัมพูชาเคยยิงมาเป็นชุดก่อนหน้านี้ ดังนั้นข่าวสารฝ่ายกัมพูชาจึงไม่มีความน่าเชื่อถือที่เพียงพอ"
พล.ต.วินธัยกล่าวว่า ในขณะที่ทีมโฆษกกองทัพบก ก็ต้องอาศัยข้อมูลกับพื้นที่ควบคุมกว่า 400 กิโลเมตร และต้องใช้เวลาในการติดต่อสื่อสารกับหน่วยในพื้นที่ พร้อมทั้งยอมรับว่าเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชายังอยู่ในความสนใจของนานาชาติ ดังนั้นเราต้องตั้งหลักอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง ซึ่งสิ่งที่สื่อสารต้องพิสูจน์ได้ พร้อมทั้งยังยอมรับว่า การยั่วยุของฝั่งกัมพูชามีหลายรูปแบบ ซึ่งมีความเป็นไปได้หมด เช่นการขับถ่ายอุจจาระตามแนวรั้วลวดหนาม เนื่องจากทหารกัมพูชาที่เป็นวัยหนุ่มก็จะแสดงออกถึงความไม่เรียบร้อยอยู่บ่อยครั้ง หรือมีการใช้วาจาที่ทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง เพื่อหวังบันทึกภาพและนำไปขยายผลในการสื่อสาร ซึ่งสิ่งที่กัมพูชามีการดำเนินการหลังหยุดยิง ก็มีความคล้ายคลึงกันมาโดยตลอด ถือเป็นการยั่วยุและก่อกวน เพื่อมุ่งหวังอยากเห็นปฏิกิริยาของฝั่งไทยอย่างหนึ่งอย่างใด ในขณะที่ฝ่ายไทยต้องตอบโต้ในระดับที่เหมาะสม ที่สามารถตอบคำถามต่อสังคมภายในประเทศและต่างประเทศได้
ส่วนกรณีฝั่งกัมพูชามีการบินโดรนตรงพื้นที่ภูมะเขือ เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงาน แต่ถ้ามีก็ต้องเอาลงมา ซึ่งยอมรับว่ามีการใช้โดรน แต่ต้องไม่มีในลักษณะเข้ามารุกล้ำในพื้นที่ของฝ่ายไทย และเชื่อว่าฝ่ายกัมพูชาก็ต้องเน้นย้ำในเรื่องนี้ เพราะถือว่ายังอยู่ในช่วงละเอียดอ่อน เพราะแทนที่สถานการณ์จะดีขึ้นกลับแย่ลง ซึ่งยืนยันว่าการบินโดรนไม่ได้รุกล้ำเข้ามา แต่ปรากฏในลักษณะบินมุมสูง ซึ่งไม่ได้กระทบอะไรกับฝ่ายไทยเรา
โฆษก ทบ.ยังกล่าวอีกว่า ผบ.ทบ.ยังเน้นย้ำใน 4 เรื่องหลัก คือ 1.การเฝ้าตรวจ 2.ปรับปรุงฐานที่มั่น กรณีเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด เพื่อให้กำลังพลและประชาชนปลอดภัย 3.การปรับปรุงเส้นทาง เพื่ออำนวยกิจการทางทหารได้สะดวก และ 4.การเก็บกู้ทุ่นระเบิด
ส่วนกรณีที่กัมพูชามีการเตรียมนักโทษมาปฏิบัติงานตามแนวชายแดน พล.ต.วินธัยกล่าวว่า เป็นข่าวสารที่ปรากฏในฝั่งกัมพูชาที่อยากให้ผู้ต้องขังมาฝึกวิชาชีพ ซึ่งมองว่าไม่น่าจะมาใช้ในกิจการทางทหาร ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักของสากล แต่ทั้งนี้ก็ไม่มีผลต่อการปฏิบัติงานของทหารไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ค. กองทัพภาคที่ 2 ได้รับรายงานจากกองกำลังสุรนารี (กกล.สุรนารี) ว่ากำลังพลในฐานปฏิบัติการห้วยตามาเรียได้ตรวจพบการใช้อาวุธปืนของทหารกัมพูชาในพื้นที่ห้วยตามาเรีย โดยมีรายละเอียดดังนี้
เวลา 19.59 น. ได้ยินเสียงปืนเล็กยาว จำนวน 4 นัด บริเวณพื้นที่ห้วยตามาเรีย ห่างจากแนววางกำลังไปทางทิศใต้ประมาณ 200 เมตร พิกัด VA641923
เวลา 20.10 น. ได้ยินเสียงปืนเล็กยาว จำนวน 5 นัด บริเวณพื้นที่ห้วยตามาเรีย ห่างจากแนววางกำลังไปทางทิศใต้ประมาณ 1 กิโลเมตร พิกัด VA641931
ทั้งนี้ การใช้อาวุธในช่วงเวลาดังกล่าวและภายใต้สถานการณ์ที่มีความอ่อนไหวถือเป็นพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสม อาจเข้าข่ายการยั่วยุและเสี่ยงต่อการก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศความสงบเรียบร้อยและความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายได้
ฝ่ายไทยขอแสดงความกังวลต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอให้ทุกฝ่ายใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจนำไปสู่ความตึงเครียด พร้อมยึดมั่นในกลไกการประสานงานและแนวทางสันติวิธี เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณแนวชายแดนต่อไป
วันเดียวกันนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่สมเด็จฮุน เซน อดีตผู้นำกัมพูชา ให้สัมภาษณ์พาดพิงว่าแก๊งสแกมเมอร์ที่ตั้งฐานอยู่ในประเทศกัมพูชา ไม่ได้เดินทางเข้าประเทศผ่านสายการบินของกัมพูชา แต่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านนั้น ว่า การติดตามปราบปรามขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะแก๊งสแกมเมอร์หรือคอลเซ็นเตอร์ จำเป็นต้องมองไปที่สถานที่ตั้งฐานปฏิบัติการเป็นหลัก
โดยปัจจุบันจุดตั้งของขบวนการสแกมเมอร์มีลักษณะกระจัดกระจายอยู่ตามแนวชายแดนและหลายพื้นที่ ซึ่งการปิดหรือซีลชายแดนทั้งหมดทำได้ยาก เนื่องจากแนวชายแดนไทย-กัมพูชามีพื้นที่ยาวและซับซ้อน ทำให้การลักลอบข้ามแดนผิดกฎหมายยังคงเป็นข้อจำกัดสำคัญของเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตามหากสามารถตรวจสอบและเข้าถึงโลเกชันหรือฐานปฏิบัติการของกลุ่มอาชญากรได้ จะทำให้การเข้าปราบปรามมีประสิทธิภาพมากกว่า จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รุมขยี้ซํ้า‘พรรคส้ม’ 89สว.จี้‘เท้ง’ขอโทษ/นักร้องชงยุบปชน.ฟัน‘ปิยบุตร’ผิดม.112
"89 สว." รุมประณาม "เท้ง" เลวร้ายที่สุดกล่าวหา สว.สีน้ำเงิน ยัน รธน.ปี 60 มาจากประชามติ ไม่ได้เป็นมรดกรัฐประหาร
แฉแก๊งคนเทา ร่วม‘ไตรภาคี’ เอื้อการเมือง
ครม.เงาพรรคส้มแฉ ขบวนการทุจริตคนเทาเข้าไทย ซัดทุกเรื่องอยู่ใต้จมูกนายกฯ
นายกฯดันการทูตเชิงรุก ชูจุดแข็งดึงฝรั่งมาลงทุน
"อนุทิน" มอบนโยบาย "ทีมไทยแลนด์ยุโรป" ย้ำต้องทำให้ต่างชาติรู้ว่าไทยเป็นหนึ่งตัวเลือกที่ดีที่สุด ชูจุดแข็งรัฐบาลมีเสถียรภาพทางการเมือง
ไทยช่วยไทยฉลุย23.7ล้านคน
ลงทะเบียน “ไทยช่วยไทย พลัส” ทั่วไทยสุดคึก วันแรกกดไป 23.7 ล้านคน
ทหารกัมพูชาอุบาทว์! อุจจาระใส่รั้วลวดหนาม ยั่วยุทุกรูปแบบ หวังฝ่ายไทยตอบโต้แล้วชิงขยายผล
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าว กล่าวถึงการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกในวันนี้ว่า ผู้บัญชาการทหารบกได้ย้ำถึงภัยคุกคาม ซึ่งปัจจุบันมีหลากหลาย และมีการเปลี่ยนแปลงตลอด จึงขอให้ทุกหน่วยยึดมั่นในนโยบาย และแนวทางดำเนินการของกองทัพบก เพื่อให้การปฎิบัติภารกิจสอดคล้องไปในแนวทางเดียวกัน และมีประสิทธิภาพ
ทบ. แถลงคืบหน้าเยียวยาทหารชายแดนไทย-กัมพูชา หลังครม.อนุมัติงบ 452 ล้าน
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงผลการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ว่า พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ย้ำถึงภัยคุกคามที่ปัจจุบันมีหลากหลาย และยังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ทุกหน่วยยึดมั่นในนโยบาย และแนวทางในการดำเนินการของกองทัพบก เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจสอดคล้องเป็นไปในแนวทางเดียวกันและมีประสิทธิภาพ

