ประณามโจรใต้ ฆ่าแม่-ทารกเจ็บ ตร.รู้มือยิงเร่งล่า

ชาวยะรังรวมพลังต่อต้านความรุนแรง  ละหมาดฮายัตขอสันติสุข หลังโจรใต้ถล่มยิงดาบตำรวจจนครูสาวดับขณะอุ้มลูกวัยเดือนเศษ กสม.แถลงประณามสุดป่าเถื่อน ไร้มนุษยธรรม จี้ทุกฝ่ายหยุดรุนแรงต่อเด็กและสตรี ฝ่ายมั่นคงเร่งล่าตัวคนร้าย คาดฝีมือกลุ่มเดียวกับฆ่า ตร.ยะหริ่ง

จากเหตุการณ์ 4 คนร้ายแต่งกายคล้ายหญิงมุสลิมสวมฮิญาบ และสวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้า ขี่รถจักรยานยนต์จำนวน 2 คัน ใช้อาวุธปืนอาก้าและปืนพกกราดยิงใส่ดาบตำรวจอดุลย์ หะยีสุหลง อายุ 38 ปี ผบ.หมู่ (ป.) ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี บริเวณหน้ามัสยิดใกล้โรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ ตำบลพงสตา อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ขณะเดินทางมารับลูกชาย 2 คนที่เรียนอยู่โรงเรียนดังกล่าว โดยมาพร้อมนางฟาตีเมาะ ยาโงะ อายุ 35 ปี ภรรยาซึ่งเป็นครูอยู่โรงเรียนเดียวกัน ส่งผลให้ภรรยาเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วน ด.ญ.อัฟฟรีนา หะยีสุหลง ลูกสาววัยเพียง 40 วัน ซึ่งอยู่ในอ้อมกอดของมารดา บาดเจ็บจากกระสุนเฉี่ยวถลอกบริเวณหน้าท้อง ส่วนลูกอีกคนซึ่งนั่งอยู่เบาะหน้าปลอดภัย เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม เวลา 08.30 น. พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี (ผบก.ภ.จ.ปัตตานี) สั่งการให้ พ.ต.อ.เจฟฟรีย์ ไศลมานกุล ผกก.สภ.เมืองปัตตานี ไปเยี่ยมให้กำลังใจดาบตำรวจอดุลย์ หะยีสุหลง ซึ่งถูกยิงได้รับบาดเจ็บบริเวณขาทั้งสองข้าง โดยขณะนี้อาการปลอดภัย อยู่ในการดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิดที่โรงพยาบาลปัตตานี ส่วนลูกสาววัยเดือนเศษ ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลถลอกบริเวณหน้าท้อง แพทย์ระบุว่าสามารถให้นมได้ตามปกติ และได้นำตัวเข้าพักรักษา อาการโดยรวมปลอดภัย

ขณะที่พิธีศพของนางฟาตีเมาะ ยาโงะ ทางญาติได้ทำพิธีฝังศพเมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 25 พ.ค. โดยมีญาติพี่น้องเพื่อนครู รวมไปถึงนักเรียนและเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมพิธีจำนวนมาก ท่ามกลางความโศกเศร้าของผู้ที่มาร่วมในครั้งนี้

ดาบตำรวจอดุลย์เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ปกติหน้าที่รับ-ส่งลูกจะเป็นหน้าที่ของภรรยา แต่ช่วงนี้ภรรยาลาคลอด อีกทั้งโรงเรียนเพิ่งเปิดเรียนได้เพียง 1 สัปดาห์ ตนจึงเป็นคนไปรับลูกแทน โดยเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเฝ้าสังเกตพฤติกรรมมาระยะหนึ่งแล้ว และอาจมีคนในพื้นที่รู้ว่าตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แม้จะใช้รถเก๋งของภรรยา และไม่เคยแวะที่อื่นระหว่างทางก็ตาม ที่ผ่านมาระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา แต่วันเกิดเหตุขณะขับรถมาตามเส้นทาง จู่ๆ ได้ยินเสียงคล้ายกระจกแตก ตอนแรกคิดว่ากระจกรถระเบิด กระทั่งมีเสียงปืนดังขึ้นอีกนัด ภรรยาจึงถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำให้ตนมั่นใจทันทีว่าถูกยิง จึงรีบเร่งเครื่องขับหลบหนีเข้าไปภายในโรงเรียน จากนั้นรีบลงจากรถทันที ก่อนหันไปดูด้านหลังและพบว่าภรรยาไม่ตอบสนองแล้ว

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยอมรับว่ายังทำใจไม่ได้ และไม่รู้จะพูดอะไร เพราะเป็นความสูญเสียที่หนักหนา แต่หลังจากนี้ยังต้องเดินหน้าชีวิตต่อไป โดยเฉพาะเพื่อลูกทั้ง 4 คนที่ปลอดภัยแล้ว พร้อมยืนยันว่าจะพยายามทำหน้าที่พ่อให้ดีที่สุด และสู้ต่อไปเพื่อครอบครัว

ทางด้านความคืบหน้าในการติดตามกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนคดีความมั่นคงระบุว่า เชื่อว่าเป็นฝีมือกลุ่มของนายบุครี เจะหะ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 14 หมาย, นายอับดุลเลาะ มะแด อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ 8 หมาย และนายมะกอเซ็ง หม้าแอ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตาหมายจับ 6 หมาย ซึ่งทั้งสามมีความเชื่อมโยงในการก่อเหตุลอบยิงดาบตำรวจมะยากี ดีเย๊าะ อายุ 50 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดมวลชนสัมพันธ์ สภ.ราตาปันยัง อ.ยะหริ่ง เสียชีวิตขณะขับรถกลับบ้าน เมื่อวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ คาดว่ากลุ่มก่อความสงบพยายามตอบโต้เจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่มีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยหลายรายก่อนหน้านี้ รวมไปถึงการแสดงศักยภาพว่ายังคงก่อเหตุต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างต่อเนื่อง

 ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้กำชับให้ชุดสืบสวนสอบสวนเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานและภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด โดยพบว่ารถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุมีลักษณะคล้ายกับคดีลอบยิงดาบตำรวจมะยากี นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำพยานบางส่วน เบื้องต้นคดีมีความคืบหน้าพอสมควร แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ โดยอยู่ระหว่างรอผลตรวจปลอกกระสุนและดีเอ็นเอจากนิติวิทยาศาสตร์ คาดรู้ผลภายใน 2-3 วัน ส่วนคนร้าย หน่วยความมั่นคงเชื่อว่าหลบหนีไปกบดานอยู่ตามพื้นที่ป่าเขา โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุมีความชำนาญทั้งในการก่อเหตุและการหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงต้องปฏิบัติการติดตามอย่างระมัดระวัง

ต่อมาเวลา 16.10 น. พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจดาบตำรวจอดุลย์และเด็กหญิงอัฟรีนา ที่โรงพยาบาลปัตตานี

 ที่โรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ นักเรียน บุคลากร ประชาชน ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น และส่วนราชการ ร่วมประกอบพิธีละหมาดฮายัตเพื่อขอความสันติสุขกลับคืนสู่พื้นที่ โดยมี พ.ท.สุกฤษฐ์ กาญจนคลอด หน่วยเฉพาะกิจกองพันทหารราบที่ 2, นายมะยูโซะ กูเตะ นายอำเภอยะรัง ตลอดจนคณะครู ผู้บริหาร นักเรียน และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง โอกาสนี้ คณะผู้บริหารครูและนักเรียนได้ร่วมกันชูป้ายแสดงเจตนารมณ์ต่อต้านความรุนแรงทุกรูปแบบ และประณามการกระทำอันไร้มนุษยธรรมของกลุ่มผู้ก่อเหตุ

วันเดียวกัน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์เรื่อง ประณามการกระทำอันโหดร้ายที่กระทำต่อผู้หญิงและเด็กทารก  โดยระบุว่า กสม.ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจรายดังกล่าว และขอประณามการกระทำอันโหดร้าย ไร้มนุษยธรรมของกลุ่มคนร้ายที่ใช้ความรุนแรงพรากชีวิตมารดาไปจากลูก ซึ่งเป็นเรื่องที่สะเทือนใจ ยอมรับไม่ได้ และขัดกับหลักกฎหมายและอนุสัญญาระหว่างประเทศ ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ร่วมกันปกป้องและสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับประชาชน โดยเฉพาะเด็กและผู้หญิง และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว เพิ่มมาตรการป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งเยียวยาความเสียหายทั้งต่อจิตใจและทรัพย์สินให้แก่ครอบครัวผู้สูญเสีย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กสม. ประณามคนร้ายสุดป่าเถื่อนไร้มนุษยธรรม ยิงตำรวจปัตตานี เมียดับขณะอุ้มลูก

กสม. แถลงประณาม คนร้ายแต่งหญิงสวมฮิญาบยิงตำรวจยะหริ่ง ทำภรรยาดับสลดคาอกขณะอุ้มทารก-ลูกบาดเจ็บ ชี้เป็นการกระทำสุดป่าเถื่อนไร้มนุษยธรรม ขัดกฎหมายสากล จี้ทุกฝ่ายหยุดรุนแรงต่อเด็กและสตรี พร้อมเร่งลากตัวผู้ก่อเหตุชดใช้กรรมด่วน

รุมขยี้ซํ้า‘พรรคส้ม’ 89สว.จี้‘เท้ง’ขอโทษ/นักร้องชงยุบปชน.ฟัน‘ปิยบุตร’ผิดม.112

"89 สว." รุมประณาม "เท้ง" เลวร้ายที่สุดกล่าวหา สว.สีน้ำเงิน ยัน รธน.ปี 60 มาจากประชามติ ไม่ได้เป็นมรดกรัฐประหาร