นายกฯ หารือ ปธน.ฝรั่งเศส เดินหน้ายกระดับความสัมพันธ์สู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ขยายความร่วมมือเศรษฐกิจ-ความมั่นคง พร้อมผลักดัน FTA โวเยือนฝรั่งเศสสัมฤทธิผล “มาครง” ให้เกียรติไทย ปลื้มนักลงทุนมาไทยเพราะความพร้อมสมบูรณ์ไม่ใช่ค่าแรงถูก ลั่นรัฐบาลชุดนี้ไม่เจรจาแล้วเสียเปรียบใคร “พิพัฒน์” เลื่อน ครม.สัญจรสงขลา รอหารือนายกฯ ก่อน
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศส ว่าเมื่อวันที่ 25 พ.ค. เวลา 18.00 น. ที่พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs (MAD) กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส นายอนุทินและภริยา พร้อมคณะ ร่วมชมนิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté. Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” จัดขึ้นภายใต้พระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส
เวลา 20.30 น. ณ ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส นายเอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำแก่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ด้วยบรรยากาศการต้อนรับอย่างอบอุ่น
ภายหลังเสร็จสิ้น น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปประเด็นสำคัญของการหารือร่วมกัน ได้แก่ 1.การส่งเสริมการค้าและการลงทุน ทั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสและนายกรัฐมนตรีเห็นพ้องร่วมกันผลักดันมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้เติบโตยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมมูลค่าสูง อาทิ พลังงานทางเลือก อวกาศและการบิน สายส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ รวมไปถึงโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI DATA Center ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ภาคเอกชนฝรั่งเศสมีความเชี่ยวชาญและศักยภาพสูง ซึ่งภายหลังการหารือกับ MEDEF International และภาคเอกชนชั้นนำของฝรั่งเศส หลายบริษัทแสดงความสนใจลงทุนหรือขยายการลงทุนในไทยเพิ่มเติม ขณะเดียวกันฝรั่งเศสชื่นชมการลงทุนจากภาคเอกชนไทยในฝรั่งเศส และอยากเห็นการลงทุนของภาคเอกชนไทยในฝรั่งเศสเพิ่มมากขึ้น
2.การเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลไทย และมุ่งมั่นจะสรุปการเจรจาให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ 3.ยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง สู่ความปลอดภัยทางไซเบอร์ 4.สถานการณ์ไทย-กัมพูชา และเมียนมา นายกรัฐมนตรียืนยันไทยยึดมั่นเคารพในหลักอธิปไตย สันติภาพและกฎหมายสากล ทั้งสองฝ่ายจะเดินหน้าแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนไทย-ฝรั่งเศส ปี ค.ศ.2026-2028 ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสู่การยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-ฝรั่งเศส สู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์
โวนักลงทุนเชื่อมั่นไทย
น.ส.รัชดาเปิดเผยด้วยว่า การเดินทางเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสของนายอนุทิน พร้อมคณะ ระหว่างวันที่ 22-26 พ.ค.2569 ไม่ใช่เพียงการเยือน แต่เป็น "working visit" ที่มีเป้าหมายชัดเจนในการปักหมุดประเทศไทยในยุโรป เปิดประตูโอกาสด้านการค้า การลงทุน พลังงาน วัฒนธรรม การศึกษา ความมั่นคง และความร่วมมือระยะยาวกับฝรั่งเศสและภูมิภาคยุโรป ตลอด 5 วันที่กรุงปารีส นายกรัฐมนตรีได้ใช้ทุกเวทีผลักดันผลประโยชน์ของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดการเยือนครั้งนี้ประเทศไทยได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะจากภาคธุรกิจฝรั่งเศส ซึ่งเห็นตรงกันว่าไทยมีศักยภาพในหลายอุตสาหกรรม มีทำเลเหมาะสมในฐานะประตูสู่อาเซียน มีโครงสร้างพื้นฐานพร้อม มีห่วงโซ่อุปทานแข็งแรง และมีกำลังคนรองรับการลงทุนใหม่
“ภารกิจที่ฝรั่งเศสของนายกรัฐมนตรีและคณะไม่ใช่แค่การเยือน แต่คือการเปิดพื้นที่ให้ประเทศไทยกลับมาอยู่ในความสนใจของยุโรปอีกครั้ง นายกรัฐมนตรีต้องการให้ทุกหน่วยงานเดินหน้าต่อทันที เปลี่ยนความสนใจให้เป็นการลงทุนจริง และให้ประโยชน์กลับมาถึงประเทศและคนไทยจริงๆ” น.ส.รัชดากล่าว
ด้านนายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงผลสัมฤทธิ์การเยือนฝรั่งเศสว่า การเดินทางครั้งนี้ถือว่าประสบผลสัมฤทธิ์ แผนการที่เตรียมการไว้ตนได้มีโอกาสพบประชาชนชาวไทยในฝรั่งเศส มีความอบอุ่น ทุกคนมีความรู้สึกที่ดีต่อประเทศไทย มีความมั่นใจและมีกำลังใจ สำหรับการพบกับนายเอมมานูเอล มาครง ปธน.ฝรั่งเศส ท่านได้ให้เกียรติ เพราะการมาเยือนครั้งนี้เป็นการมาเยือนอย่างกึ่งทางการ ได้ให้การต้อนรับและได้หารือ พูดได้ว่าถือว่าเป็นการพบปะอย่างเป็นทางการ โดยได้หารือเรื่องความสัมพันธ์ทางการทูตที่ปีนี้ครบ 170 ปี บรรยากาศเป็นไปด้วยความเข้าใจและมีมิตรภาพในระดับสูง ตัวนายเอมมานูเอลก็ประทับใจประเทศไทยตั้งแต่มาเยือนประเทศไทยเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ทั้งนี้ได้หารือเรื่องการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจร่วมกัน
นายอนุทินกล่าวว่า ประเทศไทยและคนไทยน่าจะยินดีและภูมิใจมีผู้ประกอบการบริษัทใหญ่ๆ ในประเทศไทยไปลงทุนในฝรั่งเศสในระดับใหญ่มาก โดยเฉพาะด้านอาหาร การเกษตร ในส่วนของฝรั่งเศสปีนี้ก็มีการไปลงทุนในไทยมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ธุรกิจที่เขาไปลงทุนที่ไทยช่วงนี้ไม่ใช่ไปเพราะประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่มีค่าจ้างแรงงานต่ำ มีต้นทุนการผลิตที่ไม่สูง เขาไม่ได้คิดอย่างนั้นเหมือนในอดีตแล้ว แต่ที่เขาไปเพราะมั่นใจในระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ของไทย การที่เรามีภูมิรัฐศาสตร์เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค สามารถส่งออกสินค้าไปทุกที่ในโลกโดยไม่มีอุปสรรค มีความสะดวกสำหรับเขา ตนได้มีโอกาสพบผู้ลงทุน ได้ขอบคุณเขาที่เชื่อมั่นต่อประเทศไทย เขามั่นใจว่าจะสามารถเพิ่มฐานการลงทุนการผลิตและขยายฐานของผลิตภัณฑ์สินค้าของพวกเขาในไทยได้อีกมาก
"ผมบอกไปว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยต้องตื่นตัวยอมรับการลงทุนของเขาอย่างเต็มที่ เพราะถ้าเขามาเพราะมีต้นทุนที่ถูก หากวันหนึ่งมันแพงเขาก็ไป ฉะนั้นถ้าเขามาด้วยความมั่นใจว่าประเทศไทยมีความพร้อมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน ก็เท่ากับว่ามีแต่เข้ามาแล้วอยู่และขยายฐานธุรกิจของเขา ซึ่งก็วินวิน และเราจะเร่งเดินหน้า FTA ไทย-EU ให้จบได้โดยเร็ว เพื่อจะได้มีโอกาสมากขึ้น จะได้ไม่ติดข้อจำกัด ซึ่งมูลค่าการเสียภาษี ถ้าเจรจาสำเร็จภาษีจะลดลงอย่างต่ำถึง 20% ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนั้นเราจะได้เปรียบเรื่องต้นทุนเป็นอย่างมาก ขอให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่มีทางเจรจาแล้วเสียเปรียบใคร ไม่ทำให้เกิดความเสียหายในการเจรจาหรือข้อตกลงใดๆ กับต่างประเทศ" นายอนุทินกล่าว
เลื่อน ครม.สัญจรสงขลา
ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 26 พ.ค. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แทนนายอนุทิน ที่อยู่ระหว่างเดินทางเยือนฝรั่งเศส เปิดเผยภายหลังการประชุม ครม.ว่า จะมีการเลื่อนการประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลาออกไป เพราะขณะนี้ยังศึกษาในหลายเรื่องไม่ทัน ซึ่งเมื่อนายกฯ กลับมาจะนำเรียนนายกฯ โดยได้หารือสำนักงบประมาณ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ขอเลื่อน แต่จะเลื่อนไปนานเท่าไร ขอหารือกับนายกฯ ก่อน
เมื่อถามว่า ได้พูดคุยกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง เกี่ยวกับความคืบหน้าในผลกระทบโครงการแลนด์บริดจ์แล้วหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุยกัน เนื่องจากนายเอกนิติติดภารกิจต่างประเทศ ซึ่งนายกฯ บอกแล้วว่ามีระยะเวลาศึกษา 90 วัน ซึ่งในส่วนของกระทรวงคมนาคมได้ศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องนี้ด้วย โดยเฉพาะเรื่องของการรถไฟฯ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็มีการลงพื้นที่เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม แต่เรื่องสำคัญมากคือการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงสุขภาพภายหลังเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลกรุงเทพอุดร เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ว่า ขณะนี้ร่างกายกลับมา 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว โดยวันนี้ทางโรงพยาบาลกรุงเทพอุดรจะส่งข้อมูลการรักษามาให้โรงพยาบาลกรุงเทพ โดยแพทย์ได้แจ้งอาการว่าเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งการพักผ่อนไม่เพียงพอ สภาพอากาศที่ร้อน ขอขอบคุณทุกๆ ท่านที่ส่งข้อความมาให้กําลังใจ
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรเตรียมพิจารณาเรื่องด่วนเรื่องการขออนุญาตนำตัวนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ไปรับทราบข้อกล่าวหาและสอบสวนปากคำในระหว่างสมัยประชุมสภาฯ ตามคำร้องของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า ขณะนี้ผู้บริหารพรรคยังอยู่ระหว่างการประชุมหารือร่วมกับ สส.ของพรรค แต่ยืนยันว่าพรรคจะพิจารณาบนพื้นฐานของเจตนารมณ์ของกฎหมาย รวมถึงแนวปฏิบัติที่ผ่านมา ทั้งนี้เชื่อว่าหลังปิดสมัยประชุมสภาฯ ช่วงเดือน ก.ค. นายชนนพัฒฐ์น่าจะเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายต่อไป พรรคกล้าธรรมจะไม่ปกป้องใคร และจะไม่ปกป้องคนที่กระทำผิด แต่ในเวลานี้เรายึดหลักการของฝ่ายนิติบัญญัติไว้เป็นเบื้องต้น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สรุปเครนถล่ม สีคิ้ว-พระราม2 ‘ITD’งานสุดชุ่ย
คมนาคมสรุปสอบ “ไฮสปีด-มอเตอร์เวย์ M82” ชี้ต้นเหตุจากความล้มเหลวระบบความปลอดภัย
"กัมพูชา"ป่วนชายแดน-เวทีโลก ส่องแผนรับมือแบบ"คู่ขนาน"
ในการเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศส ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้พูดคุยหารือกับนายเอมมานูเอล มาครง (H.E. Mr.Emmanuel Macron) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ถึงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง “ไทย-กัมพูชา” โดยเฉพาะการย้ำจุดยืนของไทยในการแก้ไขปัญหาโดยสันติ
ประณามโจรใต้ ฆ่าแม่-ทารกเจ็บ ตร.รู้มือยิงเร่งล่า
ชาวยะรังรวมพลังต่อต้านความรุนแรง ละหมาดฮายัตขอสันติสุข
ส่งคำชี้แจงพรก.กู้ถึงมือศาล
นายกฯ เผยตรวจคำชี้แจง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทแล้ว
กกต.รับคดียุบปชน. สอบปมเซาะองคมนตรี ส้มปลุก21ล้านสู้นํ้าเงิน
“ปชน.” หนาว! “กกต.” รับคำร้อง “ยุบพรรค” เริ่มกระบวนการตรวจสอบปม “เท้ง” โพสต์พาดพิงองคมนตรีเข้าข่ายหรือไม่
'อนุทิน' ปลื้มเยือนฝรั่งเศส สัมฤทธิ์ผล ลั่นรัฐบาลชุดนี้ไม่มีทางเจรจาแล้วเสียเปรียบใคร
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงผลสัมฤทธิ์การเยือนฝรั่งเศสว่า การเดินทางครั้งนี้ถือว่าประสบผลสัมฤทธิ์ แผนการที่เตรียมการไว้ตนได้มีโอกาสพบประชาชนชาวไทยในฝรั่งเศสมีความอบอุ่น

