ดันไทยครัวโลกสู้วิกฤต สภาโยนวิปเคลียร์ญัตติ

“นายกฯ” เปิดงาน THAIFEX -  ANUGA ASIA 2026 ดันไทยสู่ “ครัวของโลก”  ประกาศไทยพร้อมเป็นหุ้นส่วนความมั่นคงอาหารโลก เดินหน้าเกษตรอัจฉริยะ และนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต การผลิตอาหารป้อนโลกคือจุดแข็ง  ขณะที่ฝ่ายค้านโวยรัฐบาลไม่รอศาลวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน เดินหน้าใช้เงินไทยช่วยไทยพลัส “มัลลิกา”  โยนวิป 2 ฝ่ายคุยกัน ชี้มีช่องทางเลื่อนญัตติตั้ง กมธ.ตรวจสอบใช้เงินกู้ 4 แสนล้าน

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ  รมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน THAIFEX ANUGA ASIA 2026 ซึ่งเป็นการรวบรวมร้านค้าอาหาร เครื่องดื่ม และนวัตกรรมด้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยเป็นความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และหอการค้าไทย

นายกรัฐมนตรีระบุว่า จะมุ่งมั่นผลักดันให้ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความมั่นคงด้านอาหาร และศูนย์กลางการส่งออกอาหารที่ใหญ่ที่สุด เพราะประเทศไทยถือเป็นอู่ข้าวอู่น้ำสำคัญ และมีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านอาหาร

นอกจากนี้ จะเป็นการส่งเสริมการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มของประเทศไทย  รวมถึงให้เกิดการพัฒนาคุณภาพสินค้าและเทคโนโลยีอุตสาหกรรมอาหารเผยแพร่ให้กับประชาชนในประเทศได้ทราบถึงศักยภาพในการผลิตสินค้าอาหารเทคโนโลยีและบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารของไทย โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 3,600 บริษัท

นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยมีศักยภาพด้านอุตสาหกรรมอาหารที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลมาอย่างยาวนานในฐานะ “ครัวของโลก” และปัจจุบันไทยกำลังก้าวไปสู่การเป็น “ศูนย์กลางอาหารแห่งอนาคตของโลก” ที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรม ความยั่งยืน สุขภาพ และความเชื่อมั่นด้านคุณภาพอาหาร โดยจุดแข็งของไทยมีทั้งทรัพยากรทางการเกษตรและความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงระบบการผลิตอาหารที่เข้มแข็ง มาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และความสามารถในการเพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรม

 พร้อมกันนี้ รัฐบาลยังเดินหน้าส่งเสริมการเกษตรอัจฉริยะ เทคโนโลยีชีวภาพ อาหารฟังก์ชัน โปรตีนทางเลือก การผลิตที่ยั่งยืน การใช้พลังงานสะอาด และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลตลอดห่วงโซ่อุปทานอาหาร ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจ BCG ที่มุ่งสร้างการเติบโตควบคู่กับการดูแลโลกและประชาชน

"จะเห็นได้ชัดว่าสถานการณ์โลกปัจจุบัน คนที่สามารถผลิตอาหารป้อนโลกได้ถือว่ามีจุดแข็ง ดังนั้นเราต้องเอาจุดแข็งตรงนี้ไปใช้ในการเจรจาที่ทำให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทยมากที่สุด ทำให้เรามีที่ยืนไม่เสียเปรียบใคร ซึ่งเรามีดีในเรื่องของอาหาร ที่ปัจจุบันถือว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งในความที่เป็นประเทศที่เป็น kitchen of the world เพราะพื้นฐานของไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ทำให้มีการพัฒนายกระดับการลงทุนจากมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารของเราได้เหนือกว่าคู่แข่งรายอื่น" นายอนุทินระบุ

ครม.ไม่รอศาล

ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน หารือว่า ขอให้ประธานทบทวนการวินิจฉัยญัตติด่วนว่าให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อติดตามตรวจสอบการใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งตนเชื่อว่าประธานสภาฯ อาจจะยังได้ข้อมูลไม่ครบถ้วนด้วย 3 เหตุผลคือ

1.การที่ประธานบอกว่ายังไม่มีการกู้ แต่เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติการขอโครงการต่างๆ ไปเรียบร้อยแล้ว และกำลังจะดำเนินการกู้เงินในสัปดาห์นี้แล้ว เพื่อที่จะให้เงินถึงมือประชาชนภายในวันที่ 1 มิถุนายนนี้

2.การที่ประธานบอกว่าศาลรัฐธรรมนูญกำลังวินิจฉัยอยู่ เราควรที่จะรอก่อนนั้น แต่ ครม.ไม่ได้รอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยได้มีเริ่มการใช้เงินแล้ว ฉะนั้น จึงขอให้ประธานสภาฯ บรรจุเป็นญัตติด่วนด้วย

และ 3.อยากให้ประธานบังคับใช้บรรทัดฐานเดียวกันกับการบรรจุญัตติเรื่องแลนด์บริดจ์ ที่ประธานบรรจุให้เป็นญัตติด่วน แต่การติดตามการใช้เงินใน พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ประธานไม่ได้บรรจุเป็นญัตติด่วน จึงขอให้ทบทวนการวินิจฉัย

น.ส.ศิริกัญญากล่าวต่อว่า ตนเชื่อว่าแม้ประธานจะให้อำนาจไปกับคณะกรรมการในการกลั่นกรอง แต่อำนาจโดยแท้ยังเป็นของประธานโดยตรงอยู่ว่าประธานสามารถชี้ให้เป็นอย่างไรก็ได้ ทั้งนี้ ตนยังเชื่อในเรื่องของการปรึกษาหารือเช่นเดียวกัน ซึ่งหากประธานเชื่อเรื่องเดียวกัน ตนคิดว่าตอนที่จะตัดสินว่าเรื่องใดเป็นเรื่องด่วนหรือไม่นั้น  สมควรที่จะให้ผู้เสนอญัตติด่วนเข้าไปให้ข้อมูลกับคณะกรรมการด้วย เพื่อจะได้ข้อมูลที่ครบถ้วนก่อนตัดสิน ส่วนอะไรที่ต้องหารือผ่านคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร (วิป) นั้น ตนก็เข้าใจ และเชื่อว่าวิปฝ่ายค้านหรือวิปของพรรคประชาชนจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างเต็มที่

ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นเสนอความเห็นว่า หากเราดูจากประวัติศาสตร์ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้รัฐบาลในอดีตมักจะหยุดการดำเนินการในเรื่องนี้เพื่อรอการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจนว่าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพระราชกำหนดถือว่ากฎหมายไม่ได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้น แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ไม่เหมือนกับในอดีต ซึ่งประธานและคณะกรรมการคงทราบว่ารัฐบาลมีท่าทีที่จะเดินหน้าโดยไม่รอคำวินิจฉัยของศาล จึงทำให้ความจำเป็นในการตรวจสอบเกิดขึ้น เมื่อข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไป เป็นไปได้หรือไม่ว่าประธานจะขอให้คณะกรรมการดูอีกรอบ สามารถทบทวนคำวินิจฉัยได้หรือไม่

เพราะไม่ใช่ญัตติด่วน

จากนั้นนายโสภณชี้แจงว่า ประเด็นที่เคยมีข่าวว่าตนเคยระบุว่าเรื่องยังอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญนั้น นานแล้ว ตนก็ดำเนินการส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งประเด็นที่มีการติดใจและสงสัยว่าหลังจากนั้นสมาชิกมีหนังสือให้ตั้ง กมธ.พิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งแนวทางในการปฏิบัติที่ผ่านมามีการเสนอญัตติขึ้นมา  ตนไม่ได้ใช้ดุลยพินิจ โดยทุกเรื่องจะมีคณะกรรมการของสภาที่มีรองประธานสภาฯ เป็นประธาน ที่จะพิจารณาญัตติว่าญัตติใดเป็นเรื่องด่วนหรือไม่ด่วน ฉะนั้นเมื่อตนได้รับทราบว่าคณะกรรมการชุดนั้นได้พิจารณาว่าไม่ใช่เป็นญัตติเร่งด่วน ตนจึงได้ให้ข่าวว่าไม่ใช่ญัตติเร่งด่วน และตนเข้าใจว่าเรื่องแลนด์บริดจ์ ความเห็นทั้ง 2 ฝ่ายตรงกันว่าอยากพิจารณาเรื่องนี้ จึงได้มีการเสนอญัตติมา และย้ำว่า ในอำนาจตน ตนไม่เคยได้วินิจฉัยยกเว้นที่กฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนด

ประธานสภาฯ กล่าวด้วยว่า กรณีที่เมื่อสมาชิกยื่นญัตติแล้ว เป็นไปตามขั้นตอนปกติของราชการ ตั้งแต่ที่ตนนั่งเป็นประธาน ไม่เคยใช้อำนาจชี้ว่าญัตตินี้ด่วนหรือไม่ด่วน ซึ่งผ่านคณะกรรมการ เจ้าหน้าที่มาตามลำดับ ตนให้ความเคารพทุกฝ่าย จึงพยายามใช้กฎเกณฑ์ที่ปฏิบัติมาตามขั้นตอนทุกอย่าง ส่วนที่ท่านถามว่าทำไมญัตติเรื่องแลนด์บริดจ์จึงเป็นเรื่องด่วนนั้น ในการทำงานเรื่องนี้เป็นเรื่องที่อย่างไรรัฐบาลต้องถูกตรวจสอบอย่างแน่นอน เพราะเป็นไปตามกระบวนการ ไม่ว่าจะช่องทางใดช่องทางหนึ่ง เชื่อว่ารัฐบาลพร้อมที่จะให้ตรวจสอบเพื่อให้เกิดประโยชน์ ฉะนั้นตนจึงขอให้วิปทั้ง 2 ฝ่ายไปเจรจากัน หากได้ความมาอย่างไร ตนก็จะปฏิบัติตามนั้น

ต่อมาเวลา 17.45 น. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประธานวิปฝ่ายค้าน ได้ลุกขึ้นสอบถามกรณีที่นายโสภณชี้แจงในที่ประชุมเมื่อช่วงเช้าว่าได้มอบให้คณะกรรมการพิจารณาว่าญัตติที่ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งรองประธานคนที่หนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ จึงขอให้ชี้แจงตกลงแล้วญัตติดังกล่าวเป็นญัตติด่วนหรือไม่

น.ส.มัลลิกาชี้แจงว่า จากที่ฟังประธานสภาฯ  บอกว่าให้วิปทั้งสองฝ่ายไปคุยกัน และตัวญัตติสามารถเลื่อนขึ้นมาได้ จึงอยากให้วิปทั้งสองฝ่ายไปคุยกันก่อน มีช่องทางในทางที่จะขอเลื่อนญัตติขึ้นมาได้ โดยเราเคยทำมาแล้ว ตนไม่อยากให้ฟันธงว่าประธานว่าอย่างไร แต่อยากให้ทำงานด้วยความประนีประนอมกัน

ด้านนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ชี้แจงว่า หากคิดว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน มาหารือกันว่าเราจะพิจารณากันแบบไหน แต่สิ่งที่รัฐบาลทำไปแล้วไม่มีเรื่องไหนที่ขัดต่อกฎหมาย เพราะเมื่อ พ.ร.ก.ออกมาแล้วก็ถือว่าเป็นกฎหมาย รัฐบาลเดินหน้าได้

ส่วนนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อยากให้ทบทวนวินิจฉัยใหม่ เพราะข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไปแล้ว  ถ้าจะกรุณาวินิจฉัยเป็นญัตติด่วน ส่วนจะได้พิจารณาหรือไม่ และได้ตั้งคณะกรรมาธิการหรือไม่ น่าจะให้วิปทั้งสองฝ่ายไปคุยกันจะเป็นทางออกที่เหมาะสม

ทำให้ น.ส.มัลลิกาวินิจฉัยว่า ตอนนี้เราตั้งวิปทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว เวลามีอะไรก็คุยกัน จากนั้นปิดการประชุมในเวลา 17.56 น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"กัมพูชา"ป่วนชายแดน-เวทีโลก ส่องแผนรับมือแบบ"คู่ขนาน"

ในการเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศส ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้พูดคุยหารือกับนายเอมมานูเอล มาครง (H.E. Mr.Emmanuel Macron) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ถึงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง “ไทย-กัมพูชา” โดยเฉพาะการย้ำจุดยืนของไทยในการแก้ไขปัญหาโดยสันติ