
หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คึกคัก! “อนุชา" ควง "อภิสิทธิ์" ลุยตลาดตรอกหม้อ ชูสตรีทฟู้ดเป็นระเบียบ-ฟันต่างด้าวแย่งอาชีพ เล็งรื้อฟื้นเส้นทางเรือ EV แก้รถติด-ลดฝุ่น PM 2.5 หวังเจาะฐานสวิงโหวต 20% “มัลลิกา” ตั้งทีมสุดจัด รอเป็นผู้ว่าฯ พร้อมลุยปราบทุนเทาและต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทย ประกาศชัด! ถ้าขจัดระบบส่วยได้ ก็ขจัดทุนเทาและต่างด้าวแย่งงานได้
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คณะผู้บริหารพรรค อาทิ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค, นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค, ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค, นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และผู้สมัคร สก.เขตพระนคร ลงพื้นที่หาเสียงพบปะประชาชนตั้งแต่ช่วงเช้าที่ตลาดตรอกหม้อ เขตพระนคร โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยยามเช้าให้การต้อนรับและทักทายอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะเดินทางไปโดยสารเรือไฟฟ้าที่ท่าเรือคลองผดุงกรุงเกษม (จุดลงเรือหัวลำโพง) เพื่อมุ่งหน้าไปหาเสียงต่อยังท่าเรือเทเวศร์
นายอนุชาเปิดเผยว่า ตลาดตรอกหม้อถือเป็นตลาดเก่าแก่ที่มีร้านอาหารอร่อยจำนวนมาก ซึ่งลักษณะเช่นนี้มีอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ตนมองว่า กทม.ต้องโปรโมตให้นักท่องเที่ยวได้เห็นว่าสตรีทฟู้ด (Street Food) กับความเป็นระเบียบเรียบร้อยสามารถอยู่คู่กันได้ ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นร้านริมทางหรือบนฟุตปาธเพียงอย่างเดียว หากได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ จะเข้ามาจัดระเบียบไม่ให้ผู้ค้าสร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนที่ใช้สัญจรบนทางเท้า
"เรื่องที่สำคัญและต้องกวดขันอย่างจริงจัง คือการแก้ไขปัญหาผู้ค้าต่างด้าวที่เข้ามาแย่งอาชีพคนไทย" นายอนุชาเน้นย้ำ พร้อมระบุว่า กทม.จะนำเทคโนโลยีคิวอาร์โค้ด (QR Code) มาใช้กำกับดูแลจุดผ่อนผัน เพื่อให้สามารถสแกนตรวจสอบได้ทันทีว่าใครคือผู้ได้รับอนุญาตตัวจริง เพื่อป้องกันการลักลอบขายสิทธิเช่าช่วงต่อ นอกจากนี้ จะประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อบังคับใช้กฎหมายและกวดขันปัญหาแรงงานต่างด้าวอย่างเด็ดขาด
เขายังกล่าวถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับชุมชนว่า กรุงเทพฯ มีสถานที่ทำบุญและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นจุดหมายของ "สายมู" มากมาย เช่น ศาลเจ้าพ่อเสือ ในอนาคตตนมีนโยบายพัฒนาแอปพลิเคชันของ กทม. เพื่อรวบรวมและแสดงจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้ทราบ ซึ่งจะผลักดันให้แอป กทม. เป็นแพลตฟอร์มที่คนจดจำและเปิดใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง
'ล้อ ราง เรือ'
ด้านนโยบายการคมนาคม นายอนุชาได้ชูแนวคิดการเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ "ล้อ ราง เรือ" เพื่อให้คนกรุงเทพฯ เดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยมุ่งผลักดันการเดินเรือไฟฟ้า (EV) ของ กทม. เข้าไปให้บริการประชาชนในคลองสายหลักต่างๆ ทั้งคลองผดุงกรุงเกษม คลองภาษีเจริญ คลองลาดพร้าว และคลองแสนแสบ
"เฉพาะอย่างยิ่งในคลองแสนแสบ ช่วงตั้งแต่วัดศรีบุญเรืองเข้ามาในพื้นที่เมืองชั้นใน ซึ่งเอกชนดำเนินการมายาวนานกว่า 30 ปี และยังคงใช้เรือเครื่องยนต์ดีเซลที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นต้นเหตุหนึ่งของปัญหาฝุ่น PM 2.5 กทม.จะเข้าไปขยายการเดินเรือโดยใช้เรือไฟฟ้า EV ทั้งหมด แม้ในระยะเริ่มต้นอาจจะดูไม่คุ้มค่าในแง่ของธุรกิจ แต่การบริการสาธารณะคือสิ่งที่เมืองจะปฏิเสธการดูแลพี่น้องประชาชนไม่ได้ นอกเหนือจากนี้ หลายโครงการที่เคยทำในยุคก่อน เช่น เส้นทางการเดินเรือต่างๆ ที่ถูกยกเลิกไปในสมัยผู้ว่าฯ ชัชชาติ เราจะนำกลับมาให้บริการอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในอนาคตหากมีระบบขนส่งอื่นที่สามารถทดแทนได้ เช่น มีรถไฟฟ้าเข้าถึงพื้นที่ หรือมีระบบฟีดเดอร์ที่เชื่อมต่อได้สะดวกกว่า เราก็จะพิจารณาปรับเปลี่ยนใช้ทางเลือกอื่นที่เหมาะสมแทน" นายอนุชากล่าว
ส่วนกระแสพรรคประชาธิปัตย์ที่ปรากฏในโพลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พรรคพร้อมนำเสนอนโยบายที่สร้างความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นการจัดการพื้นที่รกร้างว่างเปล่าเพื่อนำมาทำประโยชน์และแก้ปัญหาการเลี่ยงภาษีที่ดิน รวมถึงการชูนโยบายปราบปรามการทุจริตที่เข้มข้น เพื่อดึงฐานเสียงเดิมและจูงใจกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังไม่ได้ตัดสินใจอีกประมาณ 20% ให้หันกลับมาสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง
'ชัชชาติ' จ๊ะเอ๋ 'ดร.โจ'
วันเดียวกันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการลงพื้นที่ตลาดเอซี เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 และนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ได้พบกันขณะหาเสียง เนื่องจากมีคิวการลงพื้นที่ในเขตสายไหมและบางเขนเช่นเดียวกัน
โดยนายชัยวัฒน์ได้เข้าไปทักทายนายชัชชาติ ซึ่งทันทีที่นายชัชชาติเห็นนายชัยวัฒน์ได้กล่าวขึ้นว่า “เฮ้ยโจสบายดีหรือเปล่า” ก่อนจะจับมือกัน และนายชัชชาติได้ทักทายกับนายภมร พลจันทร์ ผู้สมัคร สก.เขตสายไหมของพรรคประชาชนด้วย
นายชัชชาติเปิดเผยภายหลังว่า ได้ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน นายชัยวัฒน์มีนโยบายดีๆ และละเอียดเยอะ ไม่ได้มีอะไร แข่งกันเสนอสิ่งที่ดีให้กับประชาชน แล้วแต่ประชาชนตัดสินใจ สุดท้ายหากนายชัยวัฒน์ได้เป็นผู้ว่าฯ เราก็พร้อมจะช่วย พร้อมทำงานกับทุกคน ไม่มีปัญหา เห็นว่าวันนี้พาผู้สมัคร สก.มาด้วย จึงได้พูดคุยกัน หากเขาได้เป็น เราได้เป็น ก็พร้อมทำงานร่วมกัน ไม่ได้ดูเรื่องพรรคอยู่แล้ว
“เป็นบรรยากาศที่ดี ไม่ได้ทะเลาะกัน ทำงานร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเป็นใครในอนาคต แม้เราไม่ได้เป็นก็พร้อมร่วมมือกับ ดร.โจ หาก ดร.โจได้เป็นผู้ว่าฯ” นายชัชชาติกล่าว
ขณะที่ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพ หมายเลข 14 ตอบข้อซักถามต่อกรณีถนนบางเส้นของกรุงเทพฯ กลายเป็นมณฑลของประเทศอื่น เพราะมีทุนเทามาตั้งรกรากใช้ระบบ 0 เหรียญ และต่างด้าวมาแย่งอาชีพคนไทยจนทำให้ประชาชนทนไม่ไหวนั้น
'ดร.ติ่ง' ตั้งทีม 'สุดจัด'
นางมัลลิกากล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 มาตรา 89 และ พ.ร.บ.กระจายอำนาจฯ พ.ศ.2542 ผู้ว่าฯ มีฐานอำนาจเต็มมือในการ ‘จัดระเบียบเมือง’ และ ‘รักษาความสงบเรียบร้อย และยังไม่นับพระราชบัญญัติเกี่ยวกับความมั่นคงซึ่งผู้ว่ากรุงเทพมหานครเป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร เช่นเดียวกันกับผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัดก็เป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตัวเองเช่นกัน
"ถ้า ดร.มัลลิกาเป็นผู้ว่าฯ ดิฉันจะไม่ยอมให้คำว่า ‘ไม่มีอำนาจ’ มาเป็นข้ออ้างบดบังความไร้ประสิทธิภาพเด็ดขาด เรามีกฎหมายและทีมงานที่พร้อมลุยทันที และถ้าประเทศนี้มีทีมสุดซอย เราก็จะตั้งทีมสุดจัด โดยใช้ศักยภาพของฝ่ายความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครที่มีความสุจริตโปร่งใสแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เพราะถ้าขจัดระบบส่วยได้ ก็ขจัดทุนเทาและต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทยได้แล้ว เราจะปล่อยกรุงเทพฯ ให้เป็นเหมือนเกาะพะงันที่เต็มไปด้วยยิวไม่ได้"
นางมัลลิกากล่าวว่า มีฮาวทูรองรับและเป็นแผนปฏิบัติการที่สามารถปฏิบัติได้ทันที ในเรื่องนี้อยู่ที่ใจ ถ้าไม่ใจเสาะอ่อนข้อให้ผลประโยชน์ทุนเทา ทุกอย่างก็ไม่เกินความสามารถผู้นำ เราทำอย่างเป็นระบบ คืออย่างน้อย 3 เรื่อง เช่น
1.เจอแรงงานเถื่อนแย่งอาชีพคนไทย เราส่งเทศกิจลุยตรวจกวาดล้างหาบเร่แผงลอยผิดกฎหมาย ตลาดเถื่อน ยึดคืนทางเท้าคืนให้คนกรุงเทพฯ ทันที!
2.เจอแหล่งพักพิงหรือหอพักเถื่อน เรางัดกฎหมายควบคุมอาคารและการสาธารณสุข สั่งตรวจระบบสุขาภิบาล สั่งปิดตึกแออัด และดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
3.เจอจุดเสี่ยงอาชญากรรมในชุมชน เราตั้งศูนย์เฉพาะกิจ บูรณาการร่วมกับตำรวจ ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และกรมการจัดหางาน ลงพื้นที่เอกซเรย์ทุกตารางนิ้ว ใช้ฐานข้อมูลเมืองไล่บี้พื้นที่เสี่ยง
"ผู้นำเมืองหลวงที่ดีนั้นต้องไม่ใช่คนที่เก่งแต่ท่องกฎหมายเพื่อหาข้อแก้ตัวว่าทำอะไรไม่ได้เลย แต่คือคนที่เก่งในการใช้ทุกอำนาจที่มีเพื่อปกป้องสิทธิการทำมาหากินและความปลอดภัยของประชาชน คนกรุงเทพฯ ไม่ต้องการคำอธิบายว่าทำไมปัญหาถึงแก้ไม่ได้ แต่เขาต้องการผู้บริหารที่กล้าชนแทนเขาและจัดการปัญหาอย่างจริงจัง” นางมัลลิกากล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘อนุทิน’สั่ง‘เอกนิติ’ ต่ออายุ‘ไทยพลัส’
“อนุทิน” สั่ง “เอกนิติ” ขยาย “ไทยช่วยไทยพลัส” ต่อ 1 หรือ 2 เดือน ตามงบที่เหลือ พ่อค้า-แม่ค้าเชียร์ลั่น อยากให้ขยายไปถึงสิ้นปีเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน เผยถ้าโครงการจบตลาดเงียบแน่นอน
สยบข่าวตี‘ศุภจี’ นำ เข้าข้าวโพด เป็นเรื่องเอกชน
รัฐบาลแจงข่าวบิดเบือน “ศุภจี” ไม่เคยลงนามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สหรัฐ ย้ำเป็นข้อตกลงระหว่างเอกชน การนำเข้าต้องเป็นไปตามเงื่อนไขรัฐ-คุมผลกระทบเกษตรกรไทย
14ก.ย.คุมเข้มกกต. เตรียมตร.1กองร้อยอารักขาแถลงเย็นไม่ระบุมติ-ชื่อ
“อนุทิน” มั่นใจ ปชช.ยังเชื่อมั่นรัฐบาลนี้บริหารประเทศ ย้อน “สนธิ” ทำเพื่อความสะใจ ผลที่ได้ประชาชนเดือดร้อน กับ “เนวิน” มองตาก็รู้ใจ ขณะที่ กกต.คุมเข้มวันลงมติฮั้ว สว. 14 ก.ย. จัดตำรวจ 1 กองร้อยรับมือมวลชน จ่อแถลงผลช่วงเย็น คาดไม่เปิดเผยคะแนน-ชื่อคนผิด “ไอติม” ลั่นหากไม่ส่งฟ้องศาล 229 คน ไม่จบแน่
‘ชวน’แฉหนี้บุญคุณทำพัง
“ชวน” เตือนองค์กรอิสระ จะให้ประวัติซ้ำรอยหรือ ชี้หนี้บุญคุณที่นักการเมืองทำไว้ ทำให้องค์กรเหล่านี้ลังเลใจ ลำบากใจ เพราะครั้นจะไม่ปฏิบัติตามก็ถูกกดดัน แฉการเมืองส่งคนตัวเองเข้าแทรกแซงหมด
ชำนาญกู้ทุ่นระเบิด! อนุทินโวสถานะรบ.ปึ้ก/แห่บี้14ก.ย.กกต.ต้องฟ้องศาลหมด
นายกฯ ปีติ "เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ" พระราชทานแจกันดอกไม้ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 60 ปี พร้อมนิมนต์เกจิดังเมืองตรังเจิมกระหม่อม-ลงยันต์บนโต๊ะทำงาน ปิดทองนรสิงห์
สีหศักดิ์การันตี มาเลย์หนุนไทย แก้ปัญหาไฟใต้
กอ.รมน.ภาค 4 สน. เปิดไทม์ไลน์เหตุยิงปะทะผู้ก่อเหตุรุนแรงเทือกเขาตะเวดับ 2 ราย พบหมายจับรวม 9 หมาย ยึด M16-AK-104 พร้อมระเบิด 2 ลูก "สีหศักดิ์" ย้ำแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเดินหน้าควบคู่ทั้งความมั่นคงและการพัฒนา เผยมาเลเซียให้ความร่วมมือเต็มที่

