ฝ่ายค้านสับแลนด์บริดจ์ ปิดหูปิดตาตัวแทนปชช.

ฝ่ายค้านพาเหรดสับมติสภาไม่ตั้ง  กมธ.วิสามัญแลนด์บริดจ์ต่อเนื่อง “กรณ์” งัดข้อมูลให้ถอย “ชัยชนะ” ปลุก สส.ใต้ร่วมใจค้าน เด็กกล้าธรรมอัดปิดหูปิดตาชาวบ้าน “ดร.ธรณ์” ปูด 3 ปมเรื่องสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569 ยังคงมีความต่อเนื่องหลังสภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่เห็นด้วยที่จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาและผลกระทบจากโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (ชุมพร-ระนอง) หรือโครงการแลนด์บริดจ์ โดยนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า รัฐบาลพูดมาตลอดว่าแลนด์บริดจ์จะเป็นเส้นทางเลือกที่ประหยัดเงินและเวลา เมื่อเทียบกับการเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกา แต่เมื่อคำนวณจากข้อมูลในรายงานของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) คำตอบมันชัดว่าแลนด์บริดจ์ทั้งแพงกว่าและนานกว่า แค่ตรงนี้ไม่ผ่านควรถอยแล้ว  อย่าเพิ่งแถกันไปว่าจริงๆ แลนด์บริดจ์มีไว้เพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อการขนส่ง เพื่อเป็นศูนย์กลางพลังงาน หรือเพื่อการรักษาอธิปไตยของประเทศ ซึ่งที่ศึกษามาทั้งหมดยังไม่เคยได้พิจารณาเรื่องพวกนี้เลย

นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ปชป. ระบุว่า งบประมาณสูงถึง 1  ล้านล้านบาท สามารถนำไปพัฒนาระบบเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนภาคใต้ได้อย่างเป็นรูปธรรมมากกว่า โดยพรรค ปชป.ได้เสนอแนวทางการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์ประชาชนในวงกว้าง อาทิ การก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายใต้ เชื่อมจังหวัดนราธิวาสสู่กรุงเทพมหานคร การยกระดับระบบขนส่งทางรางด้วยรถไฟทางคู่ระบบไฟฟ้าสำหรับขนส่งผู้โดยสารและสินค้า รวมถึงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ซึ่งใช้งบประมาณรวมต่ำกว่าหรือใกล้เคียงกับโครงการแลนด์บริดจ์ แต่กระจายประโยชน์สู่ประชาชนและภาคธุรกิจในพื้นที่ได้อย่างทั่วถึงมากกว่า

 “การที่รัฐบาลปฏิเสธการตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษารายละเอียดของโครงการ ถือเป็นการปิดกั้นโอกาสในการรับฟังความคิดเห็นและตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้าน ทั้งที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่ออนาคตของประเทศและประชาชนภาคใต้โดยตรง” นายชัยชนะกล่าว

นายชัยชนะกล่าวอีกว่า ขอเรียกร้องให้ สส.ภาคใต้ในพรรคร่วมรัฐบาลทบทวนจุดยืนของตนเอง และคำนึงถึงเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่มากกว่าการยึดตามมติพรรค ซึ่ง สส.ภาคใต้ทุกคนควรตระหนักว่าหน้าที่สำคัญคือเป็นตัวแทนของประชาชน ไม่ใช่เป็นเพียงผู้ปฏิบัติตามมติทางการเมือง เพราะทุกการตัดสินใจในสภาจะส่งผลโดยตรงต่ออนาคตของคนภาคใต้และการพัฒนาประเทศในระยะยาว

นายพีรวัส สมวงศ์ รองโฆษกพรรคกล้าธรรม  (กธ.) กล่าวว่า พรรค กธ.รู้สึกผิดหวังต่อท่าทีของ สส.ฝ่ายรัฐบาลที่ไม่เปิดโอกาสให้ศึกษาโครงการดังกล่าวอย่างรอบด้าน ทั้งที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม  และวิถีชีวิตของประชาชนในหลายพื้นที่ เพราะการตั้ง กมธ.วิสามัญไม่ใช่การขัดขวางการพัฒนาประเทศ แต่เป็นกลไกของฝ่ายนิติบัญญัติในการตรวจสอบ ศึกษา และเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วม โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากโครงการ

“การที่ สส.ฝ่ายรัฐบาลลงมติไม่ตั้ง กมธ.วิสามัญ เท่ากับเป็นการปล่อยให้รัฐบาลดำเนินโครงการแลนด์บริดจ์ต่อไป โดยตัดขาดการมีส่วนร่วมของฝ่ายนิติบัญญัติ และลดโอกาสที่ประชาชนจะได้เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบและเสนอความคิดเห็นต่อโครงการสำคัญระดับประเทศ”  นายพีรวัสกล่าว

นายพีรวัสระบุเพิ่มเติมว่า โครงการแลนด์บริดจ์ถือเป็นเมกะโปรเจกต์ที่ใช้งบประมาณมหาศาล  และอาจสร้างผลกระทบในระยะยาว สิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่แค่คำว่าการพัฒนา แต่ต้องเป็นการพัฒนาที่โปร่งใส เป็นธรรม พรรค กธ.ยืนยันจะยังติดตามการดำเนินโครงการแลนด์บริดจ์อย่างใกล้ชิด และจะทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเต็มที่ เพื่อให้การพัฒนาโครงการต่างๆ  ของประเทศเกิดขึ้นบนพื้นฐานของความโปร่งใส  ความรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน

ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  (มก.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “กรรมการเงา-แลนด์บริดจ์” ของสมาคมวิทยาศาสตร์ทางทะเลจัดตั้งแล้ว เป้าหมายคือชี้ทางสว่างในเงามืด” ก่อนโพสต์คลิปวิดีโอระบุว่า คณะกรรมการแลนด์บริดจ์มีคำสั่งแต่งตั้งอนุกรรมการขึ้นมา 3 คณะ หนึ่งในนั้นก็คืออนุกรรมการด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นประเด็นที่จะมาเคลียร์กันว่าตกลงมันกระทบหรือไม่กระทบ

นายธรณ์กล่าวต่อว่า มี 3 ประเด็นที่คิดว่าต้องช่วยกันพิจารณาอย่างรอบคอบ ประเด็นแรกก็คือเรื่องของสัตว์ทะเลหน้าดิน เพราะข้อมูลที่ระบุไว้ใน EHIA ของ สนข.มีตัวเลขที่ค่อนข้างจะแตกต่างอย่างมากกับข้อมูลของการศึกษาคู่ขนานของนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้  ทำให้ยังไม่สามารถสรุปได้ เพราะตัวเลขแตกต่างกันมาก และต้องมีหน่วยงานกลางขึ้นมาศึกษาเพิ่มเติมหรือไม่ ประเด็นที่สองก็คือเรื่องของแนวปะการัง ซึ่งสถานภาพของปะการังใน จ.ระนอง ทั้งเกาะพยามและเกาะค้างคาว อยู่ในระดับดี-ดีมาก  ซึ่งแนวปะการังในประเทศไทยระดับดี-ดีมากนั้นหาค่อนข้างยาก และทั้ง 2 แห่งอาจได้รับผลกระทบ  และประเด็นที่สามคือเรื่องของตะกอน การก่อสร้างจะทำให้เกิดตะกอนกระจายไปในพื้นที่กว้างมาก  ข้อมูลที่ระบุไว้ใน EHAI พบว่าบางช่วงเวลาตะกอนอาจฟุ้งกระจายได้ถึง 2 แสนไร่อยู่ใน EHIA ของ สนข.ชัดเจน จะเอาอย่างไรกับมัน จะทำอย่างไร จะต้องลงทุนแค่ไหนในการป้องกัน ตรงนี้ถูกนำมาคิดเป็นต้นทุนหรือไม่

 “กรรมการเงาของเราได้มีการประชุมกัน เราจับ 3 ประเด็นนั้นออกมาก่อน เพราะเท่าที่ทราบอนุกรรมการด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมของคณะกรรมการแลนด์บริดจ์จะประชุมกันในวันที่ 9 มิ.ย.นี้  จึงออกคลิปนี้มาเพื่อเน้น 3 ประเด็น ว่าลงไปดูกันให้ชัดๆ ว่าตกลงมันเป็นอย่างไร เอาอีท่าไหน จะต้องทำอะไรต่อ” ดร.ธรณ์ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดีเดย์ใช้ไทยช่วยไทย คลังย้ำ6โมงเงินเข้า39.2ล้านคน/มาร์คหวัง4มิ.ย.ผุด‘กมธ.’

ดีเดย์ 6 โมงเช้าใช้จ่ายโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60-40 “คลัง” ยันกรุงไทยพร้อมรองรับ ย้ำรัฐเติมเงินให้วันละ 200 บาท เดือนละ 1 พัน

'มท.4' ยัน 'แลนด์บริดจ์' รบ.ฟังความเห็นรอบด้าน ย้ำให้ความสำคัญผลกระทบทรัพยากรธรรมชาติ 

มท.4 สายใต้ภูมิใจไทยยันแลนด์บริดจ์ รัฐบาลฟังความเห็นรอบด้าน ก่อนตัดสินใจเดินหน้าหรือเก็บเข้าลิ้นชัก ย้ำให้ความสำคัญเรื่องผลกระทบทรัพยากรธรรมชาติ 

สส.ภูมิใจไทย แถลงไขทำไมไม่ตั้ง กมธ.ศึกษาแลนด์บริดจ์

นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ทำไม สส.ส่วนใหญ่ จึงมีมติไม่ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแลนด์บริดจ์ขึ้นมาใหม่?