นักวิชาการแนะ รื้อเอกสิทธิ์‘สส.’ หวั่นสีเทาครอง

“กังฟู” โอดถูกบีบให้อยู่ตรงกลาง ฝ่ายค้านก็ไม่เอา รัฐบาลก็เมิน แจงเหตุ “6 สส.ไทรวมพลัง” ไม่ร่วมโหวตส่งตัว “ชนนพัฒฐ์” เพราะไม่รู้มติวิปค้าน “นักวิชาการ” ประสานเสียงต้องหั่นเรื่องเอกสิทธิ์คุ้มครอง มาตรา 125 ก่อนถูกกล่าวหายุคทุนเทาครองเมือง

เมื่อวันที่ 31 พ.ค.2569 ยังมีควันหลงจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเสียงข้างมาก 308 ต่อ 126 เสียง ปฏิเสธส่งตัวนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาร้ายแรงฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

โดยนายวสวรรธน์ พ่วงพรศรี สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง ชี้แจงกรณี สส.พรรค 6 คนไม่ได้แสดงตนและไม่ได้โหวต ว่าไม่ทราบมติของฝ่ายค้าน เพราะไม่ได้อยู่ในวิปฝ่ายค้าน ซึ่งการโหวตที่ผ่านมาของพรรคไทรวมพลังโหวตในทิศทางเดียวกับพรรคการเมืองฝ่ายค้าน เว้นในเรื่องนี้ที่ไม่ทราบมติ และแม้ฝ่ายรัฐบาลได้ขอเสียงให้ช่วยโหวตไม่ส่งตัวนายชนนพัฒฐ์ แต่เห็นว่าไม่ต้องการร่วมสังฆกรรมในวาระนี้จึงไม่ได้ร่วมโหวต

 “ถ้าฝ่ายค้านเอาเราไปอยู่ในวิปฝ่ายค้าน และเรารู้มติวิปค้าน เราก็จะโหวตตามมติฝ่ายค้าน เขาจัดให้เราไม่ได้อยู่ในวิป แต่ทางรัฐบาลให้เราอยู่ฝ่ายค้าน” นายวสวรรธน์กล่าว

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เฟซบุ๊กระบุในประเด็นนี้ว่า เกิดคำถามเชิงจริยธรรมว่า แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะได้รับการสนับสนุนจากพรรคต้นสังกัดและชนะการเลือกตั้งมาก็ตาม แต่อาณัติจากหีบบัตรเลือกตั้งไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการอยู่เหนือกระบวนการยุติธรรมทางอาญา หากเป็นบุคคลธรรมดาได้รับหมายเรียกจากหน่วยงานสอบสวน พวกเขาแทบไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทันที แต่เมื่อผู้ถูกกล่าวหามีตำแหน่งเป็น สส. กลับมีช่องทางทำให้กระบวนการทางคดีสะดุดหยุดลง เพียงด้วยการอาศัยมติเสียงข้างมากของสภา ภาพเช่นนี้ย่อมสร้างคำถามอันเจ็บปวดว่า หลักความเสมอภาคต่อหน้ากฎหมายยังดำรงอยู่อย่างแท้จริงหรือไม่ในสังคมไทย

 “การที่สภาลงมติคุ้มครองผู้ถูกกล่าวหาในคดีทุนสีเทาเช่นนี้ ย่อมทำให้ประชาชนมีสิทธิ์ตั้งข้อสงสัยว่า นี่คือการปกป้องหลักการประชาธิปไตย หรือเป็นเพียงพฤติกรรมเกาหลัง และสร้างวัฒนธรรมเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง เพื่อหวังผลประโยชน์ต่างตอบแทนในวันข้างหน้า”

รศ.ดร.บุญส่งระบุว่า สิ่งที่สังคมไทยต้องผลักดันควรไปไกลกว่าการถกเถียงว่าจะยกเลิกเอกสิทธิ์ สส.ทั้งหมดหรือไม่ แต่ต้องทบทวนและจำกัดขอบเขตของเอกสิทธิ์ดังกล่าวให้ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องไม่มีการให้ความคุ้มครองแก่สมาชิกในคดีอาญาร้ายแรง ทุจริต หรือคดีที่เป็นภัยต่อสังคม ซึ่งมิได้เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่นิติบัญญัติ เพราะตราบใดที่สภายังเลือกรักษาผลประโยชน์แห่งอภิสิทธิ์ของตนเอง โดยเพิกเฉยต่อความถูกต้องชอบธรรม สังคมจะไม่เพียงครหาเรื่องกฎหมาย 2 มาตรฐาน แต่จะนำมาสู่การตั้งคำถามที่แผ่กว้างและสิ้นศรัทธาขึ้นเรื่อยๆ ว่า ระบบการเมืองไทยในสภาวะที่ดูคล้ายยุคเทาครองเมืองเช่นนี้ จะมีความชอบธรรมเพียงใดในการดำรงอยู่ต่อไป

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊ก โดยย้อนประวัติศาสตร์สภาไทยว่า แม้ส่วนใหญ่ในรอบ 20-30 ปีหลัง สภาไทยมักใช้เสียงข้างมากโหวตไม่อนุญาต เพื่อเซฟพวกพ้องหรือปกป้องสมาชิก แต่ในอดีตเคยมีกรณีประวัติศาสตร์ที่สภาโหวตอนุญาตอยู่ ซึ่งเป็นคดีอาญาทั่วไปที่ไม่ใช่เรื่องการเมือง เช่น คดีจ้างวานฆ่าผู้ใหญ่ประเสริฐ ปี 2544 สภามีมติอนุญาตให้ส่งตัว นายคมคาย พลบุตร อดีต สส.จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ไปดำเนินคดีฐานจ้างวานฆ่า และคดีแชร์ชมมณี ปี 2530 สภามีมติอนุญาตให้ส่งตัวนายสติล คุณปลื้ม อดีต สส.ชลบุรี ไปดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงประชาชน

นายวัสระบุต่อว่า เพื่อไม่ให้หลักความคุ้มกันของรัฐสภากลายเป็นช่องว่างทางกฎหมายที่ถูกทุนสีเทาหรือผู้กระทำผิดใช้หลบซ่อนตัว แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนสามารถทำได้ดังนี้ ระยะสั้นฝ่ายความมั่นคง ตม.และตำรวจต้องสั่งการเฝ้าระวังตะเข็บชายแดนอย่างเข้มงวด ป้องกันไม่ให้ สส.ที่ถูกกล่าวหาหลบหนีออกนอกประเทศ และดีเอสไอต้องเตรียมหมายจับ/หมายเรียกให้พร้อม เพื่อล็อกตัวมาดำเนินคดีทันทีในวันแรกที่ปิดสมัยประชุม

“ระยะยาวควรมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 125 โดยกำหนดให้ความคุ้มกันไม่มีผลบังคับใช้กับคดีอาญาร้ายแรงบางประเภท เช่น อาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด หรือการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อรักษามาตรฐานความซื่อสัตย์และเกียรติภูมิของรัฐสภาไทยให้สง่างามอย่างแท้จริง” นายวัสระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘อนุทิน’สั่ง‘เอกนิติ’ ต่ออายุ‘ไทยพลัส’

“อนุทิน” สั่ง “เอกนิติ” ขยาย “ไทยช่วยไทยพลัส” ต่อ 1 หรือ 2 เดือน ตามงบที่เหลือ พ่อค้า-แม่ค้าเชียร์ลั่น อยากให้ขยายไปถึงสิ้นปีเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน เผยถ้าโครงการจบตลาดเงียบแน่นอน

สยบข่าวตี‘ศุภจี’ นำ เข้าข้าวโพด เป็นเรื่องเอกชน

รัฐบาลแจงข่าวบิดเบือน “ศุภจี” ไม่เคยลงนามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สหรัฐ ย้ำเป็นข้อตกลงระหว่างเอกชน การนำเข้าต้องเป็นไปตามเงื่อนไขรัฐ-คุมผลกระทบเกษตรกรไทย

14ก.ย.คุมเข้มกกต. เตรียมตร.1กองร้อยอารักขาแถลงเย็นไม่ระบุมติ-ชื่อ

“อนุทิน” มั่นใจ ปชช.ยังเชื่อมั่นรัฐบาลนี้บริหารประเทศ ย้อน “สนธิ” ทำเพื่อความสะใจ ผลที่ได้ประชาชนเดือดร้อน กับ “เนวิน” มองตาก็รู้ใจ ขณะที่ กกต.คุมเข้มวันลงมติฮั้ว สว. 14 ก.ย. จัดตำรวจ 1 กองร้อยรับมือมวลชน จ่อแถลงผลช่วงเย็น คาดไม่เปิดเผยคะแนน-ชื่อคนผิด “ไอติม” ลั่นหากไม่ส่งฟ้องศาล 229 คน ไม่จบแน่

‘ชวน’แฉหนี้บุญคุณทำพัง

“ชวน” เตือนองค์กรอิสระ จะให้ประวัติซ้ำรอยหรือ ชี้หนี้บุญคุณที่นักการเมืองทำไว้ ทำให้องค์กรเหล่านี้ลังเลใจ ลำบากใจ เพราะครั้นจะไม่ปฏิบัติตามก็ถูกกดดัน แฉการเมืองส่งคนตัวเองเข้าแทรกแซงหมด

ชำนาญกู้ทุ่นระเบิด! อนุทินโวสถานะรบ.ปึ้ก/แห่บี้14ก.ย.กกต.ต้องฟ้องศาลหมด

นายกฯ ปีติ "เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ" พระราชทานแจกันดอกไม้ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 60 ปี พร้อมนิมนต์เกจิดังเมืองตรังเจิมกระหม่อม-ลงยันต์บนโต๊ะทำงาน ปิดทองนรสิงห์

สีหศักดิ์การันตี มาเลย์หนุนไทย แก้ปัญหาไฟใต้

กอ.รมน.ภาค 4 สน. เปิดไทม์ไลน์เหตุยิงปะทะผู้ก่อเหตุรุนแรงเทือกเขาตะเวดับ 2 ราย พบหมายจับรวม 9 หมาย ยึด M16-AK-104 พร้อมระเบิด 2 ลูก "สีหศักดิ์" ย้ำแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเดินหน้าควบคู่ทั้งความมั่นคงและการพัฒนา เผยมาเลเซียให้ความร่วมมือเต็มที่