แฉจุฬาคอนเนกชัน พรรคเศรษฐกิจขย่ม‘ชัชชาติ’ระบอบอากงมี‘ปร.’มือขวา

เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เดือด! พรรคเศรษฐกิจแฉ  "ระบอบอากง" บงการแต่งตั้ง-ซื้อขายเก้าอี้ ผอ.เขต 4 ล้าน แฉพิกัดลับสุทธิสารซุก "จุฬาคอนเนกชัน-ปร." บดบังอำนาจ "ชัชชาติ" มาตั้งแต่ปี 2566 ก่อนถอนทุนคืนจากหาบเร่แผงลอย จี้เคลียร์ด่วนก่อนเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 นายคริส โปตระนันทน์ สส.พรรคเศรษฐกิจ พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครของพรรคเศรษฐกิจ แถลงข่าวเปิดเผยข้อมูลที่เรียกว่า “ระบอบอากง” โดยนายคริสกล่าวว่า มีกลุ่มบุคคลอยู่เบื้องหลังการบริหารงานของกรุงเทพมหานคร และมีบทบาทในการเรียกรับผลประโยชน์ รวมถึงแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับพื้นที่ พร้อมเรียกร้องให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และในฐานะผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 9 ออกมาชี้แจงและดำเนินการจัดการปัญหาอย่างจริงจัง

นายคริสกล่าวว่า สิ่งที่นำมาเปิดเผยไม่ใช่การโจมตีทางการเมืองหรือการดิสเครดิตบุคคลใด แต่ต้องการสะท้อนปัญหาการทุจริตที่ยังคงเกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร แม้ว่านายชัชชาติจะได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้บริหารที่มีความสามารถและมีภาพลักษณ์โปร่งใสก็ตาม แต่ "ระบอบอากง"  เปรียบเสมือนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเงา ซึ่งเป็นผู้กำหนดทิศทางและจัดการงานสำคัญภายใน กทม. ขณะที่ผู้ว่าฯ เป็นผู้ลงนามในคำสั่งต่างๆ เท่านั้น ทั้งนี้ "อากง" เป็นข้าราชการการเมืองที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้ว่าฯ กทม. และเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายที่เรียกว่า “จุฬาคอนเนกชัน”

นอกจากนี้ นายคริสยังกล่าวถึงบุคคลอีกคนหนึ่ง ซึ่งใช้ชื่อย่อว่า “ปร.” เป็นอดีตผู้อำนวยการเขต ที่ทำหน้าที่เป็นมือขวาของ “อากง” และมีบทบาทดูแลหน่วยงานสำคัญ 4 ฝ่าย  ได้แก่ ฝ่ายโยธา, ฝ่ายเทศกิจ, ฝ่ายสิ่งแวดล้อม และฝ่ายรักษาความสะอาด ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตและการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่

เขายังกล่าวว่า ได้รับข้อมูลร้องเรียนจากผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตหลายรายว่า การแต่งตั้งขึ้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการเขตมีการเรียกรับเงิน หรือ “ค่าเก้าอี้” สูงถึง 4 ล้านบาท  โดยผู้ที่ต้องการเลื่อนตำแหน่งจะต้องเข้าพบกลุ่มผู้มีอิทธิพลในสถานที่แห่งหนึ่งย่านสุทธิสาร และไม่อนุญาตให้นำโทรศัพท์มือถือเข้าไปในระหว่างการพูดคุย โดยหากไม่มีการจ่ายเงิน ก็อาจไม่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการเขต และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบผู้อำนวยการเขตในหลายพื้นที่ที่ถูกกล่าวอ้างถึง เพื่อเป็นการพิสูจน์ข้อเท็จจริง

นายคริสเผยว่า เมื่อมีการลงทุนจ่ายเงินเพื่อให้ได้ตำแหน่ง ผู้ดำรงตำแหน่งบางรายจึงพยายามเรียกคืนผลประโยชน์ ผ่านหน่วยงานที่มีอำนาจอนุญาตหรือกำกับดูแล เช่น การค้าขายบนทางเท้า, การอนุญาตก่อสร้างและต่อเติมอาคาร หรือการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ต่างๆ

สำหรับฝ่ายโยธา นายคริสตั้งข้อสังเกตว่า แม้ กทม.จะมีระบบยื่นขออนุญาตก่อสร้างแบบออนไลน์ เพื่อลดการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน แต่ในทางปฏิบัติยังมีการร้องเรียนเรื่องการถ่วงเวลาและการเรียกรับผลประโยชน์ โดยเฉพาะกรณีที่มีการให้เจ้าหน้าที่หรือบุคคลใกล้ชิดเป็นผู้จัดทำแบบก่อสร้าง

นายคริสยืนยันว่า ปัญหาการร้องเรียนเกี่ยวกับการเรียกรับผลประโยชน์ในการแต่งตั้งโยกย้ายบุคลากรมีมาตั้งแต่ปี 2566 และเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งคำถามว่านายชัชชาติเกรงใจบุคคลหรือกลุ่มใดหรือไม่ จึงปล่อยให้มีการแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายผู้อำนวยการเขตจำนวนมาก จนเกิดข้อครหาเรื่องความไม่เป็นธรรมและไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ปกติ ทั้งนี้ หากนายชัชชาติกลับมาเป็นผู้ว่าฯ กทม.อีกสมัย สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องกำจัดระบอบอากงให้หมดไป เพราะตราบใดที่ระบอบนี้ยังอยู่ การทุจริตในสำนักงานเขตก็จะยังคงอยู่ และประชาชนก็จะยังได้รับผลกระทบต่อไป

นอกจากนี้ นายคริสยังเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมาย เพื่อขยายขอบเขตการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ครอบคลุมตั้งแต่ระดับหัวหน้าไปจนถึงผู้อำนวยการเขต เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในการบริหารราชการ ขณะเดียวกันข้อมูลส่วนหนึ่งจะส่งต่อให้นายจิรายุ ห่วงทรัพย์อดีต สส.พรรคเพื่อไทย เพื่อเดินหน้ายื่นต่อ ป.ป.ช.ในการตรวจสอบต่อไป

ด้าน พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าวว่า หากได้รับเลือกตั้งจะเร่งตรวจสอบและปราบปรามการทุจริตภายในกรุงเทพมหานครอย่างจริงจัง พร้อมผลักดันการแก้ไขกฎหมาย ให้ผู้จ่ายสินบนได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายมากขึ้น เพื่อจูงใจให้เปิดเผยข้อมูลการทุจริต นอกจากนี้ยังเสนอให้แก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการแสดงบัญชีทรัพย์สินของข้าราชการระดับชำนาญการพิเศษขึ้นไป และยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบทุกกรณีที่มีข้อกล่าวหาเรื่องทุจริตโดยไม่ละเว้นผู้ใด

 ส่วนประเด็นนโยบายยกเลิกการจัดเก็บค่าธรรมเนียมขยะของกรุงเทพมหานคร พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าวว่า สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากปัจจุบัน กทม.มีต้นทุนในการจ้างเอกชนกำจัดขยะสูงมาก ขณะที่สามารถนำไปแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า ปุ๋ย และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้  หากมีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เมิน ‘ฟื้นสัมพันธ์-เปิดด่าน’

นายกฯ ปิดห้องคุย รมว.ต่างประเทศ ลั่นกับกัมพูชาคุย UNCLOS ก่อน เรื่องอื่นไม่คุย "สีหศักดิ์" แจงทูต-องค์การระหว่างประเทศ ลั่นไทยไม่ได้ถูกเขมรลากเข้าสู่ UNCLOS แต่ไป

ชงศาลฎีกาฟัน 14 ปปช.

“ณัฐพงษ์” นำทีมยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภา ส่งศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวน ป.ป.ช.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปัดตกคดี “ศักดิ์สยาม” ซุกหุ้น ตั้ง 4 ข้อกล่าวหา หวัง “โสภณ” ใช้ดุลพินิจส่งเรื่องเร็ว “นันทนา” ต้องลบครหาระบอบสีน้ำเงิน “ศรีสุวรรณ” ยื่นฟัน “ไชยชนก” ผุดโครงการ TH-AI Passport

พระเมรุมาศ คืบหน้า24% คาดเสร็จทัน

"ศุภจี" ตรวจความคืบหน้าจัดสร้างพระเมรุมาศ "พระพันปีหลวง" กำชับให้ถูกต้อง งดงาม สมพระเกียรติยศ เผยโครงสร้างพระเมรุมาศคืบหน้า 50% ภาพรวมแล้วเสร็จ 23.65%