สกัดเว็บฯพนัน รับฟุตบอลโลก กดทุกบัญชีม้า!

รัฐบาลลุยสกัดเว็บพนันออนไลน์ก่อนเทศกาล “บอลโลก 2026” เผย 8 เดือนปิดกั้นแล้วกว่า 6 แสน URLs เตือนอินฟลูฯ หยุดปัก-แปะ-ปั่นคอนเทนต์ชวนเล่นพนัน สั่งการดำเนินโทษเด็ดขาด เปิดผลงานเดินหน้ากวาดล้างจริงจังตั้งแต่ "รัฐบาลอนุทิน 1" กดบัญชีม้าลดลงทุกประเภท

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้แก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคม พร้อมสั่งการให้ยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ การปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจและเว็บไซต์ URL ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการปราบปรามและปิดกั้นเว็บไซต์พนันออนไลน์และ URL ที่เกี่ยวข้อง

เธอกล่าวว่า รัฐบาลโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ดำเนินการปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจและเว็บไซต์ URL ที่เกี่ยวข้องกับการพนันผิดกฎหมาย ตามคำสั่งศาล และประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์ม ในปีงบประมาณ 2569 ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 - 31 พฤษภาคม 2569 (ระยะเวลา 8 เดือน) แล้วจำนวน 673,699 รายการ โดยแยกเป็นการปิดกั้นตามคำสั่งศาล จำนวน 635,717 รายการ และประสานงานแพลตฟอร์มทำการปิดกั้น (ประเภทหลอกลวง/พนันออนไลน์) จำนวน 37,982 รายการ ทั้งนี้ เฉพาะเดือนพฤษภาคม 2569 สามารถปิดกั้น URL การพนันผิดกฎหมายได้จำนวน 78,796 รายการ (ตามคำสั่งศาล 68,571 รายการ/ประสานงานแพลตฟอร์ม 10,225 รายการ)

รัฐบาลสั่งการกระทรวงดีอีให้เฝ้าระวังและดำเนินการปิดกั้น ยกระดับการปิดกั้น URL ที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่จะเริ่มขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้ พร้อมทั้งสั่งการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เฝ้าระวังและป้องกันเยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลกอย่างเข้มข้น โดยการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยตรวจจับ ทำให้การสกัดกั้นทำได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น

 “เตือนประชาชนให้ระมัดระวังการเผยแพร่เนื้อหาที่เข้าข่ายผิดกฎหมายบนสื่อดิจิทัลและโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะในกลุ่มเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการพนัน รวมทั้งการหลอกลวงออนไลน์ต่างๆ โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งอาจเข้าข่ายการกระทำความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.คอมพ์ มาตรา 14 ย้ำเตือนอินฟลูเอนเซอร์ที่ชักชวนเล่นพนันออนไลน์ทุกรูปแบบ อย่าปักตะกร้า อย่าแปะลิงก์ อย่าปั่นคอนเทนต์เชิญชวน จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด” นางสาวพลอยทะเลย้ำ

ด้าน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ผลการปราบปรามบัญชีม้าและอาชญากรรมออนไลน์นับตั้งแต่สมัย "รัฐบาลอนุทิน 1" จนถึงปัจจุบัน สะท้อนความจริงจังของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ที่ให้ทุกหน่วยงานบูรณาการทำงานต่อเนื่อง  เพื่อหยุดวงจรหลอกลวงประชาชนผ่านระบบการเงินและเทคโนโลยี

จากข้อมูลผลปฏิบัติงานของศูนย์ต่อต้านฉ้อโกงออนไลน์ (Anti Cyber Scam Center) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระหว่างเดือน ต.ค. 2568 - พ.ค. 2569 พบว่าการตรวจจับบัญชีม้าเชิงรุกผ่านฐานข้อมูล CFR หรือ Central Fraud Registry ซึ่งเป็นฐานข้อมูลกลางที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสถาบันการเงินใช้แลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน มีบัญชีม้าประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา 189,887 บัญชี บัญชีนิติบุคคล 10,672 บัญชี และมีธุรกรรมเกี่ยวข้อง 1,140,731 รายการ

ทั้งนี้ ตัวเลขสำคัญคือบัญชีม้าประเภทบัญชีบุคคลธรรมดาลดลง 76.9% บัญชีนิติบุคคลลดลง 88.4% และจำนวนธุรกรรมลดลง 66.1% แสดงให้เห็นว่าการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างตำรวจ หน่วยงานด้านความมั่นคง สถาบันการเงิน หน่วยงานกำกับดูแล และหน่วยงานดิจิทัล เริ่มตัดเส้นทางเงินของขบวนการมิจฉาชีพได้จริง

โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า ความคืบหน้านี้สอดรับกับการประชุมคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุมได้หารืออย่างรอบด้านทั้งด้านความมั่นคง  การบังคับใช้กฎหมาย การเงิน การฟอกเงิน และภัยไซเบอร์

โดยที่ผ่านมา จำนวนคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีลดลงจาก 34,478 คดี เหลือ 16,920 คดี หรือลดลง 50.9% ขณะที่มูลค่าความเสียหายลดจาก 2,224 ล้านบาท เหลือ 513 ล้านบาท หรือลดลง 63.2% พร้อมจับกุมผู้ต้องหาขบวนการสแกมเมอร์ได้ 1,494 คดี ยึดเงินสดกว่า 57 ล้านบาท และช่วยเหลือเหยื่อได้ 808 ราย

น.ส.รัชดากล่าวว่า นายกรัฐมนตรีกำชับให้การปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ทุกประเภทและบัญชีม้าต้องเดินหน้าต่อเนื่อง ไม่ผ่อนแรง และต้องเร่งดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกระดับ ตั้งแต่ผู้เปิดบัญชี ผู้จัดหาบัญชีม้า เครือข่ายรับจ้าง ไปจนถึงผู้บงการที่อยู่เบื้องหลัง เพราะความเสียหายไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวเงิน แต่กระทบความปลอดภัยในชีวิตประชาชนและความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม จะต้องใช้ทั้งข้อมูล การบังคับใช้กฎหมาย และการบูรณาการของทุกหน่วยงานตัดวงจรอาชญากรรมออนไลน์ให้ถึงต้นตอ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เตือนรับหิ้วของฝากระวังเป็นเหยื่อขบวนการลักลอบขนกัญชา

รัฐบาลเตือนนักเดินทาง รับหิ้ว1ฝากของจากผู้อื่น อาจตกเป็นเหยื่อขบวนการลักลอบขนกัญชาข้ามชาติ มีความผิดตามกฎหมายไทย-นานาชาติ โทษจำคุกสูงสุด 10 ปี 

คุก27‘พ่อ-แม่ทิพย์’

ศาลไม่ให้ประกันพ่อทิพย์-แม่ทิพย์ 27 คนนอนคุกจริงไม่ใช่คุกทิพย์ ชี้พฤติการณ์เป็นภัยต่อความมั่นคง ส่วนมหาดไทยสั่งล้อมคอก ให้สำนักทะเบียนทั่วประเทศปรับปรุงมาตรการรับรองบุตร กรณีที่บิดาหรือมารดาเป็นชาวต่างชาติต้องมาแสดงตนต่อเจ้าพนักงานทะเบียน

ไหนบอกว่าพร้อม ‘ภาวุธ’แจงไม่ครบ

“ดีเอสไอ" เร่งสอบปากคำขยายผลคดีเทรด Forex จ่อออกหมายเรียกผู้ต้องหากลุ่มแรกเร็วๆ นี้ ความผิด พ.ร.บ.คอมพ์ พบเป็นบุคคลที่อยู่ในแผนผังสืบสวนของดีเอสไอ

‘ฟีฟ่า’เพิ่มทีมบอลโลก2026 เปิดโอกาส‘นอร์เวย์’ได้โลดแล่น

การเพิ่มทีมที่ลงสนามฟาดแข้งในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ไม่ใช่การให้โอกาสทีมที่ศักยภาพยังไม่ถึง ทว่าคือการเพิ่มพื้นที่ให้ทีมคุณภาพสูงที่ถูกตัดออกตั้งแต่รอบคัดเลือก

ระเบิดในเขมร ‘ทัพภาค2’เผย ห่างไทย15กม.

ทภ.2 แจงเสียงคล้ายระเบิดดังจากฝั่งกัมพูชา ห่างชายแดน 10-15 กม. ยืนยันไทยไร้ความเสียหาย ขณะที่ กมธ.ความมั่นคงฯ ยกชุดลุยชายแดนช่องสายตะกู "มณเฑียร-รังษี" สั่งเช็กความพร้อมรบ สแตนด์บายโรงพยาบาลรับคนเจ็บ ย้ำแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง เซฟชีวิตชาวบ้าน-หนุนกำลังส่วนหน้าเต็มพิกัด

พรรคส้มปั่น10ลล.! รวมตัวเลข‘ผูกพัน-นอกงบประมาณ’ตั้งธงคอร์รัปชัน

พรรคประชาชนเล่นใหญ่ จัดกิจกรรม ‘Hack งบ 70’ "ไอซ์" ชวนประชาชนจับตางบประมาณผูกพันและเงินนอกงบประมาณ 10 ล้านล้าน นายกฯ เข้าทำเนียบฯ วันหยุด เรียกประชุมติดตามความคืบหน้าการสอบสวนลงโทษทุจริตสอบท้องถิ่น ขณะที่ "ศุภจี" บินสหรัฐ 15-17 ก.ค.นี้คุยภาษีทรัมป์