จี้รัฐสภาตัดสัมพันธ์กัมพูชา

สว.เรียกร้อง "รัฐสภาไทย" ตัดสัมพันธ์กัมพูชา ยกเลิกกลุ่มมิตรภาพไทย-กัมพูชา งดให้การช่วยเหลือทุกด้าน ทั้งการศึกษา-สาธารณสุข จนกว่าสถานการณ์ 2 ประเทศจะกลับสู่ภาวะปกติ เหตุเขมรไม่เคยจริงใจ-ไม่สำนึกผิด ซ้ำร้ายชายแดนยังตึงเครียดอีก "กองทัพไทย" มั่นใจหากจำเป็นต้องเกิดการปะทะ รอบนี้ไทยพร้อมทุกด้านกว่าที่ผ่านมา แต่การใช้กำลังทหารจะเป็นหนทางสุดท้าย

ที่รัฐสภา วันที่ 8 มิถุนายน นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) พร้อมด้วยเพื่อน สว.จำนวนหนึ่ง แถลงเรียกร้องให้ประธานรัฐสภาตัดความสัมพันธ์กับกัมพูชาระดับรัฐสภา โดยการยกเลิกกลุ่มมิตรภาพไทย-กัมพูชา รัฐสภา เนื่องจากภัยการสู้รบตามแนวชายแดนว่า ตนได้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ประธานรัฐสภาตัดความสัมพันธ์กับกัมพูชาระดับรัฐสภา โดยการยกเลิกกลุ่มมิตรภาพไทย-กัมพูชา รัฐสภา เนื่องจากภัยการสู้รบตามแนวชายแดน ชะลอ ปรับลด หรืองดงบประมาณช่วยเหลือด้านการศึกษาแก่กัมพูชาระยะเร่งด่วน ได้แก่ 1.ตัดงบประมาณค่าใช้จ่ายรายหัวและค่าใช้จ่ายการดำเนินงานตามโครงการเรียนฟรี 15 ปีสำหรับเด็กกัมพูชาที่เข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย 2.ยกเลิกโครงการโรงเรียนชายแดนสำหรับนักเรียนไป-กลับ จำนวน 541 คน เฉพาะเด็กกัมพูชา ซึ่งขณะนี้นักเรียนดังกล่าวไม่ได้เดินข้ามมาเรียนในโรงเรียนประเทศไทยอีกแล้วเพราะปิดด่านชายแดน

3.ชะลอความช่วยเหลือด้านการศึกษาอื่นๆ เว้นแต่ที่ดำเนินการอยู่แล้วให้ทำต่อไป ไม่ส่งนักเรียนทุนกลับ แต่ให้เรียนจนจบตามหลักมนุษยธรรม แต่งดการสนับสนุนโครงการอื่น อาทิ โครงการหลักภายใต้ความร่วมมือตามกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ TICA (Thailand International Cooperation Agency) 4.งดกิจกรรม Thailand Education and Job Fair 5.ยกเลิกโครงการทุนการศึกษา Thailand Scholarship 2025 (CLMV) ซึ่งกระทรวงการอุดมศึกษาฯ จัดให้นักเรียนจากกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม เพื่อเรียนระดับปริญญาโทและเอกรวม 121 ทุน โดยปรับลดเฉพาะกัมพูชา แล้วนำไปเพิ่มให้ประเทศอื่นที่เป็นพันธมิตรกับประเทศไทย 6.ยกเลิกโครงการทุนแลกเปลี่ยนนักศึกษา Exchange Program โดยกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ปรับลดเฉพาะประเทศกัมพูชา และนำโควตาไปมอบให้ประเทศที่เป็นพันธมิตรกับไทย 7.ยกเลิกโครงการให้ทุนการศึกษาของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยภาครัฐ และ 8.รณรงค์ขอความร่วมมือ ให้หน่วยงานที่สนับสนุนทุนการศึกษาแก่กัมพูชาทั้งภาคเอกชน ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม ชะลอการให้ทุนการศึกษาไว้ก่อนจนกว่าความสัมพันธ์กับประเทศไทยจะดีขึ้น 

นอกจากนี้ ขอให้ชะลอ ลด หรืองดความช่วยเหลือด้านอื่นๆ ผ่าน TICA ในเกือบทุกด้าน อาทิ การศึกษา การสาธารณสุข เทคนิคและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมนุษยธรรมและผู้ลี้ภัย และความร่วมมือด้านการค้าชายแดน (ยกเว้นเรื่องที่ควรดำเนินการเพื่อมนุษยธรรม หรือตามหลักสิทธิมนุษยธรรม) ควรชะลอ ลด หรืองดความช่วยเหลือไปก่อนจนกว่าจะเข้าสู่สถานการณ์ปกติ

 เมื่อถามว่า ข้อเรียกร้องดังกล่าวจะสวนทางกับความพยายามของรัฐบาลที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์กับกัมพูชาหรือไม่ นายปริญญากล่าวว่า ประเด็นนี้มีคนพูดกับตนก่อนจะมาแถลงข่าว แต่วันนี้ในพื้นที่ชายแดนสุรินทร์ก็เริ่มมีปัญหามากยิ่งขึ้น แล้วเราต้องอดทนต่อไปหรือไม่ เวลาที่เราพยายามทำดี พยายามอดทน แต่ประชาชนต้องสูญเสียไปตั้งเท่าไหร่ จากการที่เพื่อนบ้านข้ามรั้วมายิง มาฆ่า วันนี้เราเดือดร้อนแล้วยังบอกว่าจะขอความช่วยเหลืออยู่อีกหรือ แล้วเราควรต้องให้อีกหรือ

"ที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยเห็นการรับผิดอย่างเต็มตัว หรือการแสดงความรับผิดชอบของทางกัมพูชาอย่างจริงใจเลย มีแต่การท้าทายอย่างต่อเนื่อง แล้วทำไมเราต้องคอยดูแลช่วยเหลือต่อไป จริงๆ เราควรเรียกร้องไปถึงนานาชาติหรือประเทศในกลุ่มอาเซียน ให้ช่วยกันบอยคอตประเทศกัมพูชา  ให้เขามีจิตสำนึกกว่านี้ด้วยซ้ำไป" นายปริญญากล่าว

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์ไทย-กัมพูชา โดยชี้แจง 3 ประเด็นหลัก คือ ประเด็นแรก คาดว่าในวันศุกร์นี้ (12 มิ.ย. 69) จะมีการหารือเป็นการภายในระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อประสานด้านนโยบายและการปฏิบัติให้สอดคล้องและเป็นเอกภาพตามนโยบายของรัฐบาล เช่น การยังคงปิดด่านผ่านแดน หรือการไม่เปิดให้มีการเจรจาใดๆ ระหว่างกันในขณะนี้  เนื่องจากฝ่ายกัมพูชาเลือกใช้กระบวนการประนอมภาคบังคับ ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) แทนที่จะเปิดโอกาสให้มีการเจรจาระหว่างกัน   

2.ประเทศไทยยังคงยึดมั่นการปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมฯ ปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมทั้งหลักมนุษยธรรมสากล การดำเนินการต่างๆ จึงต้องมีขั้นตอนและต้องสื่อสารด้วยภาษากฎหมายสากล ไทยไม่ใช่ฝ่ายที่รุกรานกัมพูชาก่อน ไทยไม่รังแกประเทศที่เล็กกว่า รวมทั้งไม่มีการยั่วยุที่เกิดจากฝ่ายไทยแน่นอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (พล.ท.อดุลย์) ยังได้ย้ำว่า ในหน่วยพื้นที่มีกฎการปะทะจากเบาไปหาหนัก ยืนยันว่ากองทัพไทยพร้อมปฏิบัติการหากมีอะไรเกิดขึ้นและจำเป็นจริงๆ ที่จะต้องตอบโต้ตามกฎการป้องกันตนเอง ย้ำว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อเลือกทางที่ดีที่สุดให้แก่ประเทศชาติและประชาชนไทย

3.ข่าวสารที่ปรากฏในหลายสื่อขณะนี้ โดยเฉพาะใน Social Media ซึ่งบางเรื่องอาจไม่ใช่ข้อเท็จจริงและสร้างความเข้าใจผิด เช่น กรณีมีข่าวว่าฝ่ายกัมพูชาเสริมกำลังรถถังจำนวนมากในพื้นที่ชายแดนขณะนี้ หรือกรณีข่าวว่ามีบันไดทางขึ้นจากฝ่ายกัมพูชามายังเขตอธิปไตยไทย ก็ได้ดำเนินการจัดการแล้ว จึงขอความร่วมมือว่าหากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถสอบถามมายังหน่วยงานความมั่นคงได้ทันทีเพื่อรับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง

"ให้ประชาชนมั่นใจว่า หากมีเหตุการณ์และความจำเป็นต้องปกป้องประเทศชาติ มั่นใจว่าขณะนี้ประเทศไทยมีความพร้อมมากกว่าการปะทะในครั้งที่ผ่านๆ มา ทั้งในด้านกำลังพล ด้านความได้เปรียบจากภูมิประเทศในการวางกำลังขณะนี้ ซึ่งอยู่ในจุดที่สูงกว่าฝ่ายกัมพูชา หรือจุดสูงข่มเกือบทุกจุด  อาจจะมีบางจุดที่ต้องดำเนินการเพิ่มเติม เช่น เนิน 745 หรือเขาสัตตะโสม เป็นต้น แต่ย้ำว่าการใช้กำลังจะเป็นทางเลือกสุดท้าย เนื่องจากจะนำมาซึ่งความสูญเสียอย่างมหาศาล" พล.อ.อ.ประภาสกล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Did you know! เปิดฉาก “เวิลด์คัพ 2026”

ฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และแคนาดา จะร่วมกันเป็นเจ้าภาพ กำลังจะรูดม่านเปิดฉากขึ้นแล้วในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ โดยล่าสุดจนถึงตอนนี้ยังไม่มีผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดภายในประเทศไทย

ปชน.ตามขยี้อุ้มศักดิ์สยาม

“ปชน.” กางรายละเอียด 4 ข้อสงสัย ป.ป.ช.อุ้ม “ศักดิ์สยาม” ซัดดำเนินการบกพร่อง-ใช้ดุลพินิจผิดพลาด-ปกปิดข้อมูล-ละเว้นตรวจสอบ วัดใจประธานรัฐสภาจะใช้เวลาพิจารณานานเท่าไหร่ ดักทางอย่าปัดตกคำร้อง

รุมจวกระบอบอากง ปชน.ตามขยี้อุ้มศักดิ์สยาม ‘ส้ม-ฟ้า’ ชี้หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก / โค้งแรกชัชชาตินำ โด่ง

"นิด้าโพล" เผยโค้งแรกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. "ชัชชาติ" ยังนำโด่ง ร้อยละ 67.30 ด้าน "ชัชชาติ" โต้ปมผอ.คุกคามทางเพศเป็นเรื่องพฤติกรรมบุคคลไม่เกี่ยวระบบกทม. ท้า "จิรายุ" เปิดหลักฐานชัดเจน ยัน