ไม่กังวลเขมรได้รถถังจีน ขอคนไทยมั่นใจกองทัพ

"อนุทิน" แจงจีนส่งรถถังให้กัมพูชาไม่เกี่ยวกับไทย ยันไม่กังวลกองทัพไทยพร้อม ขณะที่ "บิ๊กดุลย์" เผยจีนส่งรถถัง T-59D ให้เขมรเป็นดีลเก่า ใช้ซ้อมรบ  ยันการข่าวยังไม่พบนำมาชายแดน เตือน “ฮุน เซน” จะใช้กำลังต้องคิดให้ดี ขอคนไทยเชื่อมั่นกองทัพพร้อมตลอดเวลา

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีทางการจีนเตรียมส่งมอบรถถัง T-59D ให้กัมพูชา 93 คัน มีข้อกังวลในเรื่องนี้หรือไม่ว่าไม่เกี่ยวอะไรกับประเทศไทย

เมื่อถามย้ำว่า มีข้อกังวลในเรื่องนี้หรือไม่ นายกฯ ส่ายหน้าพร้อมกล่าวว่า "ไม่กังวล"

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า เพราะว่ามีการส่งมอบรถถังให้มากถึง 93 คัน นายอนุทินตอบว่า กองทัพไทยก็พร้อม

ด้าน พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เผยว่า จีนและกัมพูชามีการฝึกร่วมกันมานานตั้งแต่ปี 2016 ซึ่งเป็นรถถังเก่าที่จีนได้รีโนเวตขึ้นมาใหม่ และไทยก็รับทราบมาว่าทางกัมพูชามียุทโธปกรณ์ใหม่ ซึ่งนำมาใช้ในการป้องกันประเทศ

ถามว่า การส่งมอบรถถังในครั้งนี้จะมีผลต่อการป้องกันชายแดนไทยหรือไม่ รมว.กลาโหมตอบว่า คงต้องดูว่ากัมพูชานำมาไว้ที่ไหน ตอนนี้ทางการข่าวรับทราบว่ามีการนำเข้ามาที่ท่าเรือของกัมพูชาแล้ว แต่ยังไม่ได้นำมาที่ชายแดน และขณะนี้เรามี Joint Statement ในเรื่องของการนำยุทโธปกรณ์และกำลังพลเข้ามาพื้นที่ชายแดน

ซักว่า การส่งมอบครั้งนี้ถือเป็นดีลเก่าระหว่างจีนกับกัมพูชาใช่หรือไม่ พล.ท.อดุลย์ระบุว่า เป็นดีลเดิมแต่เราไม่ได้ประมาท เรารู้ว่าเป็นดีลเดิมในการฝึกร่วมกัน ที่มีการรับปากกันว่าจะมีการนำยุทโธปกรณ์บางส่วน ซึ่งก็คือรถถัง T-59D

ส่วนไทยจะมีการโต้แย้งหรือหารือจีนในประเด็นนี้หรือไม่ เพราะตามสัญญาจะมีการส่งมอบรถถังถึง 93 คันนั้น  รมว.กลาโหมกล่าวว่า ต้องดูว่ากัมพูชานำมาแล้วเอามาไว้ในพื้นที่ชายแดนหรือไม่ และทางจีนก็ยังบอกว่าจะมีการส่งมอบเรือให้กัมพูชาด้วย แต่ตอนนี้ยังไม่ได้มา

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการเดินทางไปหารือกับจีนในประเด็นนี้หรือไม่ พล.ท.อดุลย์เผยว่า หลังจากนี้น่าจะได้เดินทางไปพบในโอกาสที่รับหน้าที่ใหม่ ซึ่งจะต้องพบทุกประเทศที่เป็นพันธมิตรกับไทย สืบเนื่องจากนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปฝรั่งเศสมา เวียดนาม รวมถึงรัสเซียที่จะเดินทางไปอีกรอบหนึ่ง

เมื่อถามว่า มีการประเมินหรือไม่ว่าทำไมกัมพูชาถึงมีอาวุธเข้ามาตอนนี้ รมว.กลาโหมมองว่า ตอนที่มีการสู้รบกัน หากเราสังเกตดูหลังจากสู้รบกับไทยจบ เรื่องการได้เปรียบเสียเปรียบในพื้นที่ เราทราบกันอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่กัมพูชาพยายามจะสร้างกระแสความรักชาติ ให้เกิดขึ้นในประเทศหรือการหาเสียงของเขาภายในประเทศ เราห้ามเขาพูดเขาทำอะไรไม่ได้ แต่ถ้ามีผลคุกคามกับไทยในทางนโยบาย ซึ่งเราจะสังเกตว่านายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ ได้เดินสายในลักษณะการทูตเชิงรุกกับทุกประเทศ ตั้งแต่ฝรั่งเศส เวียดนาม และขณะนี้กำลังเดินทางไปญี่ปุ่น

เตือน 'ฮุน เซน' คิดดีๆ

"มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น และไม่เคยเกิดแบบนี้มาก่อน เป็นงานการทูตเชิงรุกที่ทำควบคู่กับงานด้านความมั่นคง จึงขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า ผมก็มีหน้าที่ของเรื่องนโยบาย และในเรื่องของความพร้อม ขอให้เชื่อว่ากองทัพ กองกำลัง และหน่วยในพื้นที่มีความพร้อม"

เขาบอกว่าการยั่วยุมันมีอยู่แล้ว กัมพูชาต้องการให้เราทำตามในสิ่งที่ต้องการ แต่เราก็ต้องทำตามเจตนารมณ์ เดิมในการพูดคุยตาม Joint Statement ต้องยืนยันตามนี้ กัมพูชาอยากให้มีการพูดคุยในวง JBC และ GBC แต่หากกัมพูชาไม่ทำตาม Joint Statement เรายืนยันว่าขอให้มั่นใจในศักยภาพกองทัพ ในตัวรัฐบาลและทุกหน่วย

เมื่อถามว่า มีการนำประเด็นดังกล่าวไปเชื่อมโยงกับสิ่งที่สมเด็จฮุน เซน ประกาศทวงคืนดินแดนจากฝ่ายไทย รมว.กลาโหมตอบว่า ไม่แน่ใจว่าสมเด็จฮุน เซน พูดจริงหรือไม่จริงในเรื่องการทวงพื้นที่ ทั้งด้านการทูตและการใช้กำลัง แต่ถ้าใช้กำลังหากมีการคิดในเชิงนี้ เมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรีก็บอกแล้วว่าให้ท่านคิดดีๆ

ซักว่า จะให้ความมั่นใจกับชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนอย่างไร พล.ท.อดุลย์กล่าวย้ำว่า ตนก็บอกแล้วว่าถ้าท่านจะใช้กำลัง ก็ให้ท่านคิดดีๆ

ด้านพลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการ "เรือฟริเกต" ในการพิจารณาคัดเลือกบริษัทเอกชนว่า "ไม่เกินเดือนนี้"

เมื่อถามถึงกรณีโครงการเรือฟริเกต ลำที่ 2 หลังมีรายงานว่าต้องเลื่อนออกไปเป็นปีงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2571 นั้น จะกระทบต่อแผนกองทัพเรือหรือไม่ ผบ.ทร.ชี้แจงว่า อันนี้ “on the track” (อยู่ในขั้นตอน)

ไม่เคยบอกว่าจะเปิดด่าน

ถามถึงกรณีประเทศจีนส่งมอบรถถัง T-59D ให้แก่กัมพูชาจะกระทบกับไทยหรือไม่ เพราะอาจนำมาจอดไว้บริเวณชายแดนจังหวัดจันทบุรีและตราด ผบ.ทร.กล่าวว่า  ก็เตรียมพร้อม พร้อมย้ำว่ายังคงดูแลชายแดนเข้มข้น อย่าไปบอกว่าเปิดด่าน ไม่เคยบอกตรงไหนเลยว่าจะเปิดด่าน

ส่วนนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาเขตแดนทางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 หรือ UNCLOS ภายหลังกัมพูชาเดินหน้าใช้กฎหมายประนีประนอมภาคบังคับว่า เรื่องนี้อยู่ในการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศ โดยจะมีกลไกในการพิจารณาเตรียมการเรื่องรายละเอียด

เมื่อถามถึงความเคลื่อนไหวตามแนวชายแดนภายหลังกัมพูชาได้รับมอบรถถังจากจีน และเคลื่อนย้ายไปยังบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา นายฉัตรชัยกล่าวว่า ถือเป็นเรื่องที่เราต้องติดตาม ซึ่งสถานการณ์ในพื้นที่ยังคงเปราะบาง แต่เรายังยึดมั่นตามข้อตกลงหยุดยิงที่ได้ดำเนินการไว้ ตนเชื่อว่าอยู่ในสภาวะที่สามารถควบคุมได้ ในระดับพื้นที่หรือระดับท้องถิ่นยังพอที่จะพูดคุยกันได้ แม้จะมีการกระทบกระทั่งกันบ้างแต่สามารถพูดคุยกันได้ ซึ่งพอให้เดินหน้าไปได้

ถามถึงท่าทีของสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่ออกมาระบุว่าจะใช้กลไกการเจรจาและกำลังทหารในการทวงคืนดินแดนจากไทย เลขาธิการ สมช. กล่าวว่า เข้าใจว่าท่านต้องพูดในบริบทเช่นนั้น แต่ในฝ่ายไทยคงมีแนวทางที่เหมาะสม ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ไว้ ตนยังไม่อาจจะประเมินได้ว่าสมเด็จฮุน เซน จะใช้แนวทางเช่นนั้นจริงๆ แต่ยืนยันว่าเราพร้อมในส่วนของเรา อย่างไรก็ตามจะต้องประเมินและติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

ซักว่า ท่าทีของสมเด็จฮุน เซน ประเมินยากหรือไม่ นายฉัตรชัยกล่าวว่า ต้องติดตามว่าเป็นอย่างไร ส่วนจะยากหรือไม่นั้นต้องไปพิจารณาดูอีกที ย้ำว่าข้อตกลงหยุดยิงยังเป็นกรอบที่สองประเทศจะต้องดำเนินการ แม้แต่นายกฯ กัมพูชาก็ระบุจะยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มรดกโลก‘พระธาตุนครฯ’

คนไทยเฮ ยูเนสโกมีมติขึ้นทะเบียน "พระมหาธาตุเมืองนครฯ" มรดกโลกแห่งที่ 9 ของไทย เป็นแห่งแรกของภาคใต้ เป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของนครศรีธรรมราช

สส.สีนํ้าเงินแฉ ‘เครือข่ายสีส้ม’ ฮั้วสว.ไม่สำเร็จ

"ชวน" เปิดการอบรม DIP รุ่นที่ 16 ปชป. พาเยาวชนร่วมขับเคลื่อนแก้ปัญหาสังคมอย่างสร้างสรรค์ ย้ำปัญหาการเมืองเกิดจากตัวบุคคล-กฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์

ซูฮก ‘การทูตดนตรี’ ‘จื้ออู่ ’ออกโรงยัน‘อนุทิน’ร้อง‘เถียนมี่มี่’ชนะใจคนจีน

ทูตจีนยืนยัน "อนุทิน" ไปเยือนจีนประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง หล่อหลอมเป็นความสัมพันธ์แบบ "จีนไทยพี่น้องกัน" เผย "เถียนมี่มี่" เป็นการทูตดนตรี ผู้นำไทยสามารถชนะใจผู้คนได้ ขณะที่นายกฯ

7 ปีบนเก้าอี้ ผบ.ตร. ‘บิ๊กราญ’ โอกาสทอง การปฏิรูปตำรวจ

เป็นไปตามโผ สำหรับการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เพื่อคัดเลือกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนที่ 16 โดยที่ประชุมเห็นชอบให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.คนต่อไป