
นิด้าโพลเปิดผลสำรวจบัตรคนจน ชี้ 62.52% ระบุต้องเป็นคนจนจริงที่ควรจะได้รับสิทธิ์ และไม่เห็นด้วย 50.69% นำพ่อแม่ คู่สมรส หรือบุตร ถูกนำชื่อมาลดหย่อนภาษี “อนุทิน” ผุด “บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์” ปั้นชิปเมดอินไทยแลนด์ พร้อมหนุน ศก.ดันไทยสู่ศูนย์กลางศิลปะและวัฒนธรรมของภูมิภาค
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มิ.ย.2569 ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลการสำรวจเรื่อง “จนจริงเปล่า?” จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มีรายได้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือน รวมถึงผู้ที่ไม่มีรายได้ กระจายทุกภูมิภาค 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ที่ประชาชนจะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในปี 2569
จากการสำรวจเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนที่มีรายได้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือน เกี่ยวกับเกณฑ์ใหม่ในการได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ในปี 2569 ที่น่าสนใจพบว่า 1.ต้องไม่เป็นเจ้าของห้องชุดรวมกันทุกแห่งเกิน 35 ตารางเมตร ตัวอย่าง 44.81% ระบุว่าเห็นด้วยมาก, 25.57% ไม่เห็นด้วยเลย, 18.17% ค่อนข้างเห็นด้วย, 10.69% ไม่ค่อยเห็นด้วย และ 0.76% ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
2.ต้องไม่เป็นผู้มีเงินฝากและสลากออมทรัพย์รวมกันเกิน 100,000 บาท 43.66% เห็นด้วยมาก, 26.49% ไม่เห็นด้วยเลย, 18.02% ค่อนข้างเห็นด้วย, 11.53% ไม่ค่อยเห็นด้วย และ 0.30% ไม่ตอบ/ไม่ทราบ 3.ต้องไม่เป็นเจ้าของบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว รวมพื้นที่กันทุกแห่งเกิน 25 ตารางวา 41.99% เห็นด้วยมาก, 28.02% ไม่เห็นด้วยเลย, 16.41% ค่อนข้างเห็นด้วย, 13.05% ไม่ค่อยเห็นด้วย และ 0.53% ไม่ตอบ/ไม่ทราบ 4.ต้องไม่เป็นผู้มีรายได้หรือมีการจ่ายเกิน 100,000 บาทต่อปี 37.40% เห็นด้วยมาก, 32.37% ไม่เห็นด้วยเลย, 15.11% ไม่ค่อยเห็นด้วย, 14.89% ค่อนข้างเห็นด้วย และ 0.23% ไม่ตอบ/ไม่ทราบ และ 5.ต้องไม่เป็นบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร ที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ 50.69% ไม่เห็นด้วยเลย, 19.30% เห็นด้วยมาก, 16.34% ไม่ค่อยเห็นด้วย, 11.91% ค่อนข้างเห็นด้วย และ 1.76% ระบุว่าไม่ตอบ/ไม่ทราบ
ท้ายที่สุดเมื่อถามการประเมินตนเองของประชาชนที่มีรายได้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือน ในการได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พบว่า 62.52% ระบุว่าเป็นคนจนจริงๆ ที่ควรได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, 19.39% ไม่เป็นคนจน และก็ไม่อยากได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, 12.60% ไม่เป็นคนจน แต่ก็อยากได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และ 5.49% ระบุว่าเป็นคนจนจริงๆ แต่ไม่อยากได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 192/2569 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนตักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูงแห่งชาติ โดยนายกฯ เป็นประธาน เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโต แข่งขันได้อย่างยั่งยืน เสริมศักยภาพ การเติบโตของประเทศให้พ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ด้วยการสร้างความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเดิมควบคู่กับการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญใหม่ เช่น ดิจิทัล AI หุ่นยนต์ (Robotic) เซมิคอนดักเตอร์ อาหารแปรรูปมูลค่าสูง พลังงานสะอาด เทคโนโลยีชีวภาพ ยานยนต์สมัยใหม่การแพทย์และสุขภาพ ซึ่งอุตสาหกรรมแห่งอนาคตจำนวนมากต้องใช้เซมิคอนดักเตอร์เป็นอุปกรณ์และส่วนประกอบที่สำคัญ ซึ่งจำเป็นต้องมีการดึงดูดการลงทุนและวางยุทธศาสตร์การผลักดันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศอย่างต่อเนื่องและจริงจัง
ก่อนหน้านี้ ไทยได้มีการจัดทำยุทธศาสตร์เป้าหมายที่จะมุ่งสู่การเป็นฮับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของอาเซียน และผลักดันผลิตภัณฑ์ชิปเมดอินไทยแลนด์ให้เกิดจริงภายในปี ค.ศ.2050 หรือปี พ.ศ.2593 โดยเน้นยุทธศาสตร์การดึงดูดการลงทุนมูลค่า 2.5 ล้านล้านบาท และพัฒนาบุคลากรทักษะสูงกว่า 230,000 คน เผื่อผลักดันเป้าหมายดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริง นายกฯ จึงได้มีคำสั่งให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูงแห่งชาติขึ้น
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายอนุทินสนับสนุนเต็มที่ต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อให้เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ โดยเห็นด้วยในหลักการกับข้อเสนอของภาคเอกชนในการพัฒนา New National Art and Culture Platform เพื่อยกระดับทุนทางวัฒนธรรมของไทยให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยประเด็นดังกล่าวนายกฯ รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจและคณะผู้บริหารหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้หารือเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.2569 โดยภาคเอกชนเสนอให้จัดตั้งแพลตฟอร์มศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติในฐานะโครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรมยุคใหม่ ทำหน้าที่เป็นทั้งศูนย์การเรียนรู้ พื้นที่พัฒนาทักษะ เวทีแสดงศักยภาพของศิลปินไทย และศูนย์กลางเชื่อมโยงศิลปะ วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสร้างสรรค์เข้าด้วยกัน และยังเป็นฐานเศรษฐกิจใหม่ที่สามารถสร้างรายได้ การจ้างงาน และโอกาสทางธุรกิจได้ในระยะยาวอีกด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อดีตเด็กลุงป้อม รอดปมดิไอคอน ซัดดีเอสไอแกล้ง
ศาลอาญายกฟ้อง “อดีตเด็กลุงป้อม" กับเเม่-บอสพอล คดีฟอกเงินดิไอคอน ชี้หลักฐานโจทก์ไม่พอรับฟังเอาผิดได้ “สามารถ”
นายกฯโชว์สปีช ที่ประชุม‘ยูเอ็น’ ก่อนไป‘อังกฤษ’
นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงประชุมยูเอ็น ย้ำจุดยืน “ปฏิรูปสหประชาชาติ” เพิ่มเสียงที่เท่าเทียมของนานาชาติ
ศาลปกครองยกฟ้องคดี ‘สรณ’ดิ้นต่อจ่ออุทธรณ์
ศาลปกครองกลางยกฟ้องคดี “นพ.สรณ” ฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช.
ขู่กกต.ซํ้ารอยยุควาสนา
“เท้ง” ยื่น ป.ป.ช.ไต่สวนคดีฮั้ว สว. “ไอติม” แฉมีช้าง 3 ตัว "สนธิ-คปท." จี้ กกต.ทบทวนมติ ขู่เชือด ม.157
เฝ้าระวัง24ชั่วโมง! ‘อนุทิน’เกาะติดฝนถล่ม ขันนอตรมต.บูรณาการ
“กรมอุตุฯ” เตือนทั่ว ปท.รับมือฝนตกหนักถึง 27 ก.ย. “ปภ.” เผย 12 จังหวัดภาคเหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก
นายกฯจ่อสปีชเวทียูเอ็น ปลุกโลกยึดมั่นในกติกา
นายกฯ จับมือ Google พัฒนามาตรฐานดาต้าเซ็นเตอร์เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม

