“นายกฯ” แถลงผลสอบทุจริตสอบท้องถิ่น พบหลักฐานผิดแก้คะแนนกระดาษคำตอบ จากได้ 45 คะแนน ประกาศผลได้ 77 คะแนน สั่งสอบวินัยร้ายแรง 5 ขรก.สถ.เอี่ยวชัด “อนุทิน” แฉพวกโกงสอบย่ามใจใช้ช่วงรอยต่อ "หนู 1” จัดสอบฉวยทุจริต เชื่อไม่ใหญ่ทําไม่ได้ เสียใจด้วยถ้าผิดทุกอย่างต้องเป็นโมฆะหมด ลั่นท้าทายอำนาจ ปชช.ไม่ได้ “ปลัด มท.” แจงตัวติด “หนู” ทำงานไม่ได้เดินเล่น “เท้ง” เสนอรัฐบาลใช้เวทีสภาสอบหาคนโกงดีกว่าตั้ง คกก.สอบเองฝ่ายเดียว “กมธ.” พร้อมใจลุยสางปมทุจริตสอบ “กมธ.การกระจายอำนาจฯ” จ่อประชุมร่วม “กมธ.ป.ป.ช.” คลี่ปมทุกข้อสงสัยสอบบรรจุท้องถิ่น
ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 2 ก.ค.2569 ภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เดินทางกลับจากฝรั่งเศส ได้เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ทันทีที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยเรียกนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย รายงานความคืบหน้ากรณีการทุจริตสอบท้องถิ่น ซึ่งครบกำหนด 7 วันหลังให้มีการตรวจสอบกรณีดังกล่าว
นายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วงบ่าย (2 ก.ค.) ได้เชิญหลายหน่วยงานมาหารือ โดยมีเรื่องที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยจะมารายงานผลการสอบสวนเรื่องโกงข้อสอบ ซึ่งหากดำเนินการไปถึงใครคนนั้นต้องถูกลงโทษไม่มียกเว้นใครแน่นอน ซึ่ง
ตอนนี้ไม่ต้องถามว่ากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะมีการสอบเส้นเงินกันแล้ว ถ้าไม่เกี่ยวปลัดมหาดไทยจะกล้าย้ายหรือ ฉะนั้นทุกอย่างมีขั้นตอนเดินไป
“มีฝ่ายที่ตรงข้ามผมใส่ความกันใหญ่เลย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รู้ดีหมดทุกอย่าง รู้กระทั่งต้องไปดำเนินการป้องกันสถานที่ เพราะเดี๋ยวที่เก็บข้อสอบก็มีไฟฟ้าลัดวงจรอีก ไม่ต้องห่วง คัดลอกไว้หมดแล้ว ทั้งฮาร์ดดิสก์ ซอฟต์ดิสก์ เอกสารต่างๆ” นายอนุทินกล่าว
ถามว่า มองเป็นขบวนการที่ใหญ่ในการทุจริตหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า แน่นอน ตนถึงบอกว่าไม่ใช่ไม่รู้ถึงสั่งแบบนี้ ก็อย่าเพิ่งรับสิ ต้นไม้พิษ พอคณะกรรมการท้องถิ่นไปประชุมก็แย้งคำสั่งแย้งแนวทางตน มีทั้งหมดกว่า 20 คนมาจากท้องถิ่นโหวตบอกว่าต้องรับ มีแต่กระทรวงมหาดไทยบอกต้องยื่น ซึ่งจริงๆ ทำอย่างนั้นตนก็หลุดแล้ว ก็ไปแก้ไขปัญหากันเองข้างหน้า เพราะตนสั่งแล้ว กันไว้หมดทุกอย่างไม่ให้รับ
“สิ่งที่ทำตรงนี้ตีแผ่ออกมา ผลสอบออกมาคงต้องมีการสังคายนา ถ้าล้างได้เราก็ล้าง แต่นี่เป็นขบวนการใหญ่ ไม่ใช่วันนี้จับได้แล้วจบกันแค่นี้ มันต้องวงใหญ่ ต้องบอกก่อนว่าใครชอบไปพูดมีตั้งแต่สมัยผู้พ่อเป็น มท.1 ยันลูกเป็น มท.1 ยืนยันไม่รู้เรื่องอะไรเลย พ่อผม (นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล) ไม่ได้มีปัญหาเรื่องนายอำเภอ และตัวผมเองที่บอกเข้ามาตั้งหลายปีแล้วไม่รู้เรื่องว่าเขาโกงกัน รู้ไง ผมเป็นคนยกเลิกไม่ให้สอบหลังจากนั้น 2-3 ปี รวมเวลาที่ผมไปพักร้อนก็ประมาณ 3 ปี ไม่มีการสอบอีกเลย จนเขาอ้างว่าเพราะผมอยู่จึงไม่ได้สอบมา 2 ปีกว่าถึงมาสอบ และอย่าลืมว่าคนที่ตั้งเอ็มโอยูให้ 7 หน่วยงานมาร่วมกันป้องกันการทุจริตเมื่อ 2 ปีกว่าที่แล้วก็ผม แล้วจะบอกว่าไม่ดำเนินการได้อย่างไร” นายกฯ กล่าว
ต่อมาเวลา 14.15 น. นายอนุทินพร้อมด้วยปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านพัฒนาชุมชนและการส่งเสริมพัฒนาท้องถิ่น ในฐานะประธานสอบข้อเท็จจริงการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ร่วมกันแถลงผลการหารือเรื่องการทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น
นายอนุทินกล่าวว่า ผลตรวจสอบของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น พบความไม่โปร่งใส ไม่สุจริต มีความพยายามที่จะทําให้เกิดการโกง เพื่อให้คนที่มีความเชื่อมโยงกันได้ผลประโยชน์ ได้รับการคัดเลือกบรรจุเป็นข้าราชการในส่วนท้องถิ่น ซึ่งตนได้สอบถามเหตุใดจึงมีการเร่งสอบในตอนนี้ ทั้งที่ตนได้สั่งยกเลิกไปแล้วเลยทําให้ไม่ได้มีการสอบมา 3 ปีแล้ว และในช่วงปลายปี 2568 พวกที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคงคิดว่าจะมีแค่รัฐบาลหนู 1 ไม่ได้เกรงกลัวอะไร ก็คิดว่าเดี๋ยวคงมีการเปลี่ยนแปลงในกระทรวงมหาดไทย การสอบก็ยังไม่มีใครมารายงานสักคนว่ามันมีเรื่องการสอบพวกนี้
หลักฐานมัดแก้คะแนนสอบ
“เมื่อผมเข้ามาในสมัยที่ 2 แล้ว ก็คงเป็นเรื่องที่ผิดความคาดหมาย เขาเลยไปแก้คําตอบและไฟล์ข้อมูล ผมก็ยังเห็นเลยว่าสุ่มตรวจกระดาษคําตอบ คะแนนได้ 45 คะแนน แต่ว่าผลประกาศออกมาได้ 77 คะแนน ฉะนั้นการสุ่มตรวจที่เขาตรวจไป 80 คน อยู่ในลักษณะเช่นนี้หมด ผมยังบอกเลยว่าอะไรกันคําตอบไม่มีรอยดินสอล้นออกมาในช่องเลย ทําไมเก่งจัง ก็แปลว่าเขาเตรียมการไว้หมด เขาก็ไปทําและอ้างว่าเดี๋ยวเอกสารเยอะ เดี๋ยวจะตรวจสอบไม่ทัน เดี๋ยวจะไปทําโปรแกรมที่เกี่ยวกับเอไอ จึงเป็นที่มาของการไปสร้างกระดาษคําตอบนี้ขึ้นมา โดยอ้างว่าเป็นกระดาษคําตอบที่ล้อมากับคนที่ทำข้อสอบจริง” นายอนุทินกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวะนี้นายกฯ ได้ชูตัวอย่างกระดาษคําตอบ พร้อมพูดว่า อันนี้เป็นกระดาษปลอม ไม่ใช่ของจริง เราไม่จําเป็นต้องถามหรอก กระบวนการนี้มันทุจริตแน่นอน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการสอบ ในการสอบดำเนินการวินัยร้ายแรงกับผู้ที่เข้าข่าย ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยชื่อตอนนี้ได้ เพราะเรายังไม่ได้ดําเนินคดี จะเป็นการกล่าวหาเขา เพราะมีบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีตําแหน่งสูง เราจะไปกล่าวหาลอยๆ ไม่ได้ จะต้องมีข้อมูล จะต้องรอผลสอบของหลายๆ หน่วยงานมายันข้อมูลกัน เพื่อให้รูปคดีมีความกระชับและมีความแน่นหนา โอกาสที่จะดิ้นหลุดก็ไม่มี ซึ่งก็มีทั้งเรื่องการโอนเงิน มีการบรรจุคน มีการแก้คะแนน ดูแต่ละเรื่องที่ทําเป็นอาญาแผ่นดินทั้งนั้น
“อย่างที่บอก พวกชั่ว ขายชาติ อันนี้คือความรู้สึกที่ทุกคนก็คิดแบบนี้เหมือนกัน แต่เราจะบอกว่าคนนี้เป็นคนชั่ว คนนี้เป็นคนขายชาติ คนนี้เป็นคนที่โกงเฉยๆ ไม่ได้ เราต้องไปพูดให้เขารับข้อกล่าวหานี้ด้วยหลักฐาน ในรัฐบาลผมต้องมีหลักฐานที่เป็นที่ประจักษ์ ต้องมัดตัวให้แน่นดิ้นไม่หลุด เราทํางานกันแบบนี้ ที่ผ่านมาก็ยังไม่เห็นใครรอดสักราย” นายกฯ กล่าว
ถามว่า สามารถเปิดเผยชื่อผู้ร่วมกระบวนการได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ปิดชื่อถือพฤติกรรม ไม่ใหญ่ทําไม่ได้หรอก เขาคงต้องเร่งทํา เพราะหลายคนบรรจุไปแล้ว ซึ่งผู้ที่บรรจุไปแล้วก็ต้องขอแสดงความเสียใจด้วย ถ้าหากออกมาแล้วมันผิด ถ้าที่มาผิดทุกอย่างต้องเป็นโมฆะหมด ใครทําอะไรไว้ก็รู้อยู่แก่ใจ คิดว่าไม่น่าจะพ้นไปได้ และหลังจากนี้การสอบสวนก็จะเพิ่มความเข้มข้น เพิ่มน้ำหนัก เพิ่มทีมงาน บูรณาการร่วมกันของทุกหน่วยงานเพื่อเอาผิดกับขบวนการนี้
“ในที่ 1 ก.ค. ผมทราบมาว่าจะมีการบรรจุข้าราชการ แต่เมื่อมีการทุจริตจากการสอบครั้งนี้ก็ไม่ควรบรรจุ เพราะมีการทุจริตในการสอบครั้งนี้ ควรจะชะลอ ยืดเวลา หรือยกเลิก ซึ่งได้สั่งการปลัดมหาดไทยและรับดำเนินการ แต่การจะบรรจุหรือไม่นั้น มีคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ก.ถ.) มาดูว่าควรจะบรรจุหรือไม่ ซึ่งในคณะกรรมการชุดนี้มีบุคคลภายนอกเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย โดยในที่ประชุมกระทรวงมหาดไทยเสนอให้ชะลอ แต่คณะกรรมการส่วนใหญ่ที่มาจากภายนอกไม่เห็นด้วย ลงมติให้มีการบรรจุต่อไป เมื่อมาพบเช่นนี้ความรับผิดชอบอยู่ที่ ก.ถ.นี้ด้วย” นายกฯ กล่าว
ซักว่าในช่วงรัฐบาลหนู 1 ใครเป็นคนย่ามใจ นายอนุทินกล่าวว่า ตอนรัฐบาลหนู 1 มีคนย่ามใจเยอะ ไม่ใช่เรื่องนี้เรื่องเดียว เราเข้าใจว่าตอนนั้นเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย จะไปวันไปพรุ่งก็ไม่รู้ และยุบสภาก่อนวันที่เรากําหนด และเป็นรัฐบาลรักษาการ หลังจากนั้นเราก็เป็นรัฐบาลมีเอกภาพ
ถามถึงกรณีมีกระแสข่าวนายรัชพงศ์ ชูแก้ว เลขานุการ รมว.คมนาคม ยื่นลาออก เนื่องจากมีข่าวเชื่อมโยงกับประเด็นการสอบข้าราชการท้องถิ่นและข้อสงสัยเรื่องความสัมพันธ์กับผู้สอบที่ได้ลำดับต้นๆ นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่รู้เรื่องเลยคือใคร ต้องไปถามนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ตนยังไม่รู้เรื่อง เพิ่งกลับมา
ภายหลังการแถลงข่าว ผู้สื่อข่าวถามนายอนุทินว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นการท้าทายและไม่เกรงกลัวต่ออำนาจนายกฯ และ รมว.มหาดไทยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่เกี่ยว เพราะไม่มีใครที่จะกระทำการทุจริตได้ ยกเว้นคนที่ตั้งใจ ไม่ได้ท้าทายอำนาจนายกฯ แต่เป็นการท้าทายอำนาจประชาชน เพราะคนเหล่านี้ต้องไปเป็นข้าราชการรับใช้พี่น้องประชาชน และต้องเป็นคนทำงานรับใช้ชาติ เข้ามาวันแรกก็โกงแล้ว อย่างนี้อนาคตประเทศจะมีปัญหา
ถามว่า จะมีบุคคลที่ใหญ่กว่าข้าราชการเกี่ยวข้องหรือไม่ และจะสาวถึงหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ต้องห่วง ตอนนี้คนมารุมสืบสวนสอบสวนทุกหน่วยงาน ทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แค่ 3 หน่วยงานนี้ฟังก็เหนื่อยแล้ว และยังมีตำรวจอีก รวมถึงกระทรวงมหาดไทยที่ต้องไปสอบสวนหน่วยงานตัวเอง
มท.พบ 5 ขรก.สถ.เอี่ยวทุจริต
ขณะที่นายอรรษิษฐ์แถลงเปิดใจถึงการทำงานร่วมกับนายอนุทินว่า นายกฯ เป็น รมว.มหาดไทย ที่ต้องบริหารจัดการและดูแลผู้ว่าฯ ทั่วประเทศที่จะนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ คนที่จะเชื่อมต่อนายกฯ กับผู้ว่าฯ คือตน ในฐานะปลัดกระทรวงมหาดไทย ถ้าปลัดมหาดไทยไม่มาหานายกฯ ไม่มารับคำสั่งนายกฯ เพื่อไปถ่ายทอดต่อ ไม่ได้มาทำหนังสือสั่งการตามคำสั่งนายกฯ ก็อาจทำให้เกิดความเสียหายในทางราชการได้ และบอกว่าปลัดมหาดไทยเป็นร่างทรงนายกฯ มันตลกมาก คิดแบบนี้ได้อย่างไร รู้ระบบราชการแผ่นดินหรือไม่ ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญ
“ผมขอยืนยันว่าผมไม่รู้จักนายกฯ มาก่อนเลย ตั้งแต่เป็น รมช.สาธารณสุข รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ผมมารู้จักและทำงานใกล้ชิดตอนที่ผมเป็นอธิบดีกรมการปกครอง นายอนุทินมาอยู่กระทรวงมหาดไทย ทำให้ได้เห็นทั้งกระบวนการ นี้คือสิ่งที่ รมว.มหาดไทยทำงานหนักมาตลอดในการเป็น รมว. ซึ่งผมได้ติดตามมาตลอด ผมไม่ได้มาติดตามท่านเพื่อมาเดินเล่น แต่ผมติดตามเพราะทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อให้งานของกระทรวงมหาดไทยเดินไปอย่างราบรื่น” นายอรรษิษฐ์กล่าว
ด้านนายสันติธร กล่าวถึงการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบราชการท้องถิ่นว่า จากการแสวงหาข้อเท็จจริงและบุคคลที่เกี่ยวข้องกว่า 15 ราย บางส่วนเดินทางมาให้ข้อมูลเอง และบางส่วนชี้แจงเป็นเอกสาร รวมถึงได้รวบรวมเอกสารจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีมาให้ข้อแนะนำ เบื้องต้นได้มีการตรวจสอบจากทั้ง 10 ศูนย์ พบผู้รับจ้างไม่ได้ส่งภาพถ่ายและกระดาษคำตอบให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) โดยทันทีที่ตรวจคำตอบแล้วเสร็จ
นอกจากนี้ ได้มีการสุ่มตรวจแฟลชไดรฟ์ที่บันทึกภาพถ่ายและกระดาษคำตอบของทุกคนกับประกาศผลคะแนน ปรากฏว่าการสุ่มตรวจ 79 ราย พบใบคะแนนกับสำเนากระดาษคำตอบไม่ตรงกับไฟล์ประมวลผลถึง 48 ราย ซึ่งพบว่ามีการแก้ไขคะแนนทั้งการสอบภาค ก.และภาค ข.เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ผลคะแนนในภาค ก.เกินกว่าร้อยละ 60 และภาค ข.มีคะแนนสูงเป็นพิเศษถึงร้อยละ 90 ส่วนที่สองคือ การประกาศผู้มีสิทธิ์สอบภาค ค. พบว่าผู้รับจ้างได้ส่งผลสอบให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เป็นแฟลชไดรฟ์ แต่ไม่ปรากฏว่า กสถ.ได้นำข้อมูลผลคะแนน ภาค ก.และภาค ข.มาสอบทานกับวิชาเฉพาะที่ผู้รับจ้างส่งให้ รวมทั้งหลังจากมีการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบภาค ค. พบว่ายังมีการแก้ไขข้อมูลก่อนที่จะส่งไปประกาศในระบบสารสนเทศอย่างเป็นทางการ
“พบผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีทั้งเจ้าหน้าที่ของ สถ. ผู้รับจ้าง และบริษัทเอกชนภายนอก และอีกหนึ่งกลุ่มคือบุคคลที่ยังไม่ทราบตัวตน โดยในส่วนการดำเนินการทางวินัย เบื้องต้นพบมีข้าราชการสามัญสังกัด สถ. มีมูลอันควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยจำนวน 5 ราย ขณะเดียวกันเราได้ขอข้อมูลจาก มศว ด้วยอีกทาง แต่เขาไม่ได้ให้มา จึงมีการเปรียบเทียบเฉพาะเอกสารที่มี ส่วนพฤติการณ์ของข้าราชการพลเรือน 5 รายที่กระทำความผิดนั้น เป็นเพียงการกล่าวหาจากการสอบสวนที่ผ่านมา 5 วัน ซึ่งต้องมีการขยายผลทั้งด้านวินัยและอาญา” ประธานสอบทุจริตฯ ระบุ
ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 และ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรัฐบาลรับหนังสือจากกลุ่มตัวแทนผู้เข้าสอบข้าราชการท้องถิ่นเพื่อขอความเป็นธรรม หลังได้รับผลกระทบจากการชะลอบรรจุราชการท้องถิ่นจากกรณีการทุจริตการจัดสอบที่เกิดขึ้น
เท้งชงใช้เวทีสภาหาคนโกง
เช่นเดียวกับที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านฯ ก็รับหนังสือจากตัวแทนผู้เข้าสอบข้าราชการท้องถิ่น เพื่อขอความเป็นธรรมหลังได้รับผลกระทบจากการชะลอบรรจุราชการท้องถิ่น จากกรณีการทุจริตจัดสอบที่เกิดขึ้นเช่นกัน
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า การตรวจสอบครั้งนี้เวทีที่เหมาะสมที่สุดคือเวทีในสภา เพราะประกอบไปด้วยตัวแทนจากทุกภาคส่วน บางทีการตั้งกรรมการสอบภายในฝ่ายบริหารเอง ก็เป็นการดำเนินการของฝ่ายเดียว ถ้ารัฐบาลมีความจริงจังและจริงใจกับเรื่องนี้ ก็ไม่ควรหลีกหนีเวทีจากฝั่งสภา
“ผมเชื่อว่าเวทีในกรรมาธิการเอง เวทีในสภา จะเป็นเวทีที่ปลอดภัยที่สุดที่จะให้คนที่ได้รับผลกระทบและคนที่สุจริตที่ได้รับผลกระทบมาสะท้อนเสียงอย่างปลอดภัย และได้รับความความเป็นธรรมมากที่สุด” ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าว
วันเดียวกัน นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ เดินทางมาที่รัฐสภาเข้ายื่นหนังสือต่อ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อขอให้ตรวจสอบการสอบแข่งขันบุคคลเข้าเป็นข้าราชการหรือเจ้าพนักงานส่วนท้องถิ่น กรณีที่กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบไม่ได้ออกมาการันตีหรือรับประกันว่าคดีนี้จะดำเนินการเพื่อให้ได้ตัวการผู้กระทำความผิด แต่กลับออกมาฟ้องผู้ที่เผยแพร่คลิปเสียง
ด้าน น.ส.ภคมนกล่าวว่า เรื่องที่ทนายอั๋นมายื่นจึงไม่ใช่เรื่องแรก ทั้งหมดจะทำให้เราเห็นว่าความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นแค่ปัจจุบัน แต่มีความเสียหายย้อนหลังไปในอดีตในหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะอยู่ในขบวนการเดียวกันในการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ดังนั้น กมธ.จะนำเรื่องร้องเรียนทั้งหมดเข้าพิจารณา
ทั้งนี้ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาวาระกระทู้สดถามของ น.ส.ภคมน ถาม รมว.มหาดไทยถึงความคืบหน้าการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น โดยเฉพาะเรื่องคลิปเสียงที่มีการเผยแพร่
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ชี้แจงแทน รมว.มหาดไทย ว่า เรื่องคลิปเสียงต่างๆ คณะกรรมการฯ ไม่ได้ทอดทิ้ง บางเรื่องมีการปล่อยมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ขอให้ไม่ต้องกังวลกระบวนการสอบข้อเท็จจริงของมหาดไทย ตามกรอบเวลา 7 วันที่ให้มาจะพยายามทำให้ได้ข้อเท็จจริงเร็วและมากที่สุด แต่ถ้าจะให้เสร็จใน 7 วัน ขณะที่ข้อเท็จจริงยังไม่เรียบร้อย ก็ต้องขอเวลาให้คณะกรรมการฯ ด้วย
ด้านคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นประธาน ได้เชิญ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับประเด็นการทุจริตสอบท้องถิ่น และกรณีการดำเนินคดีกับปลัดจังหวัดภูเก็ต เข้ามาให้ข้อมูลด้วย
นายธนาธาร ประมูลพงษ์ สส.ชลบุรี พรรคประชาชน ในฐานะโฆษกฯ แถลงผลประชุมว่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติให้ข้อมูลว่าข้าราชการระดับจังหวัดรายหนึ่งที่ถูกจับกุม และถูกสอบสวนเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นด้วย ในการสืบสวนไม่ได้มีเพียงเท่านั้น ยังเชื่อมโยงไปอีก 3 เส้นทางการเงิน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ เพราะอยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวน ส่วนที่มีการเชื่อมโยงไปยังผู้มีอิทธิพลที่ชื่อโก "ว." เชื่อมโยงไปถึงเจ้าหน้าที่ อส.รายหนึ่ง และกำลังต่อยอดไปยังข้าราชการระดับบิ๊ก ทางตำรวจสอบสวนกลางกำลังดำเนินการอยู่ แต่จะเชื่อมโยงกับคนในระดับกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ เจ้าหน้าที่ยังให้ข้อมูลไม่ได้ ต้องรอการสอบสวนก่อน
ในส่วน กมธ.การกระจายอำนาจฯ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน เชิญอธิบดี สถ. และนายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภท. ในฐานะประธาน กมธ.ป.ป.ช. ในฐานะผู้ยื่นร้องมา ชี้แจงข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการสอบที่ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ในกรณีการส่งมอบกุญแจและการนำข้อสอบออกมาตรวจ และการใช้ไฟล์ตรวจข้อสอบ ซึ่งในวันที่ 3 ก.ค. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะแถลงชี้แจงเปิดเผยผลการสอบทั้งหมด ซึ่งมี 5 หน่วยงานร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจสอบ
“จากที่นายอาสพลธ์ให้ข้อมูลต่อ กมธ.การกระจายอำนาจฯ นั้น เชื่อว่าในกระบวนการสอบข้อเท็จจริง ผู้ที่เกี่ยวข้องน่าจะเป็นคณะบุคคล โดยหลังจากนี้จะใช้กลไก กมธ.ประชุมร่วมกันระหว่าง กมธ.การกระจายอำนาจฯ และ กมธ.ป.ป.ช. ซึ่งเห็นว่าจะต้องรื้อเพื่อปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น และศึกษาข้อบกพร่องของกฎหมาย รวมทั้งจะขอมติเพื่อเชิญอธิการบดี มศว มาชี้แจงต่อไป” ประธาน กมธ.การกระจายอำนาจฯ ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘เมสซี’พร้อมลงซัลโว ‘ฟ้าขาว’เผด็จศึก‘เคปเวิร์ด’
เข้าสู่วันสุดท้ายของการแข่งขันในรอบ 32 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 ที่ 3 ชาติจากอเมริกาเหนือร่วมกันเป็นเจ้าภาพ
ดช.11ปีซิ่งกระบะชนพระ มรณภาพ10รูปบาดเจ็บอื้อ
สลด! เด็กชายเป็นเด็กพิเศษวัย 11 ขวบ ขโมยรถกระบะซิ่งแหกด่านพุ่งชนคณะพระธุดงค์ มรณภาพ 8 รูป บาดเจ็บอีกจำนวนมาก
หนูสยบร้าว2น. ปชน.บี้สินบนดีอี จี้คดี‘ศักดิ์สยาม’
"อนุทิน" สยบกระแสรอยร้าว 2 น. บอกไม่ต้องอธิบาย แซวสมัยก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น
ไล่ล่าเครือข่ายค้ายาข้ามชาติ
พบคนชื่อ “เดียร์” ปลายทางรับผงขาว “แอร์สาว” แกะรอย “ฮู้ดดำ”
‘โปรตุเกส’ ไม่ง่ายบู๊‘โครแอต’ ‘โรนัลโด’ พร้อมลงล่าตาข่าย
เดินทางมาถึงวันที่ 5 ของการแข่งขันในรอบน็อกเอาต์ 32 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 ที่ 3 ชาติจากโซนอเมริกาเหนือร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ไฮไลต์ในค่ำคืนวันที่ 2 กรกฎาคม หรือตรงกับช่วงเช้าตรู่วันที่ 3 กรกฎาคม ตามเวลาประเทศไทย "ฝอยทอง" ทีมชาติโปรตุเกส พบกับ "ตาหมากรุก" ทีมชาติโครเอเชีย ฟาดแข้งในเวลา 06.00 น.

