เชือด'ตัวการใหญ่' สยบข่าวร้าว'สีน้ำเงิน'

ไม่มีควัน ย่อมไม่มีไฟ” หลังเกิดข่าวร่องรอยความขัดแย้งการทำงานของ รัฐบาลสีน้ำเงิน ภายใต้การนำของ “2 น. 1 พ.”  คือ “น.หนู” - อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.)

 “น.” - เนวิน ชิดชอบ ผู้นำทางจิตวิญญาณพรรคภูมิใจไทย ที่เปรียบเสมือน “กาว” เชื่อมโยงกลุ่มการเมืองและ “บ้านใหญ่” ทั่วประเทศให้เป็นเอกภาพ ผนวกกับแม่ทัพใหญ่ภาคใต้อย่าง “พ.” - พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม แม่ทัพภาคใต้ ที่นำขุมกำลัง สส. 31 ที่นั่งมาเสริมแกร่ง 

ทำให้ปรากฏการณ์ความระหองระแหงที่เล็ดลอดออกมาสู่ภายนอก กลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตามองและถูกขยายผลไปไกลถึงกับกระทบเสถียรภาพรัฐบาล

ร่องรอยความขัดแย้งถูกตีแผ่ผ่านกรณีการปราบมาเฟียในพื้นที่ จ.ภูเก็ต การปรับเปลี่ยนคุมงานสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รวมถึงปัญหาการสอบทุจริตข้าราชการท้องถิ่นในกระทรวงมหาดไทย

  “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้สะท้อนภาพว่าอาจซ้ำรอยความขัดแย้งใน รัฐบาลยุคลุงตู่ และ ลุงป้อม โดยมองว่าสัญญาณความไม่ลงรอยระหว่าง “2 น. 1 พ.” คือสัญญาณของ “ช่องว่างระหว่างหัวใจ” ของผู้มีอำนาจในพรรคที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งและการนับถอยหลังของรัฐบาล

โดยเฉพาะกรณีการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในพื้นที่ภูเก็ตที่มีกระแสข่าวการใช้อำนาจแทรกซ้อนผ่านบุคคลที่ 3 ทำให้ระบบการบังคับบัญชาเสียไป รวมถึงนายกฯ ดึง EEC จากพิพัฒน์ไปกำกับเอง

ขณะที่แกนนำพรรคภูมิใจไทยออกมาประสานเสียงสยบข่าวลือ โดย “นายกฯ อนุทิน” หัวเราะก่อนตอบว่า เรื่องนี้ต้องไม่อธิบายอะไรเลย สมัยก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น “เนทิน” และ “อนุวิน” กันอยู่แล้ว พร้อมขออย่าไปใส่ใจเรื่องไม่เป็นเรื่องเลย

 ส่วน “ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดีอี และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่า จะดิสเครดิตในมุมมองของสังคมได้ แต่เรื่องส่วนตัวของ 2 คน (อนุทิน และเนวิน) ไม่สามารถก้าวก่ายให้เกิดความแตกแยกกันได้ รักกัน สนิทกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันตั้งนาน เรื่องแค่นี้ไม่กระทบแน่นอน

เช่นเดียวกับ พ. “พิพัฒน์” ที่ยืนยันว่าไม่มีปัญหาเรื่องการทำงาน โดยชี้ว่า “อนุทิน” ในฐานะนายกฯ ยังคงเป็นเบอร์ 1 ส่วนผู้ใหญ่ท่านอื่นเป็นเพียงผู้ให้คำปรึกษาเท่านั้น

ส่วนประเด็นการยกเลิกคำสั่งให้กำกับดูแล EEC นั้น “พิพัฒน์” ชี้แจงว่าเป็นเพียงการหารือร่วมกับ “อนุทิน” เพื่อให้ตัวนายกฯ ไปทำหน้าที่ดึงดูดนักลงทุนด้วยตนเอง โดยตนหันไปโฟกัสงานที่กระทรวงคมนาคมแทน

อย่างไรก็ตาม แม้แกนนำประสานเสียงสยบรอยร้าว แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือ ความขัดแย้งการ “แทงกันในมุ้ง หรือในระดับลูกน้อง” ที่แกนนำถือหางอยู่ ซึ่งจะทำให้ข้อมูลภายในรั่วไหลและกลายเป็นสนิมเกิดจากเนื้อใน

อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน สยบรอยร้าย 2 น. ว่า ไม่ต้องอธิบายอะไรเลย พร้อมแซวว่า "สมัยก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นเนทิน กับอนุวินอยู่แล้ว" และบอกอย่าใส่ใจเรื่องไม่เป็นเรื่อง พรรคภูมิใจไทย ใครกล้าทะเลาะกันโดนดุ โดนมาแล้วไม่รู้กี่คน

    “รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล” นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์และนักวิเคราะห์การเมือง สะท้อนว่ามูลเหตุของรอยร้าวเกิดจากความขัดแย้งในระดับ “ลูกน้อง” หรือคนในเครือข่ายที่ชิงดีชิงเด่น แย่งพื้นที่และผลประโยชน์ เมื่อข้าราชการแอบอ้างชื่อผู้ใหญ่เพื่อหาประโยชน์ หรือทำตัวเป็น “บ่างช่างยุ” ไปเป่าหูนายของตนเอง ย่อมนำไปสู่ความหวาดระแวงระหว่างเจ้านายในที่สุด

รศ.ดร.ธนพร” ระบุว่า วิธีเดียวที่จะหยุดวงจรนี้ได้คือ นายกฯ รัฐบาล และผู้บริหารพรรคต้อง “เล่นใหญ่ไฟกะพริบ” และ “ลากคอตัวใหญ่มาลงโทษให้ได้” หากมีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แทนที่จะจัดการเพียงแค่ระดับลูกน้องหรือปลาซิวปลาสร้อย เพราะหากไม่จัดการถึงต้นตอของปัญหา พวกบริวารที่ทำตัวซ่าก็จะออกมาสร้างความวุ่นวาย และนำเรื่องไปปั่นให้เจ้านายทะเลาะกันได้อีก

 “สถานการณ์ในพรรคภูมิใจไทย ปัจจุบันแกนนำระดับสูงยังไม่ได้ถึงขั้นแตกหัก แต่มีช่องว่างในการสื่อสารกันอยู่บ้าง หากไม่เร่งแก้ไข อาจซ้ำรอยความขัดแย้งแบบ 2 ลุง ที่เคยกอดคอร่วมรบกันมา ต้องแตกหักและแยกทางกันในที่สุด” นักวิเคราะห์การเมืองระบุ

อย่างไรก็ตาม ในการแถลงข่าวเรื่องการทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ยอมรับว่า "ไม่ใหญ่ทําไม่ได้หรอก" จึงต้องจับตาว่า นายกฯ จะไฟเขียวให้สาวถึงตัวใหญ่แค่ไหน?

  การดับกระแสข่าวร้าวในพรรคสีน้ำเงินให้ยั่งยืน "2 น. 1 พ." ต้องร่วมมือกันจัดการต้นตออย่างจริงจัง โดยใช้หลักความถูกต้องเหนือระบบอุปถัมภ์ ไม่ปกป้องผู้ทำผิด อีกทั้งยังช่วยหยุด "บ่างช่างยุ" ที่คอยสร้างความขัดแย้งและปั่นหัวผู้ใหญ่จนเกิดความไม่ไว้ใจกัน

หากดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ นอกจากจะช่วยเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนให้แก่รัฐบาลสีน้ำเงินแล้ว ยังป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือน 2 ลุงอีกด้วย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ใครรุก-ใครรับ"ในเกมไฟใต้ "การเมือง" กระตุก"กองทัพ"

ประเด็นข่าวการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ไปถูกเยาวชนชายในช่วงเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกใน จ.นราธิวาส

26ส.ค.ไต่สวนลับ บัตรเลือกตั้ง ปิดคดีกันยายน

คำร้องคดี บัตรเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อให้วินิจฉัยว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.ในการจัดการเลือกตั้งเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ กรณีจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ซึ่งอาจใช้สืบค้นย้อนกลับไปถึงตัวผู้ลงคะแนนได้ และต่อมาศาลรัฐธรรมนูญมีมติเมื่อ 18 มี.ค. ด้วยเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 รับคำร้องไว้วินิจฉัย

หลังเปิดสภา 25 ส.ค. การเมืองร้อนกลางสายฝน ล็อกเป้าซักฟอกถล่ม'อนุทิน'

แน่นอนว่าไคลแมกซ์การเมืองในช่วงการประชุมสภาสมัยล่าสุด ที่จะเริ่มเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร 25 ส.ค.นี้เป็นต้นไป คือ

‘หนู-นก’ลุยไฟฝ่าเสียงค้าน! เข็น‘TH-AI Passport’ไม่ไร้ค่า

ไม่ใช่โครงการไร้ค่า เฮงกะบ๊วย! คำพูดการันตีจากหัวหน้ารัฐบาล นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย หลังโครงการ “TH-AI Passport” ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดลงทะเบียนวันแรกแล้วเมื่อวันที่ 19 ส.ค.2569

“เล่าต๋า”เขย่าระบบราชทัณฑ์ เปิดปมใหญ่ช่องโหว่"ลดโทษ"

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อกระบวนการยุติธรรมปลายน้ำของไทยปะทุขึ้นอีกระลอก หลังการก้าวพ้นประตูเรือนจำกลางบางขวางของ เล่าต๋า แสนลี่ อดีตราชายาเสพติดระดับชาติ วัย 86 ปี เมื่อวันที่ 14 ส.ค.2569 ที่ผ่านมา