พระราชทานเพลิงศพ

ในหลวงพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษแก่พระเหยื่อรถชนขณะเดินธุดงค์  ขณะที่ อธ.อัยการภาค 4 สั่งการตั้งจุดช่วยเหลือกฎหมายคดีพระสงฆ์โดนเด็กอายุ 11 ขวบขับรถชนมรณภาพ-บาดเจ็บเต็มที่ แม่เผยลางสังหรณ์ก่อน "พระคำสิงห์" ลูกชายคนเล็กออกเดินธุดงค์  พยายามทักห้ามด้วยความเป็นห่วง แต่พระลูกตอบกลับเสียงแข็งว่า "ไม่ตายหรอกน่า” 

วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 18.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายประจวบ รักแพทย์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เชิญพวงมาลาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปวางที่หน้าหีบศพพระภิกษุคำสิงห์ ธมฺมิโก ที่มรณภาพจากเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนขณะเดินธุดงค์ เหตุเกิดบริเวณหน้าตลาดนาสีนวน ถนนมุกดาหาร-ดอนตาล (ขาเข้าเมือง) ตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 และตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ วัดศิริธรรมาราม อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมทรงรับศพพระภิกษุที่มรณภาพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์   และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมในการพระราชทานน้ำหลวง และพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษด้วย

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ และโปรดให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เชิญพวงมาลาพระราชทาน และพวงมาลาประทาน วางที่หน้าหีบศพด้วย

ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายประจวบ รักแพทย์ รองผู้ราชการจังหวัดขอนแก่น เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ญาติของพระภิกษุคำสิงห์ ธมฺมิโก ที่มรณภาพจากเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนขณะเดินธุดงค์ด้วย การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ครอบครัวของพระภิกษุสงฆ์อย่างหาที่สุดมิได้

ช่วยเหลือด้านกฎหมาย

นายประยุทธ เพชรคุณ อธิบดีอัยการภาค 4  ได้เปิดเผยถึงคดีว่า ได้มอบหมายให้นายพิสิทธิ์พล ภูมิศิริสวัสดิ์ รองอธิบดีอัยการภาค 4 ที่รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร และนายภูษิต ตีระวนิชพงศ์ อัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่ประชาชน ภาค 4 ประสานงานกับนายอนุชิต คชมิตร อัยการจังหวัดมุกดาหาร และนายปาน แตงอ่อน อัยการจังหวัด สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือประชาชนชุมชนทางกฎหมายจังหวัดมุกดาหาร  เพื่อให้เข้าไปให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย รวมถึงการอธิบายและแจ้งถึงสิทธิที่จะพึงได้รับ การเยียวยาตามกฎหมายให้กับญาติพระที่มรณภาพและได้รับบาดเจ็บโดยใกล้ชิดแล้ว

และในช่วงเช้าวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้รับรายงานเพิ่มเติมจากทีมอัยการจังหวัดมุกดาหารว่า ทั้งนายอนุชิต คชมิตร อัยการจังหวัดมุกดาหาร, นายปาน แตงอ่อน อัยการจังหวัด และทีมพนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร ได้เข้าไปตั้งจุดให้บริการแก่ญาติพระที่มรณภาพและได้รับบาดเจ็บภายในโรงพยาบาลมุกดาหารแล้วตั้งแต่เช้า เพื่อให้คำแนะนำด้านกฎหมายและแจ้งถึงสิทธิต่างๆ ที่จะได้รับความช่วยเหลือด้านกฎหมายอย่างเต็มที่ ทั้งเรื่องการจัดการมรดก การใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายของผู้ที่สูญเสียตามสิทธิจะพึงมีพึงได้ตามกฎหมาย

เขาเผยว่า ทราบจากรายงานว่าพระที่มรณภาพมาจากหลายจังหวัด ส่วนใหญ่จะอยู่ที่พื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ในส่วนนี้ตนได้ประสานไปยังนายธนา อุชาดี อธิบดีอัยการภาค 3 ที่ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ดังกล่าว เพื่อทราบข้อมูลและเตรียมการที่จะรับช่วงดูแลต่อจากทีมอัยการภาค 4 ด้วยแล้ว  

นายประยุทธกล่าวด้วยว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่าสลดใจอย่างยิ่ง เพราะเกิดการสูญเสีย มีพระมรณภาพเป็นจำนวนมาก ในด้านการสอบสวนคดีเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนจะเป็นผู้ดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งตนได้แจ้งให้พนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหารไปแล้วว่า หากมีการประสานงานจากพนักงานสอบสวนในพื้นที่ขอความช่วยเหลือหรือแนะนำใดๆ ขอให้ทีมอัยการสนับสนุน ให้คำแนะนำ หรือให้คำปรึกษาอย่างเต็มที่ รวมถึงถือโอกาสนี้ประชาสัมพันธ์ไปยังญาติพระที่มรณภาพหรือได้รับบาดเจ็บด้วยว่า ไม่ว่าจะมีภูมิลำเนา จะอยู่ในพื้นที่ใด จังหวัดใด ก็สามารถที่จะเข้าไปขอคำแนะนำหรือช่วยเหลือจากสำนักงานอัยการจังหวัดในพื้นที่นั้นได้ทุกที่

ไม่ตายหรอก

วันเดียวกันนี้ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปพบกับนางปัญจา ชัยเลิศ อายุ 69 ปี อยู่ที่บ้านเลขที่ 24 หมู่ 10 บ้านโป่งแดง ตำบลกุดขอนแก่น อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น แม่ของพระคำสิงห์ ชัยเลิศ อายุ 41 ปี  ซึ่งถูกเด็กชายวัย 11 ขวบขับรถยนต์กระบะพุ่งชนจนมรณภาพ เหตุเกิดที่ จ.มุกดาหาร โดยนางปัญจายังคงอยู่ในอาการโศกเศร้าและยังไม่สามารถทำใจกับการจากไปของลูกชายคนเล็กได้

นางปัญจาเล่าว่า พระคำสิงห์อุปสมบทเมื่อช่วงเข้าพรรษาปี 2568 โดยก่อนหน้านั้นลูกชายเคยประสบอุบัติเหตุรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษา และสามารถรอดชีวิตกลับมาได้ แต่หลังเกิดอุบัติเหตุสภาพร่างกายและความสามารถบางด้านของลูกชายไม่ค่อยสมบูรณ์เหมือนเดิม จนกระทั่งพระยงยุทธได้มาขอจำพรรษาอยู่ที่วัดภายในหมู่บ้าน พระคำสิงห์มักเข้าไปพูดคุยอยู่กับพระยงยุทธ จนกระทั่งพระยงยุทธได้มาขออนุญาตยินยอมให้ลูกชายอุปสมบท ซึ่งในขณะนั้นมีความกังวลมากเนื่องจากลูกชายเคยประสบอุบัติเหตุและมีสภาพร่างกายไม่ค่อยสมบูรณ์ แต่พระยงยุทธยืนยันว่าจะเป็นผู้ดูแลให้เอง พร้อมบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง ซึ่งลูกชายก็บอกว่าต้องการบวชเช่นกัน จึงยินยอมให้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์

หลังจากอุปสมบท พระคำสิงห์และพระยงยุทธมักออกเดินธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ อยู่เสมอ และสามารถเดินทางกลับมาที่วัดได้ทุกครั้ง ล่าสุด ก่อนออกเดินทางพระคำสิงห์ได้มาหาที่บ้านบอกว่าจะเดินทางไปธุดงค์ก่อน จากนั้นจึงจะกลับมาเข้าพรรษาที่วัดประจำหมู่บ้านตามเดิม  ด้วยความเป็นห่วงจึงบอกว่าไม่ไปไม่ได้เหรอลูก  พระคำสิงห์ตอบกลับมาว่า ไม่ตายหรอกน่า หลังจากพูดจบพระคำสิงห์ไม่ได้ตอบอะไรอีก ก่อนที่จะออกเดินทางไปพร้อมกับคณะธุดงค์ที่ จ.มุกดาหาร

นางปัญจากล่าวต่อว่า หลังได้รับข่าวว่าพระลูกชายประสบอุบัติเหตุ ตกใจอย่างรุนแรง ทำอะไรไม่ถูก ร่างกายอ่อนแรงและเหนื่อยจนแทบไม่มีแรง จึงเร่งให้สามีโทรศัพท์ติดต่อพระยงยุทธ แต่ไม่มีผู้รับสายเนื่องจากพระยงยุทธก็ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวเช่นกัน ต่อมาหลานชายที่ติดตามคณะธุดงค์ไปด้วย และเป็นผู้เข้าไปประคองพระคำสิงห์หลังเกิดเหตุแจ้งว่าพระคำสิงห์มีเลือดเต็มตัว เมื่อประคองร่างขึ้นมาพระคำสิงห์หายใจสะดุดจำนวน 3 ครั้ง ก่อนจะเงียบไปตั้งแต่บริเวณจุดเกิดเหตุ จึงเชื่อว่าพระลูกชายอาจสิ้นใจตั้งแต่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุแล้ว อย่างไรก็ตามในคืนหลังเกิดเหตุ สุนัขที่วัดเห่าหอนทั้งคืน  เชื่อว่าพระคำสิงห์อาจกลับมาที่วัด โดยไม่ได้กลับมารบกวนพ่อแม่ที่บ้าน เนื่องจากได้พูดส่งพระลูกชายให้ไปสู่ภพภูมิที่ดีและไปสู่ที่ชอบแล้ว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘บราซิล’พร้อมพิฆาต‘นอร์เวย์’ ‘อังกฤษ’งานยากดวลเจ้าภาพ

เข้าสู่วันที่ 2 ของการแข่งขันในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 ที่ 3 ชาติจากทวีปอเมริกาเหนือร่วมกันเป็นเจ้าภาพ โดยค่ำคืนวันที่ 5 กรกฎาคม หรือตรงกับช่วงเช้าตรู่วันที่ 6 กรกฎาคม

ยกระดับแอร์ขนยา ขบวนการข้ามชาติ

อัยการธนกฤต ชี้กฎหมายห้ามเเจ้งข้อหาเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี คดีขับรถชนพระธุดงค์ ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ศุลกากรและตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลียจับกุม น.ส.มีนา พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินชื่อดัง พร้อมของกลางยาเสพติดที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากสังคม เนื่องจากมีพฤติการณ์เชื่อมโยงกับการลักลอบลำเลียงยาเสพติดออกนอกประเทศ

เร่งจบนิรโทษกรรม ‘โสภณ’ชงเข้าสภาฯพุธนี้ส้มกระอัก‘ม.112’นอนคุกต่อ

ลุ้นคลอด กม.นิรโทษกรรม ฉบับที่ 24 ปิดจบพุธนี้ "โสภณ" สั่งบรรจุร่าง กม.เป็นเรื่องด่วน หากสภาไม่ติดใจ หลังสภาสูงเพิ่มล็อกสองชั้นไม่ให้นิรโทษฯ อายุต่ำกว่า 18 ปี ทำผิด 112 ก็ไม่ล้างผิด รอนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายทันที สว.แจงกฎหมายประกาศใช้ ยังไม่มีผลทันที ต้องให้กรรมการสันติสุขไฟเขียวรายบุคคล

ในหลวง พระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ แก่พระเหยื่อรถชนขณะเดินธุดงค์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายประจวบ รักแพทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เชิญพ

แม่เผยคำพูดสุดท้าย 'พระคำสิงห์' ก่อนธุดงค์ 'ไม่ตายหรอกน่า'

แม่วัย 69 ปี เปิดใจทั้งน้ำตา หลังสูญเสีย “พระคำสิงห์” จากอุบัติเหตุระหว่างเดินธุดงค์ เผยเคยทักห้ามด้วยความเป็นห่วง แต่ลูกชายตอบกลับว่า “ไม่ตายหรอกน่า” ก่อนจากไปไม่มีวันกลับ