
ทภ.2 แจงเสียงคล้ายระเบิดดังจากฝั่งกัมพูชา ห่างชายแดน 10-15 กม. ยืนยันไทยไร้ความเสียหาย ขณะที่ กมธ.ความมั่นคงฯ ยกชุดลุยชายแดนช่องสายตะกู "มณเฑียร-รังษี" สั่งเช็กความพร้อมรบ สแตนด์บายโรงพยาบาลรับคนเจ็บ ย้ำแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง เซฟชีวิตชาวบ้าน-หนุนกำลังส่วนหน้าเต็มพิกัด
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงกรณีเมื่อเวลา 20.43 น. ของวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา เกิดเสียงดังคล้ายระเบิดในพื้นที่ช่องกร่าง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งประชาชนในฝั่งประเทศไทยสามารถได้ยินเสียงดังกล่าว จนเกิดความกังวลต่อสถานการณ์บริเวณแนวชายแดน
กองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับหน่วยเฉพาะกิจที่รับผิดชอบพื้นที่ช่องกร่างแล้ว เบื้องต้นทราบว่าเสียงดังกล่าวมีต้นกำเนิดจากพื้นที่ตอนในของประเทศกัมพูชา โดยคาดว่าอยู่ห่างจากแนวชายแดนไทยประมาณ 10-15 กิโลเมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงของเสียงดังกล่าว
ทั้งนี้ ฝ่ายไทยยืนยันว่า ไม่มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บ และไม่มีพื้นที่หรือทรัพย์สินได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด
กองทัพภาคที่ 2 ระบุเพิ่มเติมว่า หากมีความคืบหน้าหรือเหตุการณ์สำคัญเพิ่มเติม จะแจ้งให้ประชาชนทราบโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกหรือวิตกกังวลว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใกล้แนวชายแดน พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการและแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ นำโดยนายมณเฑียร สงฆ์ประชา ประธานคณะกรรมาธิการฯ พร้อมด้วย พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแนวชายแดนบริเวณช่องสายตะกู เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดในการรับมือหากเกิดสถานการณ์การปะทะ
การลงพื้นที่ครั้งนี้ยังมีแกนนำคนสำคัญของพรรคเศรษฐกิจร่วมลุยแนวชายแดนด้วย ทั้งนายพีรพล กนกวลัย สส.พรรคเศรษฐกิจ ในฐานะโฆษก กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ และ น.ส.อังสณา เนียมวณิชกุล สส.พรรคเศรษฐกิจ ในฐานะโฆษก กมธ.การป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด
พล.อ.รังษี และคณะกรรมาธิการฯ ได้เน้นย้ำข้อสั่งการสำคัญในการรับมือสถานการณ์ความไม่สงบ โดยพุ่งเป้าไปที่ "ยุทธศาสตร์การพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง" (Rear Area Protection) สั่งตรึงกำลังดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างเข้มงวด พร้อมประสานงานโรงพยาบาลและหน่วยแพทย์ในพื้นที่ให้สแตนด์บายเต็มรูปแบบ เตรียมเตียงและเวชภัณฑ์ให้พร้อมรับมือการดูแลผู้บาดเจ็บฉุกเฉินได้ทันท่วงที ทั้งในส่วนของพลเรือนและเจ้าหน้าที่
นอกจากนี้ ยังได้กำชับเรื่องการส่งกำลังบำรุง เพื่อให้การสนับสนุนกำลังรบส่วนหน้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีสะดุด เพื่อเรียกความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนตามแนวชายแดนว่า หน่วยงานภาครัฐได้เตรียมแผนรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินไว้พร้อมสรรพแล้ว และพร้อมปกป้องอธิปไตยควบคู่ไปกับการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเต็มที่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
DSIจับฮั้วสว.หลุด เปิดไต่สวน44ส้ม
“อนุทิน” ลั่นไม่เกี่ยวข้องคดีฮั้ว สว. เชื่อความเห็นใครไม่ได้ ต้องพิสูจน์ตามกระบวนการ “ศุภชัย” ข้องใจสำนวนคดีฮั้ว
ยกเครื่องดับไฟใต้ อนุทินสั่งมทภ.4พิสูจน์ฮ.ไม่ยิงปชช.จ่อดึงเสธ.ทบ.คุมสมช.
นายกฯ ถกความมั่นคงติดตามสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อเนื่อง
โหมโรง‘พรก.กู้เงิน’ส่อเอื้อนํ้าเงิน
"เอกนิติ" เตรียมตัวเลขกางข้อมูลแจงสภา เหตุออก "พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน
ผวจ.บุรีรัมย์ผงาด‘สถ.’ ปปช.สาวถึงแค่อธิบดี!
ครม.ไฟเขียวบิ๊ก มท. 20 ตำแหน่ง ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ขึ้นชั้นคุม สถ. ขณะที่ “ผู้ว่าฯ นครฯ” โยกดูกรมที่ดิน “เซมเบ้” ตายยากดู ปภ. ขณะที่ “ธีรุตม์” เข้ากรุ
ควักงบ558ล้าน เยียวยาน้ำท่วม ชงประกัน3ภัย
ครม.อนุมัติงบกลาง 558 ล้านบาท เยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมปี 69
เร่งเคาะกก.นิรโทษกรรม ศาลลุยศึกษา‘บังคับโทษ’
"ภราดร" ระบุนิรโทษกรรมคดีการเมืองตั้งแต่ปี 48-68 ต้องเข้าคณะกรรมการทุกเคส

