‘อุดม’ประธานศาลรธน.

ที่ประชุมตุลาการศาล รธน.มีมติเลือก “อุดม สิทธิวิรัชธรรม” นั่งเก้าอี้ประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ขณะที่คดีฮั้ว สว.ใกล้ปิดม่านเดือน ส.ค. “สิทธิโชติ” เตะโด่งคลิปเสวนาแฉรายวัน  ชี้เผยแพร่ภายหลังใช้เป็นพยานหลักฐานไม่ได้ หากอยู่นอกสำนวน “บิ๊ก กกต.” ยกเครื่องระบบไต่สวน ทุบโต๊ะกำจัดเจ้าพ่อเจ้าแม่คุมจังหวัด พร้อมงัดเครื่องมือเทคโนโลยีมัดให้ดิ้นไม่หลุด ยกคดีฮั้ว  สว.เคสเปิดโลกทัศน์ทำงาน

เมื่อวันพุธ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญออกเอกสารข่าวระบุว่า ตามที่วุฒิสภา ในคราวการประชุมครั้งที่ 24 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)  เมื่อวันอังคารที่ 23 มิ.ย.2569 ที่ประชุมได้ลงมติให้ความเห็นชอบบุคคลให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 8 (4) ประกอบมาตรา 12  วรรคสิบ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561  จำนวน 1 คน คือ พล.ต.ท.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช 

และให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการจัดให้บุคคลผู้ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว ประชุมร่วมกับ 1.นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม 2.นายวิรุฬห์ แสงเทียน 3.นายจิรนิติ หะวานนท์ 4.นายนภดล เทพพิทักษ์ 5.นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ 6.นายอุดม รัฐอมฤต 7.นายสุเมธ รอยกุลเจริญ และ 8.นายสราวุธ ทรงศิวิไล ซึ่งยังไม่พ้นจากตำแหน่งเพื่อเลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ   และแจ้งผลให้ประธานวุฒิสภาทราบ ทั้งนี้ เพื่อจักได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายบัญญัติต่อไปนั้น

โดยวันนี้ 15 ก.ค.2569 ที่ประชุมร่วมกันระหว่างบุคคลผู้ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งยังไม่พ้นจากตำแหน่ง ได้มีมติเลือกนายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจะได้มีหนังสือแจ้งผลการเลือกประธานศาลรัฐธรรมนูญไปยังสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อขอให้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายบัญญัติต่อไป

วันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาคดีในคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 โดยผู้ร้องระบุว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน 22 คำร้อง เพื่อขอให้พิจารณายื่นคำร้องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. และคณะ (ผู้ถูกร้อง) ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

โดยคำร้องระบุพฤติการณ์ว่า กกต.ได้กำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code) ซึ่งน่าเชื่อได้ว่าสามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนของผู้ลงคะแนน รวมถึงผลการลงคะแนนได้ ส่งผลให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ อันเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 4  มาตรา 25 มาตรา 32 มาตรา 34 มาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรคสอง มาตรา 85 มาตรา 95 และมาตรา 224

ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาโดยการอภิปรายแล้ว มีคำสั่งให้รอความเห็นของพยานผู้เชี่ยวชาญ และเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา ให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อนำเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ สั่งไม่รับคำร้องของนายดิเรก พรสีมา  อดีตผู้สมัคร สว.ไว้พิจารณาวินิจฉัย หลังยื่นร้องเรียน กกต. จัดการเลือกตั้งระดับอำเภอ-จังหวัดส่อไม่ลับและไม่สุจริต โดยศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ มีคำสั่งไม่รับคำร้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัย

ที่โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณาคดีฮั้ว สว.ว่า การพิจารณาคดีไม่ได้มีการตั้งธง แต่เป็นการดำเนินการไปตามพยานหลักฐานที่คณะสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 ได้รวบรวมไว้ อีกทั้งคดีนี้ไม่ได้ทำโดยเปิดเผย ทำให้พยานหลักฐานหายาก อีกทั้งพยานที่เข้ามาให้การเราก็ต้องปกปิดชื่อเพื่อความปลอดภัย

 “หากหลักฐานไม่ถึงขั้นความผิดอาญา แต่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิด  ทาง กกต.ก็สามารถส่งเรื่องไปเพื่อเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หรือให้พ้นจากตำแหน่งได้ แต่อาจจะไม่ถึงอาญา ซึ่งเป็นดุลยพินิจของ กกต.ทั้ง 7 ท่านว่าจะพิจารณาว่าพยานหลักฐานที่มีนั้นไปถึงขั้นใด และเพียงพอหรือไม่ที่จะนำไปสู่การพิจารณาของศาลได้” นายสิทธิโชติระบุ 

เมื่อถูกถามถึงคลิปการเสวนาคดีฮั้ว สว.ที่ปรากฏตามสื่อในขณะนี้ จะนำมาประกอบการพิจารณาหรือไม่ นายสิทธิโชติกล่าวว่า คลิปต่างๆ  ที่ปรากฏอยู่ตอนนี้อยู่ในสำนวนของ กกต.แล้ว และคณะชุดที่ 26 ได้รวบรวมได้หมดแล้ว อย่างไรก็ตาม คลิปใหม่ๆ ที่ปรากฏมันไม่เกี่ยว แต่พยานบางคนที่ออกไปพูดในงานเสวนาก็ยังเป็นพยานปกปิดของ กกต. ทั้งนี้ การที่พยานพูดนอกสำนวน มันสร้างได้แค่ความรู้สึก แต่เอามาใช้เป็นพยานหลักฐานในสำนวนไม่ได้ กกต.จะพิจารณาจากพยานหลักฐานที่มันมีในสำนวนเท่านั้น

เมื่อถามถึงข้อกังวลกรณีรายชื่อ 229 คน ที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. ถูกโยงใยกับการเมืองระดับบ้านใหญ่ อาจจะถูกตีตกจากการพิจารณาของ กกต.นั้น นายสิทธิโชติกล่าวว่า คดีนี้ยังไม่ได้มีการลงมติ จึงตอบยาก ต้องดูว่าพยานหลักฐานจะนำไปสู่การพิจารณาของศาลได้หรือไม่ แต่ถ้าไม่มีพยานหลักฐาน ก็จะไปสู่ศาลไม่ได้เหมือนกัน

เมื่อถามอีกว่า หากพบการฮั้วในจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง จะทำให้กระบวนการเลือก สว.ทั้งหมดเสียหายทั้งระบบหรือไม่ นายสิทธิโชติกล่าวว่า มันเสียเป็นการเฉพาะตัว ไม่ทำให้กระบวนการทั้งหมดเสียไป ทั้งนี้ การลงมติของ กกต.ในคดีนี้คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือน ส.ค. เพราะได้มีการพิจารณาไปเยอะแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายสิทธิโชติได้ระบุช่วงหนึ่งในเวทีการอบรมชี้แจงแนวทางปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาการดำเนินการสืบสวนไต่สวนและการวินิจฉัยชี้ขาดของสำนักงาน กกต.ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน รุ่นที่ 1 โดยมีพนักงานสืบสวนไต่สวนส่วนกลางและต่างจังหวัดเข้าร่วม 100 คนว่า ระบบสืบสวนไต่สวนของเราควรมีการปรับปรุงพัฒนา โดยตอนนี้ กกต.มีมติตั้งอนุกรรมการขึ้นมาดูแลเรื่องสืบสวนไต่สวน และสำนักกฎหมาย จะรื้อปรับทั้งกระบวนการ เนื้อหา วิธีการ เทคโนโลยี เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์ในการทำงาน ตนได้รับมอบจาก กกต.ให้มาเป็นที่ปรึกษากำกับดูแลภารกิจงานด้านการสืบสวนสอบสวน และ ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. มาเป็นประธานอนุฯ

 “ซึ่งอนุฯ ที่ตั้งขึ้นก็จะเข้ามาดูทุกสิ่งทุกอย่างในทุกมิติ ต้องการทำงานการเติบโตในหน้าที่จะสร้างระบบที่ไม่ได้มีเจ้าพ่อเจ้าแม่ บางจังหวัดพนักงานสืบไต่ฯ อยู่นานมาก นานกว่า ผอ. ผอ.ใหม่ไปต้องไปอยู่ใต้อาณัติเขา ซึ่งมีอยู่หลายจังหวัด ต้องปรับใหม่ เราจะต้องให้คนดีขึ้นมาบริหารและปกครอง  ฉะนั้นอะไรที่เป็นพยานหลักฐาน โดยเฉพาะพยานหลักฐานทางเทคโนโลยีเป็นประโยชน์มากที่สุดเลย” กกต.ระบุ

กกต.ระบุด้วยว่า ยกตัวอย่างคดีฮั้ว มีพยานปากต่อปากยันกันตลอด พยานหลักของเราปากเดียว เพราะว่าฮั้วมันไม่ใช่ทำเปิดเผยอยู่แล้ว ทำในที่ลับ เราจะหาพยานลำบากอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อมีพยานมาให้การ แล้วอีกฝ่ายปฏิเสธ ถ้าปากต่อปากยันกันอย่างนี้มันก็ลำบากแล้วที่จะเชื่อใคร เราจะเชื่อได้อย่างไร เพราะอีกฝ่ายปฏิเสธ

 “ปรากฏว่าเขามาตายด้วยเบสโทรศัพท์ (เสาโครงข่ายสัญญาณโทรศัพท์) คนที่ถูกกล่าวอ้างในวันที่มีการทำโพยกันอยู่ เขาอยู่ตรงที่เบสโทรศัพท์นั้น ที่โรงแรมนั้นจริง ทำให้คำกล่าวอ้างคือคำพูดพยานบุคคลเดี่ยวๆ มีน้ำหนัก พยานหลักฐานมีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นการใช้เครื่องมือที่ทันสมัยเข้ามาช่วย แล้วพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นพยานหลักฐานที่ไม่สามารถโต้แย้งหักล้างได้ เป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น” กกต. ระบุ

นายสิทธิโชติกล่าวว่า ดังนั้นจึงอยากให้พวกเราฝึกฝนจนคิดว่าสามารถไปปฏิบัติหน้าที่แล้วจะเป็นประโยชน์ มีน้อยมากสำนวนในระดับท้องถิ่นที่ไม่ใช่ระดับชาติ ที่มีการเอาเรื่องเบสโทรศัพท์มาใช้  เจออยู่บ้างในบางจังหวัด ฉะนั้นเป็นการเปิดโลกทัศน์ที่ดีมาก ขอให้ใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่มีอยู่มาประกอบหลักฐานในสำนวน จะเป็นประโยชน์ในการพิจารณาของคณะกรรมการเป็นอย่างยิ่ง

ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) แถลงกรณีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน จัดงานเสวนาครบรอบ 2 ปีเลือก สว.ว่า  นายพริษฐ์และบุคคลหลายท่านได้ร่วมกันกล่าวหา รวมถึงเป็นการนำเสนอแบบคลิกเบต ซึ่งเป็นไปตามสไตล์ลัทธิส้ม เน้นยอดไลก์ยอดแชร์และความสะใจ ไม่เน้นข้อเท็จจริง ตนอยากฝากไปถึง กกต.ให้ช่วยตรวจสอบข้อมูล หลักฐานต่างๆ ที่ปรากฏภายในการเสวนา ว่าอยู่ในสำนวนของทาง กกต.หรือไม่ หากอยู่ในสำนวน การเปิดเผยของนายพริษฐ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และหากไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทาง กกต.จะดำเนินการกับสิ่งที่เป็นหลักฐานต่างๆ อย่างไร เพราะความเสียหายได้เกิดขึ้นแล้วกับ สว.ที่ถูกกล่าวหา.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ซีดาน’สานต่อภารกิจใหญ่ ‘ฝรั่งเศส’ยุคทองต้องถึงฝัน

ถือเป็นการปิดฉากยุคทองอันยาวนานถึง 14 ปี ของดิดิเยร์ เดส์ช็องส์ หลังการปราชัยต่อทีมชาติสเปน 0-2 แบบหมดหนทางสู้ ในฟุตบอลโลก 2026 กับการอำลาตำแหน่ง "กุนซือใหญ่" ถือเป็นการเปิดหน้าประวัติศาสตร์ของทัพ "ตราไก่" อย่างเป็นทางการ

กสถ.เคาะเลิกบรรจุ5.8พัน

มติ "กสถ.” ชงชื่อ ขรก. 5,814 รายให้ "คณะกรรมการกลาง” สั่งเพิกถอนบรรจุ 23  ก.ค.นี้ “นายกฯ” มานั่ง ปธ.เอง