"เอกนิติ" แย้มข่าวดี! ฟังเสียงสะท้อนร้านค้า-ประชาชนเรียกร้องต่ออายุ "ไทยช่วยไทยพลัส" อีก 1-2 เดือน คาดได้ข้อสรุปไม่เกินสิ้นเดือน ยันยังมีเม็ดเงินเพียงพอรองรับ คลังเปิดตัว "สินเชื่อ AI นกกระซิบ" ใช้ยอดขายจริงจากแอปพลิเคชันถุงเงิน ช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบ ปิดช่องกู้เงินด่วนตามเสาไฟฟ้า
เมื่อวันที่ 10 กันยายน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อเสนอเรื่องการต่ออายุโครงการไทยช่วยไทยพลัส หลังจากมีเสียงสะท้อนจากประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าตามท้องตลาดว่า อยากให้มีการต่ออายุมาตรการเพิ่มอีก 1-2 เดือน ซึ่งยืนยันว่ากระทรวงการคลังและรัฐบาลยินดีและพร้อมรับฟังเสียงของประชาชนทุกส่วน โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 2-3 สัปดาห์ หรือไม่เกินเดือน ก.ย.นี้
ทั้งนี้ ยืนยันว่าหากมีข้อสรุปว่าจะมีการต่ออายุโครงการไทยช่วยไทยพลัส รัฐบาลยังมีเม็ดเงินจากพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 (พ.ร.ก.กู้เงิน) วงเงิน 4 แสนล้านบาท เพียงพอรองรับ เพราะสาเหตุสำคัญที่รัฐบาลทำโครงการไทยช่วยไทยพลัส มาจากวิกฤตพลังงาน จากผลกระทบของสงครามตะวันออกกลาง ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น ดังนั้นหากปัจจัยหลักเรื่องวิกฤตพลังงานยังไม่หายไป รัฐบาลจะนำมาเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาว่าจะต่อหรือไม่ต่ออายุโครงการ
“เม็ดเงินยังมีเหลืออยู่ แต่วันนี้มีหลายปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณา โดยเฉพาะวิกฤตพลังงาน ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดพบว่ายังมีการยิงกันอีก ผมคิดว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกจากนี้ก็อาจจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก ส่วนจะมีการปรับสูตรจาก 60/40 ด้วยหรือไม่นั้น ก็ขอรับไปพิจารณาด้วยเช่นเดียวกัน โดยผมคิดว่าจะต้องรีบพิจารณาในส่วนนี้ เพราะรัฐบาลยังมีเป้าหมายที่ต้องการช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนอยู่ ซึ่งโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่ผ่านมาได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี ว่าช่วยคนไทยลดค่าครองชีพจากวิกฤตพลังงานได้เยอะ และที่สำคัญยังช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าในโครงการมีกำลังใจ มีพลังจากการขายของได้มากขึ้น” นายเอกนิติระบุ
โดยปัจจุบันมีประชาชนที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสราว 26 ล้านคน และมีอีก 13 ล้านคน อยู่ในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมเป็นราว 40 ล้านคน ขณะที่มีร้านค้าที่อยู่ในแอปพลิชันถุงเงิน ราว 1.2 ล้านร้านค้าทั่วประเทศ และตั้งแต่เริ่มต้นโครงการจนถึง 9 ก.ย.2569 พบว่ามีเม็ดเงินหมุนเวียนและกระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 1.5 แสนล้านบาท โดยเม็ดเงินราว 16-17% อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งร้านค้าที่ได้รับประโยชน์ส่วนใหญ่เป็นร้านค้ารายเล็ก
วันเดียวกัน นายเอกนิติเปิดตัวโครงการ "สินเชื่อ AI นกกระซิบ" พร้อมกล่าวว่า มีเป้าหมายเพื่อช่วยผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ประกอบการรายย่อย และเอสเอ็มอีให้เข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้น โดยนำข้อมูลยอดขายที่เกิดขึ้นจริงจากการทำธุรกิจมาใช้เป็นข้อมูลเพิ่มเติมในการประเมินศักยภาพของผู้ประกอบการ เพื่อให้การยื่นขอสินเชื่อสะดวกและมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้มากขึ้น โดย AI นกกระซิบ จะเป็นผู้ช่วยฟรีๆ ในแอปพลิเคชันถุงเงินบนมือถือ เพียงเข้าไปกดวิเคราะห์ยอดขาย อยากได้สินเชื่อไม่ต้องไปดูป้ายเงินด่วนตามเสาไฟฟ้าแล้ว แต่ไปกดขอสินเชื่อบนแอปได้เลย
ส่วนกรณีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับประสิทธิผลของโครงการคนละครึ่งพลัส ที่พบว่าร้านค้ากลุ่ม top 20 สามารถดึงดูดเม็ดเงินจากโครงการไปได้ 70-80% นั้น พบว่า ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการมียอดขายเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 500-600% และแม้จะจบโครงการไปแล้ว แต่ด้วยที่เคยมีโครงการอัปสกิล รีสกิล ช่วยสอนเรื่องการขายออนไลน์ ทำให้ร้านค้าเหล่านั้นยังมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกราว 200% สะท้อนว่าภาพรวมร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการยังมีรายได้เพิ่มขึ้น ดังนั้นวันนี้อยากให้มองว่าโครงการที่รัฐบาลดำเนินการนี้ เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ร้านค้าขายเก่ง และรวยขึ้น ขณะที่ในมุมของภาพรวมเศรษฐกิจนั้น รัฐบาลจะพยายามทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น เพื่อให้พ่อค้าแม่ขายมียอดขายดีขึ้นตามไปด้วย
ด้านนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการได้ ดังนี้ สินเชื่อนกกระซิบเพื่อร้านค้าถุงเงิน ของธนาคารกรุงไทย ประกอบด้วย 1.สินเชื่อเอสเอ็มอีไซส์เล็ก วงเงินสินเชื่อสูงสุด 3 ล้านบาทต่อราย ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 3.5% ต่อปี คงที่ใน 2 ปีแรก และ 2.สินเชื่อสิบหมื่น วงเงินสินเชื่อสูงสุด 500,000 บาทต่อราย ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 11% ต่อปี และผ่อนเริ่มต้นที่ 500 บาทต่อเดือน
สินเชื่อออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ ของธนาคารออมสิน โดยอนุมัติวงเงินสินเชื่อสูงสุด 50,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยคงที่ 0.75% ต่อเดือน ไม่ต้องใช้หลักประกัน และไม่คิดค่าธรรมเนียมในการขอสินเชื่อ, โครงการค้ำประกันสินเชื่อของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ได้แก่ โครงการค้ำประกันสินเชื่อ และโครงการค้ำประกันสินเชื่อเครดิตพลัส โดยมีวงเงินค้ำประกันต่อรายเริ่มต้นที่ 5,000 บาท ถึง 100 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมการค้ำประกันเริ่มต้นที่ 1% ต่อปี
นอกจากนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ยังร่วมจัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่อภายใต้โครงการสินเชื่อ AI นกกระซิบ เพื่อรองรับความต้องการด้านเงินทุนหมุนเวียน สภาพคล่อง และการขยายกิจการของผู้ประกอบการในแต่ละกลุ่มด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พิพัฒน์ท้า‘ลิซ่า’ ให้เปิดหลักฐาน ไม่สอบก็ได้บรรจุ
“พิพัฒน์” กระทุ้ง “ลิซ่า” เปิดหลักฐาน ปมแฉเส้นใหญ่ไม่ต้องสอบก็ได้บรรจุ ซัดอย่าพูดลอยๆ หวังสร้างคะแนนนิยม
สส.ส้มไล่บี้กกต. สนธิขู่ม็อบใหญ่ ถ้าสวนทางปชช.
“สนธิ” ขู่นัดชุมนุมใหญ่หากมติ กกต.ปมเลือก สว.ค้านสายตาประชาชน
เตือนอิสราเอลเคารพกม.ไทย
"สนธิ-คปท." นำมวลชนบุกสถานทูตอิสราเอล เรียกร้อง 4 ข้อ คุมพลเมืองเคารพกฎหมายไทย ไม่ปกป้องผู้กระทำผิด
14กย.มีเรื่องสุดช็อก ‘ศุภชัย’โต้ฟ้อง229ฮั้วสว.ผลไม้พิษล้มภท.-สภาไฟเขียวงบฯ70
ฉลุย! มติสภาไฟเขียวร่าง พ.ร.บ.งบ 70 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท วาระ 3 เห็นด้วย 338 เสียง
เขาตะเวเดือดวิสามัญโจรใต้
ปะทะเดือดเทือกเขาตะเว! นปพ.ร่วมนราธิวาสปะทะโจรใต้เสียชีวิต 1 ราย
ตร.บุกยิงครูดับกลางรร. มท.3บี้ล้อมคอกเยียวยา
ช็อก! ร.ต.ต.บุกยิงครูดับกลาง รร.อนุบาล ท่ามกลางความตกใจของเด็กนักเรียน พบทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน "มท.3" ลงพื้นที่ทันที สั่งเร่งช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบ จ่อยกระดับ รปภ.โรงเรียนเข้มงวดขึ้น "ปชน." จ่อยื่น กม.คุมเข้มความปลอดภัยในสถานศึกษา หลังเกิดเหตุรุนแรงถี่ขึ้น

