เตือนอิสราเอลเคารพกม.ไทย

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 10 กันยายน ที่บริเวณด้านหน้าอาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์ 2 (Ocean Tower ll) ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย อยู่ชั้น 25 สุขุมวิท 21 ซอย 3  เขตวัฒนา กรุงเทพฯ นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์, นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที ผู้ดำเนินรายการสถานีข่าว NEWS1 ร่วมกับแกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย  (คปท.) อาทิ นายนิติธร ล้ำเหลือ, นายพิชิต ไชยมงคล, นายนัสเซอร์ ยีหมะ พร้อมแนวร่วม นัดหมายยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง ดร.อโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย  ในเวลา 09.30 น.

โดยผู้ชุมนุมมีการถือป้ายข้อความเชิงสัญลักษณ์ อาทิ  "STOP ISRAEL อาชญากรโลก World Criminal ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในปาเลสไตน์  ทำไมต้องต้อนรับคนแบบนี้ ทำร้ายคนไทย ยึดพื้นที่",  "THAILAND welcomes Tourist NOT WAR CRIMINALS", "STOP THE GENOCIDE",    "ธรรมชาติอันสวยงาม ไม่ได้มีไว้ให้ต่างชาติมายึดครอง" เป็นต้น

ทั้งนี้ ปรากฏกลุ่มแนวร่วม Palestine Solidarity Campaign Thailand (PSC) นำโดยนายสมชาย สายสวัสดิ์ รองประธานสมาพันธ์อัลกุดส์นานาชาติแห่งประเทศไทย และนายสิรณัฐ สมุทร หรือ “ทราย สก๊อต” เข้าร่วมกิจกรรมด้วย  โดยมีผู้ชุมนุมกว่า 200 คน

จากนั้นแกนนำขึ้นปราศรัยบนรถเครื่องขยายเสียง โดยนายพิชิต ไชยมงคล กล่าวถึงการเข้ามาของชาวอิสราเอลว่า ไม่ใช่เพียงการเผยแพร่ศาสนา  หากเป็นการเผยแพร่ศาสนา เหตุใดคนไทยหรือแม้แต่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายพลพีร์ สุวรรณฉวี) จึงไม่สามารถเข้าไปยังพื้นที่ชาบัดได้ ทั้งที่ชาวคริสต์ ชาวมุสลิม หรือชาวไทยพุทธ สามารถเข้าไปยังโบสถ์หรือมัสยิดได้ จึงเปรียบเสมือนประเทศไทยกำลังเสียดินแดน และตั้งคำถามว่าพื้นที่ชาบัดเป็นพื้นที่ปฏิบัติการทางความมั่นคงของอิสราเอลหรือ

"ขณะนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในสถานะที่สูญเสียอธิปไตยภายในประเทศผ่านการใช้ชาบัดเป็นเครื่องมือ องค์กรดังกล่าวไม่ใช่องค์กรทางศาสนา  แต่เป็นเครื่องมือสำหรับยึดครองพื้นที่ อิสราเอลกำลังใช้พื้นที่ของชาบัดเป็นแหล่งมั่วสุมกองกำลังด้วยหรือไม่" นายพิชิตกล่าว

เวลาประมาณ 10.15 น. นายสนธิขึ้นเวทีและแจ้งต่อผู้ชุมนุมว่า ทางสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลฯ แจ้งว่า วันนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ทำงาน แต่พร้อมให้เข้าพบเอกอัครราชทูตอิสราเอลแบบตัวต่อตัวในโอกาสต่อไป แต่ได้ปฏิเสธการเข้าพบเป็นการส่วนตัว เนื่องจากเห็นว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการเคลื่อนไหวในนามประชาชน

จากนั้นนายสนธิได้อ่านจดหมายเปิดผนึกถึงสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลฯ เป็นภาษาอังกฤษ  ตามด้วยภาษาไทย เรียกร้องให้รัฐบาลอิสราเอลและสถานเอกอัครราชทูตดำเนินมาตรการอย่างเป็นรูปธรรม โดยกล่าวถึงปัญหาพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวและพลเมืองอิสราเอลบางส่วนในประเทศไทย ทั้งการละเมิดกฎหมาย การสร้างความเดือดร้อนแก่ชุมชน การไม่เคารพวัฒนธรรมท้องถิ่น รวมถึงกรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับการชำระค่าบริการและการฉ้อโกง

จดหมายยังกล่าวถึงการขยายตัวของศูนย์ชาบัด (Chabad) และการถือครองที่ดินในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา โดยเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการถือครองที่ดิน การดำเนินงานของศูนย์ชาบัด ตลอดจนองค์กรที่เกี่ยวข้องว่าเป็นไปตามกฎหมายไทยหรือไม่

นายสนธิยังกล่าวหาและตั้งข้อสังเกตหลายประการเกี่ยวกับการเข้ามาตั้งถิ่นฐานและประกอบธุรกิจของชาวอิสราเอลในประเทศไทย รวมถึงการใช้นอมินีถือครองทรัพย์สิน โดยเชื่อมโยงกับกรณีที่เจ้าหน้าที่ไทยดำเนินคดีกับธุรกิจและผู้ถือครองทรัพย์สินแทนนายทุนต่างชาติ คือวิธีการที่จะครอบงำประเทศไทยและฮุบประเทศไทย

นอกจากนี้ จดหมายยังวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลอิสราเอลต่อชาวปาเลสไตน์และสถานการณ์ในฉนวนกาซา โดยกล่าวหาว่ามีการใช้กำลังที่ส่งผลกระทบต่อพลเรือน โรงพยาบาลและสถานศึกษา พร้อมเรียกร้องให้อิสราเอลยุติการใช้ความรุนแรงต่อพลเรือน และปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

จี้อิสราเอล 4 ข้อ

ทั้งนี้ นายสนธิและกลุ่มผู้ชุมนุมได้ยื่นข้อเรียกร้องสถานเอกอัครราชทูตและรัฐบาลอิสราเอล 4 ข้อ 1.ควบคุมพลเมืองของตนเองทันที บังคับใช้มาตรการอบรมและกำชับนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลทุกคนที่จะเดินทางมาประเทศไทย ให้เคารพกฎหมาย วัฒนธรรม และคนท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด 2.ไม่ปกป้องผู้กระทำผิด ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานไทยอย่างเต็มที่ในการดำเนินคดีทางกฎหมายขั้นเด็ดขาดต่อพลเมืองอิสราเอลที่ก่ออาชญากรรมหรือสร้างความเดือดร้อน 3.เปิดเผยและโปร่งใสในการตรวจสอบที่ดินและองค์กร ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการตรวจสอบการครอบครองที่ดินในจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงการดำเนินงานของศูนย์ Chabad และองค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งหมดภายใต้กฎหมายไทยอย่างตรงไปตรงมา 4.ส่งสารแห่งความไม่พอใจอย่างรุนแรงนี้ไปยังกระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาลอิสราเอล ให้ยุติการกระทำอันเหี้ยมโหดต่อพลเรือน โรงพยาบาล และโรงเรียน และปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

นายสนธิระบุตอนท้ายว่า ต้องการคำตอบในลักษณะของมาตรการที่นำไปปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่เพียงหนังสือตอบรับตามขั้นตอนทางการทูต พร้อมย้ำว่า คนไทยให้เกียรติผู้มาเยือนเสมอ แต่แขกต้องเคารพเจ้าของบ้าน หากผู้ใดเข้ามาแล้วละเมิดกฎหมาย ก่อความวุ่นวาย แสดงท่าทีคุกคามความสงบสุขของประชาชน และต้องการครอบครองดินแดนของประเทศไทย ประชาชนไทยมีสิทธิและพร้อมที่จะลุกขึ้นมาปกป้องบ้านของตัวเอง

กระทั่งเวลา 11.05 น. กลุ่มผู้ชุมนุมยุติกิจกรรม  ก่อนที่มวลชนจะทยอยแยกย้ายเดินทางกลับ

หลังอ่านแถลงการณ์ นายสนธิให้สัมภาษณ์ว่า  วันนี้พวกเราถูกถากถางว่าเป็นม็อบน้ำหมาก จึงขอนัดหมายเดินสายไปทั่วประเทศ เริ่มในเดือน ก.ย.นี้  โดยจะไปที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ภูเก็ต ชลบุรี จันทบุรี ขอนแก่น คนที่ควรกังวลคือรัฐบาล เพราะตนไม่ได้ล้มรัฐบาลแต่มากดดัน พร้อมเรียกร้องให้คนที่เห็นด้วยออกมาร่วมกัน

เมื่อถามว่า การที่จะเดินทางไปหลายจังหวัด ทำไมไม่ไปที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นต้นสายปลายเหตุในเรื่องนี้ นายสนธิกล่าวว่า บุรีรัมย์มีคนผูกขาดอยู่แล้ว คือ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส อย่าไปยุ่ง ส่วนกรณีทุนเทา จีนเทา  มีแน่นอน ตนจะไปจัดเวทีที่ จ.ชลบุรี

เมื่อถามต่อถึงความสัมพันธ์กับประเทศอิสราเอล หวั่นกระทบหรือไม่ เนื่องจากมีแรงงานไทยทำงานอยู่จำนวนมาก นายสนธิกล่าวว่า ทุกคนเข้าใจผิดเรื่องแรงงาน อิสราเอลต้องการพึ่งพาแรงงานไทย เพราะคนไทยเห็นแก่เงิน และน่าเห็นใจ  เสียชีวิตในอิสราเอลช่วงสงครามอิหร่านหลายคน  แต่ถูกปิดเป็นความลับ ส่วนเรื่องความเป็นอยู่และความอยู่รอดปลอดภัยนั้น ก็เป็นเรื่องของเขาที่ต้องดูแลตัวเอง ฉะนั้นอิสราเอลจะยุติไม่รับแรงงานไปก็เรื่องของเขา และแรงงานไทยเป็นแรงงานเดียวที่ไม่กลัวตาย ขอแค่จ่ายเงินมา

ถามว่า มีอะไรอยากฝากถึงนายกฯ อนุทินโดยตรงหรือไม่ นายสนธิกล่าวว่า ไม่ต้องฝากถึง เพราะเขาเป็นคนฉลาด ทุกคนในประเทศไทยโง่กว่าเขาหมด ส่วนกรณีที่นายกฯ ระบุว่าคนไทยไม่ได้ติดหนี้ใคร นายสนธิระบุว่า 400,000 ล้านบาทที่กู้มานั้นติดหนี้ใคร พูดจายังไม่รู้สี่รู้แปดว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

"ไม่ต้องเลย ผมไม่สนใจใครแม้แต่นิดเดียว เพราะวันนี้ผมสีธงชาติ จะเสื้อแดงเสื้อโน่นเสื้อนี่ผมไม่แคร์ ขอให้มีจุดยืนเหมือนผม เพราะประเทศเรากำลังฉิบหายวายป่วง อยากเรียกร้องให้เรากดดันรัฐบาลให้ทำในสิ่งที่เห็นว่าประเทศไทยควรมีสิ่งพวกนี้ ขับไล่พวกสีเทาออกไปเพื่อยึดแผ่นดินไทยคืนมา" นายสนธิกล่าวเมื่อถามว่าจะมีการดึงพันธมิตรเก่าในอดีตมาร่วมชุมนุมด้วยหรือไม่

อย่าใช้ ปชช.เป็นเครื่องมือ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า การชุมนุมเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ เป็นสิทธิโดยชอบธรรมหากการชุมนุมนั้นเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ  สิ่งที่ตนและทีมโฆษกฯ ตั้งใจรับฟังความอัดอั้นตันใจ ความไม่สบายใจ และความไม่เข้าใจต่างๆ  สามารถส่งข้อมูลมาพูดคุยได้ อยากให้เราขับเคลื่อนเรื่องอะไร หรือนำเรื่องอะไรไปบอกใคร เป็นหน้าที่ของเราที่ยินดีจะทำ อยากให้ประชาชนดูให้รอบด้าน ในการดำเนินการที่หวังผลทางการเมืองอาจจะใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือ การออกมาเคลื่อนไหวแล้วมีผลประโยชน์มีคะแนนกับกลุ่มการเมืองนั้น ต้องดูว่ากิจกรรมแต่ละอย่างประชาชนได้ผลหรือประโยชน์อย่างไร

 “ที่ผ่านมาการเคลื่อนไหวทางการเมือง ประชาชนถูกนำมาเป็นเครื่องมือ หรือประชาชนเสียสละออกมาเคลื่อนไหว มีการเสียชีวิตและบาดเจ็บถูกดำเนินคดี หรือบางคนยังอยู่ในเรือนจำ คิดว่าคนที่อยู่ในแวดวงการเมืองต้องตระหนักให้เยอะว่า ประชาชนเสียสละมามากพอแล้ว หากคนที่อยู่ในแวดวงการเมืองสามารถพูดคุยกันในระบบ ในสภา  ในช่องทางที่มีจุดหมาย มีระเบียบรองรับ น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดกับประเทศชาติ” นายเอกภพกล่าว

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม กล่าวว่า นายสนธิเชิญชวนลงถนนมาหลายครั้งแล้ว ส่วนที่ไปสถานทูตอิสราเอลจะได้ผลหรือไม่ อยู่ที่เขามีเหตุผลอะไรในการที่จะไปทำให้ผู้ที่ใช้รถใช้ถนนใน กทม.ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งถ้าจะนำม็อบลงถนนแล้วอยู่ในที่ตั้ง ไม่ได้กระทบกับการเดินทางของประชาชนใน กทม.และปริมณฑล ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าไปทำให้มีผลกระทบต่อผู้ใช้รถใช้ถนนจนได้รับความเดือดร้อน  ต้องขออนุญาตก่อนตามกฎหมาย ส่วนนายสนธิจะใช้สิทธิหรือใช้อะไรก็เป็นเรื่องของเขา

ด้านนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติธรรมดาของคนที่มีความเห็นต่างกับรัฐบาล และอยากจะแสดงออก ซึ่งกฎหมายบ้านเรายังคุ้มครองสิทธิ เพียงแต่สิทธินั้นอย่าไปกระทบกับคนอื่น นายกฯ ไม่ได้กังวลใจเรื่องเหล่านี้เลย เพียงแต่ได้ฝากให้ตนดูแลเวลามีประชาชนมาชุมนุมเรื่องต่างๆ ก็ขอให้ดูแลให้ดี ถ้าประชาชนกังวลใจเรื่องอะไรหรือมายื่นหนังสือ ก็มอบหมายให้ตนไปรับหนังสือและสร้างความเข้าใจ สื่อสารและให้โอกาสประชาชนได้แสดงความคิดเห็นในมุมมองที่เห็นต่างกับรัฐบาล.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สนธิ-คปท.' บุกสถานทูตอิสราเอล ยื่น 4 ข้อ จี้คุมพลเมือง-เปิดตรวจที่ดิน 'ชาบัด'

“สนธิ-คปท.-มวลชน ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงทูตอิสราเอล เรียกร้อง 4 ข้อ คุมพลเมืองเคารพกฎหมายไทย ไม่ปกป้องผู้กระทำผิด เปิดทางตรวจสอบการถือครองที่ดิน

ขีดเส้นตายคดีฮั้วสว.229คน แม่น้ำร้อยสายรุมสกรัม'กกต.'

ใกล้ถึงวันดีเดย์ 14 ก.ย. ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน ภายใต้การนำของ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. เตรียมนัดประชุมนัดประวัติศาสตร์เพื่อลงมติชี้ขาดสำนวนคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือที่เรียกกันติดปากว่า “คดีฮั้ว สว.” มหากาพย์สำนวนร้อนที่ลากยาวข้ามปี ทว่าก่อนจะถึงวันดีเดย์ กกต.ตกเป็นเป้าตำบลกระสุนตกชนิดที่ขยับตัวก้าวไหนก็มีแต่กับระเบิดรออยู่