เน่าสนิท! ประชุม "บอร์ด กสทช." ล่มอีกเป็นครั้งที่ 3 เพราะองค์ประชุมไม่ครบ หลัง "3 กรรมการ" เดินออกจากห้องประชุมเพราะไม่ต้องการสังฆกรรมกับประธาน ด้าน "หมอสรณ" ยันไม่ถอย อ้างคำว่าสปิริตเป็นนามธรรม ยันเชื่อมั่นในตัวเองว่าไม่ผิด ขณะที่ "พิรงรอง" ยกกรณี "สุภิญญา" หยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็ไม่เห็นมีปัญหา ม.157
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) จัดการประชุม กสทช. ครั้งที่ 23/2569 (ต่อเนื่อง) แต่การประชุม กสทช.ครั้งนี้ ต้องล่มลงอีกเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 2 สัปดาห์ เพราะองค์ประชุมไม่ครบ โดย ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. สั่งงดการประชุม และนัดหมายประชุม กสทช.นัดต่อไปในสัปดาห์หน้า
รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุม กสทช.กำหนดประชุมในเวลา 09.30 น. ซึ่งก่อนเริ่มประชุม กรรมการ กสทช. 3 ราย ได้แก่ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ, ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต และ รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย ทยอยเดินเข้าห้องประชุม ส่วนกรรมการ กสทช. 2 ราย คือ รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ และนายต่อพงศ์ เสลานนท์ แจ้งลาประชุม และมีกรรมการ กสทช. 1 ราย คือ พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร แจ้งว่าจะประชุมผ่านระบบออนไลน์
ต่อมาเวลาประมาณ 9.33 น. ศ.คลินิก นพ.สรณเดินทางมาถึงหน้าห้องประชุม แต่ทันทีที่ ศ.คลินิก นพ.สรณเดินเข้าไปในห้องประชุมแล้ว ปรากฏว่า กรรมการ กสทช. 3 ราย คือ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์, ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง และ รศ.ดร.ศุภัช เดินออกจากห้องประชุมทันที
ขณะที่ ศ.คลินิก นพ.สรณถามในที่ประชุมว่า “ครบองค์ประชุมหรือไม่” ปรากฏว่าองค์ประชุมไม่ครบ ศ.คลินิก นพ.สรณจึงไม่ได้สั่งเปิดประชุม และเมื่อรอครบ 30 นาที ตามระเบียบฯ ศ.คลินิก นพ.สรณจึงสั่งงดประชุม
หลังจาก กสทช. 3 ราย คือ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์, ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง และ รศ.ดร.ศุภัช เดินออกจากห้องประชุมแล้ว กรรมการ กสทช.ทั้ง 3 ราย ให้สัมภาษณ์สื่อบริเวณห้องโถงของอาคารอำนวยการชั้น 1 โดย ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรองกล่าวว่า ยังคงยืนยันจุดยืนเดิม คือไม่สามารถร่วมประชุมกับ ศ.คลินิก นพ.สรณ ซึ่งคณะกรรมการสรรหา กสทช.มีคำวินิจฉัยว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามและสละสิทธิ์ในตำแหน่ง กสทช.ได้
“จุดยืนเหมือนเดิม คือไม่สามารถร่วมประชุมกับผู้ที่สละสิทธิ์ได้ เรื่องนี้ได้มีคำวินิจฉัยจากคณะกรรมการสรรหา กสทช. ซึ่งมีอำนาจ ดังนั้น ตามกฎหมายแล้วคือถ้าร่วมประชุม และมีการลงมติใดๆ มตินั้นย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย จึงมีความเสี่ยงอย่างร้ายแรง ทั้งทางอาญาและทางปกครอง” ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรองกล่าว
ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรองระบุว่า เมื่อวานได้ฟังคำให้สัมภาษณ์ของ ศ.คลินิก นพ.สรณ ที่พูดว่าที่ท่านต้องทำหน้าที่ต่อไป เพราะกลัวว่าหากหยุดปฏิบัติหน้าที่อาจเสี่ยงผิดกฎหมายอาญา ม.157 ขอเรียนในข้อเท็จจริงว่า เคยมีเหตุการณ์คล้ายๆ กัน กรณี น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ อดีตกรรมการ กสทช. ซึ่งมีคำพิพากษาเป็นที่สุด ท่านก็ยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวในวันนั้นเลย และท่านก็ไม่มีปัญหาเรื่องมาตรา 157 แต่อย่างใด และกรรมการที่เหลืออยู่ก็ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้
“ตอนนั้นท่าน (น.ส.สุภิญญา) ก็ไม่มีปัญหาเรื่อง ม.157 แต่อย่างใด คนที่เหลืออยู่ก็ทำงานกันต่อไป และกว่าจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ท่านพ้นสถานะ กสทช.ก็ผ่านไปอีก 9 เดือน ลองคิดดูว่า ถ้าใช้คำกล่าวอ้างว่า จะผิดมาตรา 157 กรณีคุณสุภิญญาก็ไม่ได้ผิดมาตรา 157
หรือกรณีที่ท่านสรณพูดว่า ถ้าท่านไม่อยู่ แล้วจะประชุมไม่ได้นั้น ก็มีข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่า มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ท่านสรณไปผ่าตัด ที่ประชุมบอร์ดทั้งหมดก็เลือกท่านศุภัชเป็นประธานในที่ประชุม ทำหน้าที่แทน ก็ไม่มีปัญหาอะไร หรือมีครั้งหนึ่ง ท่านสรณไม่ประสงค์จะเข้าประชุมเรื่องควบรวม AIS กับ 3BB ที่ประชุมก็เลือกท่านธนพันธุ์เป็นประธานในที่ประชุม
หรือกรณีที่ท่านเป็นห่วงว่า ถ้าไม่มีท่าน เอกสารทางราชการ ประกาศต่างๆ หรือใบอนุญาตต่างๆ จะไม่มีใครทำ ตรงนี้ในอดีต สมัยท่านธเรศ (พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี อดีตประธาน กสทช.) ก็มีเหตุการณ์ที่บอร์ดทั้งหมดมีมติมอบหมายให้กรรมการคนใดคนหนึ่งสามารถลงนามในเอกสารทางราชการ เช่น ประกาศ หรือใบอนุญาต แทนท่านประธานได้
ทั้งๆ ที่ตอนนั้นท่านธเรศเป็นประธานอยู่ แต่โดยมติกรรมการ กสทช.ทั้งหมด ก็มอบให้ท่านนที ศุกลรัตน์ เป็นผู้ลงนามในประกาศ กสทช.แทน และมีคนไปร้องเรียนว่าทำได้หรือเปล่า ศาลปกครองก็ตัดสินมาแล้วว่าทำได้ ถ้าเป็นมติของบอร์ดทั้งหมด ประเด็นคือ โดยมติบอร์ด โดยกรรมการทั้งหมด สามารถทำงานได้ในทั้ง 3 ประเด็นที่พูด” ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรองกล่าว
ด้าน รศ.ดร.ศุภัชกล่าวว่า เกี่ยวกับประเด็นวอล์กเอาต์ วันนี้เราไม่ได้วอล์กเอาต์ แต่เราไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายรองรับว่าหากมีการตัดสินใจใดๆ ไป แล้วมีปัญหาเกิดขึ้นในภายหลัง จะมีความเสียหายมากกว่าที่เราทำในตอนนี้ และไม่ใช่เพียงกรรมการ กสทช. 3 คนเท่านั้นที่ไม่ได้เข้าประชุม แต่มีกรรมการ กสทช. อีก 1 ท่านที่ไม่เข้าร่วมประชุม กสทช. ทั้ง 3 ครั้งเช่นกัน คือ รศ.ดร.สมภพ จึงมีกรรมการ กสทช.ที่ไม่เข้าร่วมประชุม 4 คน
ส่วน พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์กล่าวว่า "เรา 3 คน 4 คน เกรงว่าจะมีปัญหาในทางกฎหมาย และผมก็เข้าใจว่าท่านยืนยันว่าท่านถูก แต่สรุปสุดท้ายใน กสทช. มันต้องยุติด้วยการลงมติร่วมกัน ซึ่งจุดนี้ผมเสียดายมากว่าท่านไม่ยอมให้มีการหารือในเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น ผมทั้งเรียกร้องในที่ประชุม มีหนังสือเป็นทางการ ซึ่งวันนี้เองผมก็คิดแล้วว่า คงมาในรูปแบบเดิม
ผมคงต้องยืนยันเจตนารมณ์เช่นเดิมว่า หากสถานะของท่านสรณยังไม่ได้ข้อยุติ ผมคงไม่สามารถปฏิบัติงานหรือทำงานร่วมกับท่านได้ ผมยืนยันว่า เราพร้อมทำงาน ไม่ว่าจะเป็น 6 คน ซึ่งพร้อมอยู่แล้ว เพราะไม่มีประเด็นข้อกฎหมายใดๆ หรือ 7 คนก็ได้ หากกรรมการ มีมติชัดเจน” พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ระบุ
ขณะที่ ศ.คลินิก นพ.สรณเปิดแถลงข่าว โดยระบุว่า ตนยังคงปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสทช.ตามปกติ เพราะไม่มีเหตุอันใดที่ทำให้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งตนไม่ยอมรับอำนาจของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ซึ่งการประชุม กสทช.วันนี้ (6 ส.ค.) มีกรรมการ กสทช.เข้าประชุม 3 ท่าน อีก 1 ท่านประชุมผ่านทางออนไลน์ และมีกรรมการ 2 ท่านลาประชุม แต่กรรมการ กสทช. 3 ท่านที่เข้ามาประชุมนั้นเดินออกจากห้องประชุมไป
“เข้ามาก็ทักทายกันดี แต่ท่านก็เดินออก ท่านน่าจะประชุมได้ วันนี้มีวาระเร่งด่วน 34 วาระ ทุกอย่างขอให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เรามี พ.ร.บ. เรามีระเบียบข้อบังคับ เรามีประกาศที่ต้องทำตาม ก็ได้แต่ขอความร่วมมือว่า ประชุมเถอะครับ ผมต้องทำหน้าที่ประธานต่อไป เพราะไม่มีใครสั่งให้ผมหยุดปฏิบัติหน้าที่” ศ.คลินิก นพ.สรณกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข้อเสนอให้ประธาน กสทช.ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่เข้าร่วมประชุม กสทช.ได้หรือไม่ ศ.คลินิก นพ.สรณตอบว่า การประชุมก็เป็นการปฏิบัติหน้าที่ เสียงของผมก็เป็นเพียงเสียงหนึ่ง ฉะนั้นจึงไม่ใช่เป็นเสียงตัดสินในการพิจารณาอะไรก็ตาม อันนี้เป็นบทบาทสำคัญในฐานะกรรมการ
"เพื่อขอความเป็นธรรม อย่างที่เรียน ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ผมทำตามมาตรฐาน ตามกฎหมาย และในทางนิติสัมพันธ์ ผมมีหลักฐานการลาออก ซึ่งส่งท่านประธานวุฒิสภาไปแล้ว แล้วคำวินิจฉัยที่บอกว่าให้สละสิทธิ์ ต้องเกิดก่อนนายกฯ ทูลเกล้าฯ ไม่ใช่เกิดระหว่างรอโปรดเกล้าฯ อันนี้คือความเห็นของกฤษฎีกาในทางกฎหมาย”
เมื่อถามว่า ประธาน กสทช.จะถอยครึ่งก้าวได้หรือไม่ ศ.คลินิก นพ.สรณตอบว่า จะให้ถอยอะไรล่ะ ถ้าใช้คำว่าสปิริต ตนเองทำตามสปิริตในวิชาชีพ ทำถูกกฎหมาย ยังโดนเลยนะ ฉะนั้น คำว่าสปิริตมันเป็นอะไรที่เป็นนามธรรม เป็นสิทธิที่คนแต่ละคนจะคิด ตนตั้งใจมาปฏิบัติหน้าที่ และทำหน้าที่นี้มา 4 ปี 4 เดือนแล้ว ด้วยความตั้งใจ และโดนมรสุมมาตลอดอย่างที่รู้กัน
"เพราะฉะนั้น ผมยังเชื่อในตัวเองว่า ผมไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วเรื่องนี้ก็อยู่ในกระบวนการยุติธรรมแล้ว ก็ขอร่วมมืออีกทีว่า ประชุมร่วมกัน ไม่มีนอกรอบ ให้เป็นไปตามการประชุม กสทช. พิจารณาวาระต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ของชาติและประชาชน” ประธาน กสทช.กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลรั่วทั้ง19กระทรวง หวั่นขายให้‘สแกมเมอร์’
นายกฯ สั่งทุกหน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริงข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล
ไทยหนุนเมียนมา กลับสู่‘อาเซียน’ ตั้งกก.แก้มลพิษ
"อนุทิน” เปิดทำเนียบฯ ต้อนรับ “มิน อ่อง หล่าย” อบอุ่น หารือเต็มคณะชื่นมื่น
ดึงเงินกู้พลังงานใช้ไทยเที่ยวไทย
"ศุภจี” ยังไม่ชง “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เข้า ครม.เดือน ส.ค.นี้
ล้างคนโกงจบ31สค. มท.พร้อมรับมือหากถูกฟ้อง ‘โรม’คาใจตัดตอนการเมือง
"ก.กลาง" ยึดตามมติ "กสถ." ฟันโกงสอบท้องถิ่น 5,925 ราย ส่วน 97 รายรอ ป.ป.ช.
นัดผู้แทนพิเศษดับไฟใต้ วิสามัญโจรยิงตร.ตากใบ
“สีหศักดิ์” เตรียมถกคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล 11 ส.ค. ขับเคลื่อนดับไฟใต้ “บิ๊กราญ” นำทีมวิสามัญฯ 2 โจรใต้ที่ยิงตำรวจตากใบเสียชีวิต "กอ.รมน." เดือด! สวน “ทวี”
‘กสทช.’ล่มซํ้า กก.วอล์กเอาต์ หมอสรณสู้ต่อ
บอร์ด กสทช.ล่มซ้ำ! 4 กรรมการวอล์กเอาต์ หวั่นผิดกฎหมายปมสถานะประธาน "หมอสรณ" ยันทำหน้าที่ต่อ

