ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดช่องอานม้า เร่งส่งตัวไปโรงพยาบาล "บิ๊กดุลย์” ไม่ตอบคำถาม โดรนบินตามแนวชายแดน-เตรียมอพยพชาวกัมพูชากลับบ้านหนองจาน โฆษกกลาโหมก็ไม่ขอออกความเห็น รับมีการประท้วง “โดรน” บินก่อกวนในพื้นที่ชายแดน ชี้เป็นสิทธิสหรัฐ-กัมพูชาฝึกซ้อมรบอังกอร์ เซนตินอล
เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 17 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ กองบัญชาการกองทัพไทย บริเวณพื้นที่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี ซึ่งอยู่ระหว่างการเก็บกู้วัตถุระเบิด ปรากฏว่า จ่าสิบเอก ชาญณรงค์ วงศ์ชนะ สังกัด ร.2 พัน.2 รอ. (กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์) ได้เหยียบทุ่นระเบิด ทำให้ขาขาด เจ้าหน้าที่รีบนำส่งโรงพยาบาล
พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บอกสื่อมวลชนเพียงสั้นๆ ว่า “เดี๋ยวอาทิตย์หน้าคุยกัน” หลังสื่อมวลชนพยายามสอบถามถึงประเด็นที่กล่าวบนเวทีเกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศว่า ไทยไม่จำเป็นต้องผลิตได้ทุกอย่าง แต่ควรเน้นผลิตสิ่งที่จำเป็น และขณะนี้ไทยมีศักยภาพในการผลิตมากน้อยเพียงใด
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงกระแสข่าวว่า ชาวกัมพูชาที่อพยพจากบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว จะกลับเข้ามาในพื้นที่อีกครั้ง รวมถึง “โดรน” ของกัมพูชาที่บินอยู่ตามแนวชายแดน ว่าจะมีการพูดคุยหรือแก้ไขปัญหาระหว่างสองประเทศหรือไม่ โดย พล.ท.อดุลย์ก็ไม่ได้ตอบคำถามแต่อย่างใด ก่อนมอบหมายให้ผู้สื่อข่าวไปสอบถามประเด็นดังกล่าวกับ พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหมแทน
ด้าน พล.ร.ต.สุรสันต์กล่าวว่า ประเด็นนี้ต้องตรวจสอบก่อนเพราะยังไม่มีการยืนยัน ย้ำว่าต้องตรวจสอบรายละเอียดก่อน แต่ก็เป็นการยืนยันหลังมีการพบปะพูดคุยของรัฐบาลและผู้แทนรัฐบาลกับหลายประเทศ และยืนยันเช่นเดียวกันว่า ปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชาเป็นปัญหาระหว่างสองประเทศ ดังนั้นต้องแก้ไขด้วยเวทีทวิภาคี ทั้งสองประเทศพูดคุยเจรจากัน ซึ่งทุกประเทศยืนยันเป็นเสียงเดียวกัน ว่าอยากจะให้ไทยและกัมพูชาพูดคุยกันในลักษณะทวิภาคี จะไม่มีการเข้ามายุ่งในเรื่องนี้ ดังนั้นเรามีกระบวนการและกลไกพร้อมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น JBC, GBC ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในเรื่องของการกำหนดเส้นเขตแดน โดยจะต้องรอฟังการเจรจาพูดคุยผ่านทวิภาคีก่อน
ส่วนกรณีที่กัมพูชาบินโดรนตามแนวชายแดน จะมีวิธีการพูดคุยระหว่างประเทศหรือไม่นั้น พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า เรื่องการบินโดรนหรือแอนตี้โดรน ที่มีข่าวว่ากัมพูชาใช้อยู่นั้น ไทยก็ใช้แนวทางการประท้วง โดยกองกำลังไทยที่อยู่ตามแนวชายแดนส่งหนังสือประท้วง ซึ่งมาตรการในการป้องกันไทยก็มีระบบในการต่อต้านแอนตี้โดรน เป็นลักษณะแอนตี้แอนตี้โดรน ที่เรามีระบบพร้อมอยู่แล้ว และบริษัทเอกชนก็มีความพร้อมในการสนับสนุนในปฏิบัติการดังกล่าวด้วย แต่ไม่ขอลงรายละเอียดในการใช้เทคนิค พร้อมขอสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชน ว่าเรามีระบบในเรื่องของการต่อต้านแอนตี้โดรนของกัมพูชา และมีการข่าวเฝ้าระวังตลอดเวลาว่ากัมพูชามีการใช้ระบบต่างๆ อย่างไร ซึ่งจะนำไปสู่ปฏิบัติการของไทยในการต่อต้านด้วย
ขณะที่กระบวนการเจรจาทวิภาคีและการประชุม JBC ที่ยังชะงักอยู่ มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่กัมพูชาจะมองข้ามช็อต แล้วเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า ในกระบวนการ JBC จะมีการพูดคุยกันอยู่ อย่างน้อยฝ่ายเลขาฯ ก็มีการประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องดูความพร้อมของทั้งสองฝ่ายว่าปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงของ Joint Statement ที่ลงนามเมื่อ 27 ธันวาคม 2568 มากน้อยเพียงใด
เขากล่าวว่า เท่าที่ดูเสียงสะท้อนจากนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ ที่พูดไปว่ากัมพูชายังไม่แสดงความพร้อม ยังมีการยั่วยุ และพยายามพูดคุยในเวทีต่างประเทศในเรื่องของการประท้วงและตำหนิไทย ทั้งๆ ที่สิ่งที่ไทยทำมาปฏิบัติตามมาตรฐานสากลกฎหมายระหว่างประเทศ และ Joint Statement เราทำตามอย่างต่อเนื่องแต่ก็ยังมีการใช้โดรนและแอนตี้โดนมาก่อกวน ซึ่งถือเป็นตัวอย่างของการละเมิด Joint Statement ที่กัมพูชาทำกับไทย ตราบใดที่ยังมีกระบวนการหรือขั้นตอนตรงนี้อยู่ การพูดคุยก็จะเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ เพราะกัมพูชาแสดงความไม่จริงใจในเรื่องการดำเนินการตรงนี้ เหตุใดเราต้องมาคุย หากคุยความไม่จริงใจก็ยังคงอยู่ มันก็จะไม่เกิดประโยชน์ในเรื่องของการเจรจา เพราะมีการละเมิดในสิ่งที่ตกลงไว้
ผู้สื่อข่าวถามว่า การเจรจาไม่เอื้อจะกระทบต่อบรรยากาศตามแนวชายแดนหรือไม่ พล.ร.ต.สุรสันต์ระบุว่า ก็จะมีกองกำลังหน่วยตามแนวชายแดนพูดคุยระดับพื้นที่กับฝ่ายตรงข้ามอยู่เสมอ ซึ่งตนดูแล้วในเรื่องความสัมพันธ์ ระดับหน่วยท้องถิ่นตามแนวชายแดน ถือว่ายังสามารถพูดคุยกันได้ และบางหน่วยก็ฟื้นฟูความสัมพันธ์มาได้ในระดับหนึ่ง เช่นกองกำลังบูรพา กองกำลังสุรนารี ก็มีการพูดคุยระดับ RBC ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน ทุกอย่างต้องจบลงด้วยการเจรจาพูดคุย
เมื่อถามว่า อาจจะเป็นการพูดเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมืองในประเทศหรือไม่ ที่สัญญาว่าชาวกัมพูชาจะได้กลับไปอยู่บ้านหนองจาน พล.ร.ต.สุรสันต์กล่าวว่า ส่วนตัวคงไม่สามารถไปแสดงความคิดเห็นในเรื่องการเมือง หรือมุมมองของฝ่ายกัมพูชาได้ว่าวัตถุประสงค์คืออะไร แต่ท้ายที่สุดแล้วทุกอย่างอยู่ที่ความจริงใจการพูดคุย หากมีความจริงใจพูดคุยกันและปฏิบัติตามที่ตกลงไว้ก็จะกลับไปสู่สันติภาพได้
ถามถึงกรณีกัมพูชาเตรียมรื้อฟื้นความสัมพันธ์ ในการฝึกซ้อมรบร่วมทางทหารภายใต้รหัส อังกอร์ เซนตินอล จะกระทบกับไทยหรือไม่นั้น พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า การฝึกซ้อมระหว่างกัมพูชากับสหรัฐฯ จะเน้นเพื่อการบรรเทาสาธารณะภัยเป็นหลัก มิติของเรื่องการใช้อาวุธจะไม่มีในการฝึกครั้งนี้ ส่วนตัวมองว่าไม่น่าเป็นห่วง แม้ว่าจะมีการฝึกใช้อาวุธก็ตาม แต่มุมมองของตนนั้นมองว่าเป็นสิทธิของประเทศนั้น เพราะเป็นอธิปไตยของเขาในการดำเนินงาน
"สิ่งสำคัญที่อยากจะให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนว่าไทยมีความพร้อม ทั้งกองกำลังตามแนวชายแดน ก็มีการเฝ้าระวังตรวจสอบตามแนวชายแดนตลอด และมีมาตรการรับมือกับภัยคุกคามต่างๆ ข้ามชายแดน เชื่อว่าจากที่ผู้ใหญ่ไปพูดคุยกับสหรัฐอเมริกาหรือจีน ทุกคนก็ยืนยันว่าจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวปัญหาไทยกัมพูชา ขอให้ทั้งสองประเทศพูดคุยกันเอง เจรจาผ่านกลไกทวิภาคีในการพูดคุย" โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เขาตะเวเดือดวิสามัญโจรใต้
ปะทะเดือดเทือกเขาตะเว! นปพ.ร่วมนราธิวาสปะทะโจรใต้เสียชีวิต 1 ราย
ตร.บุกยิงครูดับกลางรร. มท.3บี้ล้อมคอกเยียวยา
ช็อก! ร.ต.ต.บุกยิงครูดับกลาง รร.อนุบาล ท่ามกลางความตกใจของเด็กนักเรียน พบทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน "มท.3" ลงพื้นที่ทันที สั่งเร่งช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบ จ่อยกระดับ รปภ.โรงเรียนเข้มงวดขึ้น "ปชน." จ่อยื่น กม.คุมเข้มความปลอดภัยในสถานศึกษา หลังเกิดเหตุรุนแรงถี่ขึ้น
ภท.รุมฟาด‘เท้ง’ปลุกม็อบ
"พิพัฒน์” โยนถามนายกฯ ปม "ธรรมนัส" ขอผสมน้ำเงิน ขณะที่ "ภท.” โวยพรรคส้มปลุกม็อบกดดัน กกต.คดีฮั้ว สว.
ยื้องบแลกดีลกกต. รบ.ท้าปชน.โชว์หลักฐาน สภาวุ่น!DSIรับใช้นํ้าเงิน
ลากถกงบ 70 เพิ่มอีกวันถึง 10 ก.ย. หลัง สส.ฝ่ายค้าน-ฝ่ายรัฐบาลลงชื่ออภิปรายอื้อ "โสภณ" สั่งงดประชุมสภาฯ ปกติ ลุยถกงบฯ 70 นัดพิเศษต่อ
ศุภจีแย้มข่าวดี ใกล้ปิดดีลภาษี หนูจ่อคุยทรัมป์
“ศุภจี” เผยเจรจาภาษีสหรัฐเป็นไปด้วยดี อีก 1 สัปดาห์ชัดเจน มั่นใจได้ตามดีลเดิม ชี้หากลงตัวพร้อมต่อสาย
โกงสอบไล่ออก-บัญชีดำ ยธ.ยังไม่เด้ง‘อธิบดีDSI’
รัฐบาลเด็ดขาด "โกงสอบเข้า ขรก.-ไล่ออกสถานเดียว" พร้อมทำแบล็กลิสต์กลางห้ามเข้าสอบอีกต่อไป และปฏิรูปกฎหมาย 5 ฉบับ

