"อนุทิน" สวนดรามาเข้าด่านตรวจ ให้คิดเรื่องอื่นดีกว่าอ้างไม่ได้ไปบุรีรัมย์นานแล้ว พอดีผ่านด่านตำรวจไม่รู้ว่าเป็นรถนายกฯ “เต้ มงคลกิตติ์” บุก ตร.ยื่นหนังสือ ผบ.ตร.ตรวจสอบอาวุธปืนของบุคคลการเมืองตั้งแต่ นายกฯ-ภรรยา สส.-สว.และผู้ติดตาม ครอบครองและพกพาถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ย้ำต้องทำอย่างเสมอภาค ยกเว้น จนท.ในพื้นที่เสี่ยง วัยโจ๋ไม่สนนโยบายลุงหนู ตำรวจปากน้ำรวบ 2 วัยรุ่นพกปืนไล่ยิงเยาวชนเจ็บสาหัส 2 ราย ค้นบ้านเจอปืน 4 กระบอกพร้อมกระสุน ส่วนที่ปทุมธานี แม่ร้องสื่อลูกชายวัย 15 ถูกแก๊งวัยรุ่นขี่ จยย.ประกบยิงบาดเจ็บ วอน ตร.ล่าตัวมาดำเนินคดี
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการถูกด่านตรวจค้นอาวุธปืนและยาเสพติดในพื้นที่ ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ตรวจค้นรถระหว่างลงพื้นที่เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า เขาตั้งด่านตรวจปกติ พอดีรถผ่านไป ไม่มีอะไรหรอกอย่าไปคิดอะไรมาก ตั้งด่านตรวจก็ดีแล้ว
เมื่อถามว่า ด่านดังกล่าวจับยาเสพติดได้เยอะ นายอนุทินกล่าวว่า เขาเล่าให้ฟังว่าจับยาเสพติดได้ ซึ่งมีคนที่ขับมอเตอร์ไซค์แล้วขนยา เห็นด่านก็ตกใจมอเตอร์ไซค์คว่ำ
ถามว่า การไปที่ด่านดังกล่าวไม่ได้วางแผนหรือบอกใครไว้ก่อนใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตนไม่ได้ไปบุรีรัมย์มาหลายสัปดาห์แล้ว ต้องแวะไปบ้าง
เมื่อถามอีกว่า พอมีข่าวออกไปแล้วมีดรามา คนออกมาตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการจัดฉากหรือไม่ เพราะตำรวจจะไม่รู้เลยหรือว่าเป็นรถนายกฯ นายอนุทินกล่าวว่า "คิดเรื่องอื่นดีกว่าเนอะ ตำรวจไม่รู้ครับ เพราะไม่มีรถนำ เป็นวันหยุดไม่มีขบวน ผมไปกับทีมส่วนตัว ไม่มีการตั้งแถวรับ ไม่มีการจัดใครมารับทั้งสิ้น"
เต้ร้อง ตร.ตรวจพกปืนคนการเมือง
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคก้าวล้ำ เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อขอให้ตรวจสอบประเด็นเกี่ยวกับการครอบครองและการพกพาอาวุธปืนของบุคคลที่อยู่ในแวดวงการเมือง ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี ภรรยา รัฐมนตรี สส. และ สว. ตลอดจนบุคคลที่ทำหน้าที่ติดตามหรือรักษาความปลอดภัย โดยเน้นย้ำว่าต้องการให้ตรวจสอบว่าอาวุธที่มีการครอบครองนั้นมีทะเบียนถูกต้อง และมีเอกสารอนุญาตให้พกพาตามกฎหมายหรือไม่
นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า ปัจจุบันมีอาวุธปืนที่อยู่ด้วยการครอบครองของประชาชนกว่า 10 ล้านกระบอก แต่นโยบายนายกรัฐมนตรีห้ามพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ ตนจึงมายื่นหนังสือถึง ผบ.ตร.คนปัจจุบันที่เตรียมเกษียณอายุราชการวันที่ 30 กันยายน และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ว่าที่ ผบ.ตร. ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบอาวุธที่เกี่ยวข้องกับบุคคลทางการเมือง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและบุคคลที่เดินทางติดตามบุคคลสำคัญ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงรถที่ใช้ติดตามนักการเมืองและบุคคลสำคัญ
"โดยเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่และขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อให้ทราบว่าอาวุธที่พบ หากมีการตรวจสอบจริง มีเอกสารการครอบครองและการพกพาถูกต้องหรือไม่ และการตรวจสอบควรครอบคลุมอย่างเสมอภาค ไม่ควรยกเว้นเพียงเพราะผู้เกี่ยวข้องมีตำแหน่งทางการเมือง และการตรวจค้นก็ไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เชื่อว่าจะเจอแน่นอน เพราะส่วนใหญ่จะไม่มีใบอนุญาตพกพา หรือ ป.12 และอีกส่วนก็เป็นปืนเถื่อน"
นายมงคลกิตติ์กล่าวถึงประสบการณ์ในช่วงที่ทำงานการเมืองและลงพื้นที่หาเสียงว่า เคยพบเห็นอาวุธในรถของบุคคลที่รู้จัก และไม่ทราบว่าอาวุธดังกล่าวมีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ จึงเห็นว่าประเด็นดังกล่าวควรให้หน่วยงานที่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยตรง ซึ่งข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับการมีอาวุธหรือการไม่มีใบอนุญาตของบุคคลใด ยังจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีอำนาจ ก่อนที่จะสรุปว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมาย
ให้สิทธิ์ จนท.พื้นที่เสี่ยง
หัวหน้าพรรคก้าวล้ำกล่าวถึงกรณีที่บุคคลบางรายมีอาวุธที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง แต่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการพกพา โดยเห็นว่าต้องแยกให้ชัดเจนระหว่าง “การมีอาวุธไว้ในครอบครองอย่างถูกต้อง” กับ “การนำอาวุธติดตัวหรือพกพา” ซึ่งอาจอยู่ภายใต้เงื่อนไขทางกฎหมายที่แตกต่างกัน เช่น สถานการณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หากเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงต้องนำอาวุธไปเก็บไว้ที่หน่วยงานเมื่อหมดเวลาปฏิบัติหน้าที่ อาจเกิดช่องว่างในช่วงเดินทางกลับบ้านหรือเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่อเนื่อง จึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาว่าควรมีกฎ หรือข้อยกเว้นเฉพาะสำหรับเจ้าหน้าที่ที่มีภารกิจด้านความปลอดภัยหรือไม่
พร้อมยกตัวอย่างเจ้าหน้าที่ตำรวจสายสืบหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปราม ซึ่งบางครั้งต้องปฏิบัติภารกิจนอกเวลาราชการหรือทำงานต่อเนื่อง หากเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างการเดินทางอาจมีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ในการป้องกันตัว จึงเสนอให้มีการออกกฎระเบียบเกี่ยวกับการพกพาอาวุธของเจ้าหน้าที่รัฐ พิจารณาจากลักษณะงาน ความเสี่ยง และพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างรอบคอบ โดยย้ำว่า ต้องไม่ทำให้เกิดช่องว่างที่กระทบต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่
นายมงคลกิตติ์กล่าวถึงปัญหาความรุนแรงและการกลั่นแกล้งในสถานศึกษา โดยเฉพาะการบูลลีระหว่างนักเรียน รวมถึงการด่าทอกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ได้เสนอแนวคิดให้สถานศึกษามีบุคคลหรือกลุ่มนักเรียน ที่ผ่านการฝึกอบรมด้านการระงับเหตุและการช่วยป้องกันความขัดแย้งในโรงเรียน ซึ่งเรียกว่า “มาเฟียสีขาว” โดยให้ทำหน้าที่ในเชิงป้องกัน ช่วยห้ามปราม หรือแจ้งครูและผู้รับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหา เพื่อให้โรงเรียนสามารถจัดการความขัดแย้งตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนลุกลามกลายเป็นเหตุรุนแรงหรือเข้าสู่กระบวนการทางอาญา พร้อมเสนอให้พิจารณาสร้างระบบการดูแลนักเรียนตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย
วันเดียวกันเวลา 15.00 น. ที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.จักรกฤช ศรีโรจนากูร ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ พ.ต.ท.ยอดรัก กิตติลัภนะรัตน์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ไมตรี บูรณทอง รอง ผกก.ป. ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม 2 วัยรุ่นก่อเหตุยิงเยาวชน 2 คน ได้แก่ นายจักรภัทร อายุ 17 ปี ถูกยิงเข้าที่ชายโครงด้านซ้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้า ได้รับการผ่าตัดขณะนี้พักอยู่ห้องไอซียู และนายภูมิพัฒน์ อายุ 17 ปี ถูกยิงเข้าที่ต้นขาขวา ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านพักแล้วพบกลุ่มวัยรุ่นคู่กรณี เหตุเกิดเมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 17 ส.ค. ที่ถนนศรีนครินทร์ โค้งโรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการ ต.บางเมือง อ.เมืองสมุทรปราการ
โจ๋ห้าวใช้ปืนไล่ยิงกัน
หลังเกิดเหตุตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ และชุดสืบสวนของจังหวัดสมุทรปราการ ได้ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุไล่ดูกล้องวงจรปืด จนพบว่ากลุ่มวัยรุ่น 2 คนที่ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์มากัน 2 คัน และขี่หลบหนีกลับบ้านพักในหมู่บ้านพฤกษา 3 ตำบลบางเพรียง อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ตำรวจจึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวนายธนภูมิ (เกอร์) มณีฤทธิ์ อายุ 19 ปี ที่เป็นมือปืนก่อเหตุยิงวัยรุ่น 2 คนได้รับบาดเจ็บ จากการตรวจสอบประวัติเคยก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงวัยรุ่นมาก่อน และนายวุฒินันท์ หรือยะ อายุ 16 ปี ตรวจค้นรถจักรยานยนต์และในบ้านพัก พบอาวุธปืนแบลงก์กันดัดแปลง จำนวน 4 กระบอก กระสุนปืนขนาด .380 จำนวนหลายนัด อาวุธมีดพก จำนวน 5 เล่ม
ด้าน พล.ต.ต.ภูมินทร์กล่าวว่า เบื้องต้นแจ้งข้อหา 2 วัยรุ่น พยายามฆ่า พกพาอาวุธปืนติดตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผย หรือไม่มีเหตุสมควร นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ที่ จ.ปทุมธานี น.ส.กนกวรรณ อายุ 36 ปี เข้าร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน หลังนายณัฐพล อายุ 15 ปี บุตรชาย ถูกกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรย.านยนต์ประกบ ก่อนใช้อาวุธปืนยิงจนได้รับบาดเจ็บขณะเดินทางไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ โดยเหตุเกิดบริเวณสี่แยกคอสะพานวัดศรีคัคณางค์ (วัดหัวช้าง) หมู่ที่ 3 ตำบลบึงชำอ้อ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี
น.ส.กนกวรรณเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.ของวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ขณะที่บุตรชายเดินทางไปกับพี่ชายเพื่อซื้อของกิน โดยมีเพื่อนของพี่ชายเป็นผู้ขี่รถจักรยานยนต์ พี่ชายนั่งกลาง ส่วนนายณัฐพลนั่งซ้อนท้ายสุด เมื่อมาถึงบริเวณจุดเกิดเหตุได้มีกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์จำนวน 2 คันเข้ามาประกบ ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงเข้าใส่ ส่งผลให้กระสุนถูกบริเวณหน้าแข้งขวาของนายณัฐพลจนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นจึงรีบนำตัวส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลหนองเสือ
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลหนองเสือ เพื่อเข้าเยี่ยมและสอบถามนายณัฐพลถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยนายณัฐพลเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนเดินทางไปกับพี่ชายเพื่อซื้อของกินตามปกติ ยืนยันว่าตนไม่เคยมีปัญหาหรือเรื่องบาดหมางกับใคร และไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้ากลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุมาก่อน จึงไม่ทราบถึงสาเหตุที่อีกฝ่ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ตน
ด้าน น.ส.กนกวรรณกล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ตนตัดสินใจร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน เนื่องจากต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามคดีอย่างจริงจัง เพราะบุตรชายยืนยันว่าไม่รู้จักและไม่เคยมีเรื่องกับกลุ่มผู้ก่อเหตุมาก่อน อีกทั้งเหตุการณ์ลักษณะนี้ได้สร้างความหวาดกลัวและความไม่ปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว เพราะเกรงว่าหากยังจับกุมตัวไม่ได้ อาจไปก่อเหตุซ้ำกับประชาชนรายอื่น และสร้างความไม่ปลอดภัยแก่คนในพื้นที่ต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศุภจีแย้มข่าวดี ใกล้ปิดดีลภาษี หนูจ่อคุยทรัมป์
“ศุภจี” เผยเจรจาภาษีสหรัฐเป็นไปด้วยดี อีก 1 สัปดาห์ชัดเจน มั่นใจได้ตามดีลเดิม ชี้หากลงตัวพร้อมต่อสาย
เคาะ‘Hanwha’เรือฟริเกต แนะไทยรับมือวิกฤตใหม่
ทร.ประกาศผล "บ.Hanwha" ได้รับเลือกต่อเรือ "ฟริเกต" 1 ลำ เสนอราคา 16,730 ล้านบาท
โกงสอบไล่ออก-บัญชีดำ ยธ.ยังไม่เด้ง‘อธิบดีDSI’
รัฐบาลเด็ดขาด "โกงสอบเข้า ขรก.-ไล่ออกสถานเดียว" พร้อมทำแบล็กลิสต์กลางห้ามเข้าสอบอีกต่อไป และปฏิรูปกฎหมาย 5 ฉบับ
ซัด‘กรรโชกเสียง’แลกเทงบ
ถกงบ 70 วันที่สองสุดอืด ปชน.พาเหรดถล่มกระทรวงเกษตรฯ เละ จวกกรมประมงเป็นกรมอควาเรียม-ศูนย์แสดงอภินิหารรัฐมนตรี “มนพร” รีบแจงโครงการยุค “เศรษฐา”
อนุทินลั่นรู้ที่สูงที่ตํ่า โต้แอบอ้างเอื้อการเมือง เท้งปลุก13ก.ย.บีบ‘กกต.’
“นายกฯ” แจงถูกกล่าวหาแอบอ้างสถาบันฯ หลังออกงานร่วมองคมนตรีบ่อย ยันรู้ที่สูงที่ต่ำ-รู้มากกว่าคนอื่น ทำทุกอย่างตามขั้นตอน โผล่คอมเมนต์ตอก "วิโรจน์”
นายกฯชูศก.กว่าซื้ออาวุธ JICแฉเขมรมี‘ทหารผี’อื้อ
"อนุทิน" ฟังข้อเสนอ วปอ.68 "Resilient Thailand" ชี้การทุ่มเทงบมหาศาลไปเพื่อเตรียมความพร้อมยุทโธปกรณ์ต่างๆ

