"ไอติม" เปิดคลิปภาคต่อ "คดีฮั้ว สว." โชว์หลักฐาน 4 มิติ มัด "นายกเทศมนตรีโพนสา" 53 คณาจารย์นิติศาสตร์-ทนาย-นัก กม. ร่อนแถลงการณ์จี้ กกต. เร่งส่งศาลฎีกาฟัน เตือนสติไม่ทำหน้าที่สุจริตหมดสิทธิ์ลอยนวลพ้นผิด "สมชัย" ชี้ช่องกฎหมายเอาผิด "7 เสือ กกต." พ่วงแสวง ปมเงิน 8.6 แสน
เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ภาคต่อ คลิปหลักฐานคดีโกง สว.: บุคคลในคลิปเสียงที่ห้องพักในโรงแรม คือใคร?" พร้อมแนบคลิปและรูปภาพ โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้นำเสนอคลิปหลักฐานเกี่ยวกับคดีโกง สว. ซึ่งปรากฏเสียงของบุคคลหนึ่ง ที่ได้พูดถึงรายละเอียดเกี่ยวกับขบวนการโกง สว. ต่อกลุ่มบุคคลหนึ่ง (ที่คาดว่าเป็นผู้สมัคร สว.) ในห้องพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง หลังจากนั้น มีคนจำนวนมากสอบถามว่าคลิปดังกล่าว เป็นเหตุการณ์ที่ไหน และบุคคลในคลิปเป็นใคร
โดยขอนำเสนอหลักฐานเพิ่มเติม ที่น่าจะบ่งชี้ได้ว่าบุคคลที่เป็นเจ้าของเสียงในคลิปนั้น มีแนวโน้มสูงที่จะเป็นบุคคลที่มีชื่อว่า “วิทยา คำพวง” 1.ในเฟรมภาพช่วงท้ายๆ ของคลิป จะเห็นภาพของกลุ่มบุคคลในห้องพักที่โรงแรม ว่ามีใครนั่ง-ยืนตรงไหน และแต่งกายอย่างไร โดยไม่เห็นหน้าบุคคลต่างๆ รู้เพียงแค่ว่าคนที่พูดในคลิป คือคนที่ลุกขึ้นยืนและใส่เสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้ม และได้รับภาพหลักฐานอีกภาพหนึ่ง เป็นภาพนิ่งของกลุ่มบุคคลในห้องพักที่โรงแรม ที่เมื่อดูจากองค์ประกอบของห้องและการแต่งกายของคนในภาพแล้วน่าจะเป็นกลุ่มบุคคลเดียวกันกับในภาพ 1.1 แต่ในภาพ 1.2 เห็นชัดขึ้นว่าหน้าตาของบุคคลที่ใส่เสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้ม และเมื่อนำมาเทียบกับภาพของวิทยา ในภาพ 1.3 และภาพ 1.4 จะเห็นความคล้ายอยู่ในระดับหนึ่ง
2.การเปรียบเทียบเสียง (ดูคลิป 2A & คลิป 2B) คลิป 2A คือ คลิปเดียวกับคลิปต้นเรื่อง แต่เป็นเสียงดั้งเดิมของคลิปโดยที่ยังไม่ได้มีการยกระดับเสียง คลิป 2B คือคลิปที่ได้ยินเสียงของว่าที่ร้อยตรีวิทยาชัดๆ ตอนนำเสนอในที่ประชุมแห่งหนึ่ง เมื่อนำเสียงในคลิป 2A มาเทียบกับเสียงของว่าที่ร้อยตรีวิทยา ในคลิป 2B จะได้ยินความคล้ายอยู่ในระดับหนึ่ง
3.คำให้การของพยานบุคคล เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่โรงแรม B2 รังสิต มีพยานบุคคลหนึ่งให้การไว้ว่า เขาได้เดินทางเข้าพักที่โรงแรมบีทู รังสิต แอนด์ บัดเจต จังหวัดปทุมธานี โดยในวันที่ 25 มิ.ย.2567 เวลาประมาณ 17.00 น. มีคนแจ้งให้เขาไปรวมกลุ่มกับผู้สมัคร สว. อีก 6-7 คน ที่ห้องพักโรงแรมดังกล่าว โดยมี “นายกวิทยา” (ไม่ทราบนามสกุล) มาพูดคุยเกี่ยวกับการรวมตัวกัน พยานบุคคลให้การต่อว่า “นายกวิทยา” มีการพูดว่าทีมพวกเขามีสมาชิกจากทั่วประเทศประมาณ 1,700 คน เพื่อช่วยกันเลือกบุคคลในทีมให้ได้เป็น สว. รวมถึงมีการกล่าวถ้อยคำว่าพวกเขากำลังทำเพื่อข้างบน ก่อนที่จะมีทีมงานเข้ามาสอนให้ทุกคนในห้องทำโพย มีความเป็นไปได้สูงที่เหตุการณ์ในคลิป และเหตุการณ์ในคำให้การ จะเป็นเหตุการณ์เดียวกัน เนื่องจาก (1) คำพูดในคลิปต้นเรื่อง มีเนื้อหาที่สอดคล้องกับคำพูดของ “นายกวิทยา” ในคำให้การ (2) องค์ประกอบของห้องพักในคลิปต้นเรื่อง มีความสอดคล้องกับภาพห้องของโรงแรม B2 รังสิต จริง
4.หลักฐานการจองโรงแรม B2 รังสิต เมื่อตรวจข้อมูลเกี่ยวกับการจองที่พักในโรงแรม B2 รังสิต เราได้ค้นพบ 2 การจองที่น่าสนใจ: (1) หมายเลขการจอง FRS001991 ซึ่งเป็นการจองห้องพัก 5 ห้อง (เข้าพัก 25 มิ.ย.2567 ออก 26 มิ.ย.2567) ซึ่งถูกชำระโดยบัญชีที่ชื่อว่า “ว่าที่ร้อยตรี วิทยา คำพวง” (กรุงไทย) ยอดทั้งหมด 4,700 บาท (2) หมายเลขการจอง FRS001993 ซึ่งเป็นการจองห้องพัก 3 ห้อง (เข้าพัก 25 มิ.ย.2567 ออก 26 มิ.ย.2567) ซึ่งถูกชำระโดยบัญชีที่ชื่อว่า “ว่าที่ร้อยตรี วิทยา คำพวง” (กรุงไทย) ยอดทั้งหมด 2,820 บาท ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อไปดูรายชื่อผู้เข้าพัก 12 คน (ถูกแจ้งทางการ 2 คน + ถูกเพิ่มเติมจากที่แจ้งอีก 10 คน) เราจะค้นพบว่ามีอย่างน้อย 8 คน ที่เป็นผู้สมัคร สว.
วิทยาแนบแน่นพรรคน้ำเงิน
"ข้อมูลทั้งหมดนี้ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผมเห็นว่าเสียงในคลิปต้นเรื่อง เป็นเสียงของ “วิทยา คำพวง” - อย่างไรก็ตาม เพื่อความเป็นธรรม จึงต้องขอตั้งเป็นคำถามต่อวิทยา คำพวง ว่า 1.คุณวิทยา ใช่บุคคลในคลิปหรือไม่? 2.หากไม่ใช่: 2.1.แล้วคุณวิทยา ได้ไปที่โรงแรม B2 รังสิต ในช่วง 25-26 มิ.ย.2567 หรือไม่? 2.2.แล้วคุณวิทยาได้ไปเจอผู้สมัคร สว.ที่โรงแรม B2 รังสิต ในช่วง 25-26 มิ.ย.2567 หรือไม่? 3.หากใช่ - 3.1.ขบวนการเกี่ยวกับการเลือก สว. ที่คุณวิทยาพูดถึงในคลิปคืออะไร และมีรายละเอียดอย่างไร? 3.2.ขบวนการดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองหรือเครือข่ายนักการเมืองส่วนไหนหรือไม่?" นายพริษฐ์ระบุ
ปัจจุบัน วิทยา คำพวง ดำรงตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรีตำบลโพนสา อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย โดยได้รับเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อ 11 พ.ค.2568 แม้ยังสรุป 100% ไม่ได้ว่า "นายกวิทยา" มีความสัมพันธ์อย่างไรกับพรรคการเมืองใด หรือมีพรรคการเมืองใดที่รู้เห็นหรือให้การสนับสนุนการกระทำของนายกวิทยาหรือไม่, แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าจากหลักฐานที่ปรากฏต่อสาธารณะ นายกวิทยาดูมีความชื่นชอบพรรคภูมิใจไทยเป็นการพิเศษ และดูมีความสนิทสนมกับบุคคลในพรรคภูมิใจไทย
ในการเลือกตั้ง สส.เมื่อต้นปี 2569 ที่ผ่านมา นายกวิทยาแสดงออกชัดเจนในนามส่วนตัว ว่าเขาสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลโพนสา เมื่อปี 2568 นายกวิทยาลงในนามกลุ่มโพนสาก้าวหน้า ซึ่งมีการใช้สัญลักษณ์ที่คล้ายกับสัญลักษณ์พรรคภูมิใจไทย รวมถึงมีการใช้สโลแกน “พูดแล้วทำ” เหมือนกับสโลแกนของพรรคภูมิใจไทย แม้การทำงานร่วมกันระหว่างนายกท้องถิ่นกับรัฐมนตรีที่รับผิดชอบโครงการในพื้นที่ เป็นเรื่องปกติที่ต้องทำกันทุกที่ตามบทบาทหน้าที่ แต่นายกวิทยาดูเหมือนจะมีความใกล้ชิดกับนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี อดีต รมช.มหาดไทย จากพรรคภูมิใจไทยมากกว่าปกติ เช่น ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นายกวิทยามีการโพสต์ขอบคุณ-ชื่นชม หรือร่วมกิจกรรมกับ รมช.ทรงศักดิ์ อย่างต่อเนื่อง
"แม้เป็นที่เข้าใจได้ว่าทั้งหมดนี้อาจเป็นทำงานร่วมกันในโครงการก่อสร้างสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ที่นายกวิทยาดูจะให้ความสำคัญ และดูเหมือนจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงมหาดไทย ภายใต้ รมช.ทรงศักดิ์ แต่การเอ่ยถึงคุณทรงศักดิ์บ่อยครั้ง การทำป้ายขอบคุณ ณ จุดก่อสร้าง และการแสดงความยินดีแบบเจาะจงกับคุณทรงศักดิ์ตอนได้รับแต่งตั้งเป็นรองนายกฯ ดูเหมือนจะสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกว่าปกติ หวังว่าจะได้รับคำตอบจากคุณวิทยา คำพวง ครับ" รองหัวหน้าพรรคประชาชนระบุ
ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ นำโดย ศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล, ผศ.ดร.นัทมน คงเจริญ, ผศ.ดร.กฤษณ์พชร โสมณวัตร, ผศ.ดร.ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล, ดร.สงกรานต์ ป้องบุญจันทร์, ศ.เกียรติคุณ ดร.อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, นายชำนาญ จันทร์เรือง ข้าราชการบำนาญด้านกฎหมาย ร่วมกันอ่านแถลงการณ์จดหมายเปิดผนึก นักกฎหมาย ทนายความ และคณาจารย์นิติศาสตร์ เรื่อง "การปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.ในคดีฮั้ว สว.ที่อาจไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม และไม่ชอบด้วยกฎหมาย" ทั้งนี้มีนักวิชาการจากคณะนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ นักวิชาการอิสระ รวมทั้งทนายความและนักกฎหมายที่ร่วมลงรายชื่อทั้งหมด 53 คน
บี้ กกต.ส่งศาลฟันฮั้ว สว.
แถลงการณ์ดังกล่าวระบุตอนหนึ่งว่า การดำเนินการตรวจสอบการทุจริตในการสรรหา สว. ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้สร้างความกังขาให้กับสังคมอย่างมาก ด้วยเหตุผลอย่างน้อยสองประการ ได้แก่
1.ความล่าช้าในการส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิจารณาพิพากษา สังคมมีคำถามต่อการปฏิบัติงานของ กกต.ว่าเหตุใดจึงใช้เวลาไต่สวน รวบรวมพยานหลักฐานยาวนานกว่าสองปี ทั้งที่มาตรฐานทางกฎหมายที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 62 กำหนดเพียงให้ "มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกหรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น อันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม" กกต.มีหน้าที่ต้องยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นแล้ว
การทำงานที่ล่าช้าส่งผลให้ สว.ที่ถูกกล่าวหาว่าเข้าสู่ตำแหน่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย สามารถใช้อำนาจอธิปไตยในการตรากฎหมาย และแต่งตั้งบุคคลเข้าสู่องค์กรที่สำคัญของรัฐจำนวนมาก (รวมถึง กกต.บางส่วน) หากท้ายที่สุดศาลฎีกาตัดสินออกมาว่า สว.จำนวนมากเข้าสู่ตำแหน่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย นั่นก็หมายความว่าในช่วงสองปีที่ผ่านมา ประชาชนไทยถูกปกครองโดยกฎหมายและองค์กรอิสระที่มาจาก "ผู้กระทำผิดกฎหมาย" หรือที่ในทางกฎหมายอาญาเรียกว่า "อาชญากร" ความเสียหายเช่นนี้ กกต.จะรับผิดชอบอย่างไร
2.มีข้อสงสัยในกระบวนการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนของ กกต.ที่ขาดความโปร่งใส ไม่ตรงไปตรงมา กล่าวคือ คดีทุจริต สว.นั้น ในช่วงแรกมีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนขึ้นมาชุดหนึ่ง ประกอบไปด้วยคณะกรรมการที่มาจาก กกต.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (คณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26) ได้ข้อสรุปว่าน่าจะมีการทุจริตในการสรรหา สว. จึงมีความเห็นไปยัง กกต.ให้สั่งฟ้องผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดจำนวน 229 คน ซึ่งเป็น สว.ปัจจุบัน 138 คน และผู้เกี่ยวข้องที่ไม่ใช่ สว.อีก 91 คน ต่อศาลฎีกาตั้งแต่ 17 ก.ค.2568 แต่ กกต.กลับตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดชุดที่ 36 ขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง ต่อมาคณะกรรมการชุดนี้ได้มีมติที่แตกต่างอย่างมากกับคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 โดยมีมติว่าผู้ถูกร้องเรียนไม่มีมูลความผิด แสดงให้เห็นความไม่ชอบมาพากลของกระบวนการไต่สวน
จึงมีข้อเรียกร้องไปยัง กกต.ว่า 1.ขอให้ กกต.มีมติยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาให้พิจารณาและพิพากษาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริตการสรรหา สว.ครั้งที่ผ่านมา ตามที่คณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 มีความเห็นอย่างรวดเร็ว
2.ขอให้ กกต.ชี้แจงต่อสาธารณะพร้อมแสดงพยานหลักฐานเกี่ยวกับการดำเนินการสืบสวน สอบสวน และมีมติเกี่ยวกับคดีการทุจริตการเลือกตั้ง สว.ครั้งที่ผ่านมา ว่าวางอยู่บนข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และกระบวนการดำเนินการอย่างไร เหตุใดจึงใช้เวลายาวนานกว่าสองปีกว่ายังไม่ได้ข้อสรุปในการส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา อันส่งผลให้ประเทศได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง จากการที่ต้องยอมให้ สว.ที่ถูกกล่าวหาว่าเข้าสู่ตำแหน่งโดยมิชอบ ใช้อำนาจอธิปไตยในนามของประชาชนชาวไทยออกกฎหมายและแต่งตั้งบุคลากรในศาลและองค์กรอิสระอีกจำนวนมาก
พวกเราขอเรียกร้องให้ กกต. ต้องทำหน้าที่ให้ "สุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย" อันเป็นคำขวัญซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของหน่วยงาน หาก กกต.ไม่ใช้อำนาจหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามกฎหมาย ย่อมเป็นการบิดเบือนอำนาจอธิปไตยของประชาชน และเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และต้องมีความรับผิดทางกฎหมายและทางสังคมต่อไปอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ประณามฟ้องปิดปาก
"หวังว่าการออกจดหมายเป็นผนึกครั้งนี้จะเป็นเสียงเตือน กกต.ว่า กกต.ต้องทำหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย เบื้องต้นอยากเตือนว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการเลือกตั้ง (พ.ร.ป.กกต.) มาตรา 69 คือบทบัญญัติที่สามารถเอาผิด กกต.ได้ มาตรานี้เป็นบทบัญญัติที่ กกต.ควรระลึกและใส่ไว้ในหัวสมองว่าการกระทำของตนเอง ไม่ใช่เป็นสิ่งที่จะลอยนวลและพ้นผิดไปได้อย่างง่ายๆ กรณีนี้ ผู้สมัคร สว.หรือ สว.สำรอง ถ้ามีการตัดสินคดีและวินิจฉัยออกมาแล้วมีปัญหาสามารถดำเนินการต่อไป จึงอยากเตือน กกต.ว่า แม้จะเป็นองค์กรอิสระก็จริง แต่ต้องมีความรับผิดต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตนเองด้วย" ศ.สมชายระบุ
ส่วน ผศ.ดร.กฤษณ์พชร กล่าวถึงกรณีที่นักการเมืองจะฟ้องปิดปากคนที่ออกมากล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือก สว.ว่า เป็นสิ่งที่รับไม่ได้ นักการเมืองควรมีจริยธรรมทางการเมือง และหนึ่งในจริยธรรมที่สังคมประชาธิปไตยยึดถือคือการมีเสรีภาพในการแสดงความเห็น โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับประเด็นสาธารณะ ดังนั้น จึงขอประณามผู้ฟ้องคดีที่เป็นนักการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่า ท่านทำลายศักดิ์ศรีของความเป็นนักการเมือง
วันเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. กล่าวถึงกรณี กกต.ยอมรับว่าพนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ กกต. รับโอนเงินรวม 860,000 บาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในการไต่สวนการเลือกตั้ง สส.ว่า สามารถดำเนินคดีกับ กกต. 7 คน และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ในความผิด ป.อาญา 157 และ พ.ร.ป.กกต. มาตรา 69 ได้ หาก กกต.ไม่มีการกระทำต่อไปนี้
1.ไม่มีการดำเนินการทางวินัยร้ายแรง แก่เจ้าหน้าที่ กกต.ในเวลาอันสมควร 2.ไม่มีการดำเนินคดีอาญา ตาม ป.อาญา มาตรา 149 แก่เจ้าหน้าที่ที่รับเงินสินบน ภายในเวลาอันสมควร 3.ไม่มีการดำเนินคดีอาญา ตาม ป.อาญา มาตรา 144 แก่บุคคลที่เป็นผู้โอนเงินให้เจ้าหน้าที่เพื่อกระทำการโดยมิชอบ ภายในเวลาอันสมควร 4.ไม่มีการขอให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน 5.มีคำวินิจฉัยที่ 78/2567 ยกคำร้อง คดีทุจริตเลือกตั้ง เขต 1 อำนาจเจริญ โดยอิงหลักฐานการสืบสวนและข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ที่รับสินบน และเมื่อทราบเรื่องการรับสินบนแล้ว ไม่มีคำวินิจฉัยใหม่ให้ถูกต้อง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘อนุทิน’เจอสุ่มตรวจ ‘ปืน-ยา’ด่านบุรีรัมย์ไม่ยกเว้น/กรวีร์โวพร้อมแจงทุกบิล
นายกฯ ก็ไม่เว้น! "อนุทิน" เจอสุ่มตรวจเข้มปืน-ยาเสพติดที่ด่านบุรีรัมย์เช่นประชาชน
60%ชี้ฟอกเงินน่าห่วง จี้รัฐใช้กม.จับ‘ตัวใหญ่’
ดุสิตโพลเผยคนเกือบ 60% ชี้ปัญหาฟอกเงินวันนี้น่ากังวลมาก
มากกว่ามิติทูต โอกาสทางศก. เยือนจิงโจ้-กีวี
บีโอไอร่วมคณะนายกฯ เยือน “ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์” 17-22 ส.ค.นี้
ปีติ‘ในหลวง’ ทรงเปิดตึก ‘ทศมบพิตร’
“ในหลวง-พระราชินี” ทรงเปิด “อาคารทศมบพิตร” นามพระราชทานเป็นสิริมงคล ทรงห่วงใยสุขอนามัยพสกนิกรทุกหมู่เหล่า
'พริษฐ์' เปิดคลิปภาคต่อ 'คดีโกง สว.' โชว์หลักฐาน 4 มิติมัด 'นายกเทศมนตรี ต.โพนสา'
พริษฐ์' เปิดคลิปภาคต่อ 'คดีโกง สว.' กางหลักฐาน 4 มิติ มัด 'นายกเทศมนตรี ต.โพนสา' โผล่โยงขบวนการฮั้ว-คลิปเสียงห้องพักโรงแรม B2 จี้ถามบุคคลในคลิปเสียงในโรงแรมใช่ 'วิทยา คำพวง' หรือไม่
ดีลภาษีทรัมป์ ไทยลงทุนอื้อ!
รัฐบาลเตรียมเจรจาภาษีสหรัฐปลาย ส.ค. ชูเอกชนไทยลงทุนเกือบ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ มีแผนเพิ่มอีก 5 พันล้านเหรียญฯ คิดเป็นเงินไทยรวมเฉียดล้านล้านบาท สะท้อนผลประโยชน์ร่วม มุ่งลดภาระภาษีสินค้าส่วนที่เหลือ

