“ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2” ยังไม่ชัด “อนุทิน” บอกอะไรทำให้คุณภาพชีวิตประชาชนดีต้องคิดทุกวัน แต่ไม่ใช่รัฐสวัสดิการ-ประชานิยม “สศช.-คลัง” ประสานเสียงขอดูผลรอบแรกก่อน สภาพัฒน์ปรับตัวเลขจีดีพีทั้งปีโต 2.2% หลังไตรมาส 2 ขยับผิดคาด “เอกนิติ” อวยภาคเอกชนเป็นพระเอกลงทุนสูงสุดรอบ 11 ปี ย้ำคาดการณ์ถูกต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ประคองกำลังซื้อ-ปรับเปลี่ยนพลังงาน
เมื่อวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงแนวโน้มโครงการไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2 ว่า เราต้องสมดุลกันตลอดเวลา เศรษฐกิจต้องเดินไปได้ ประชาชนได้ลดค่าใช้จ่าย รัฐบาลบริหารจัดการงบประมาณได้ มันต้องมีหลายองค์ประกอบที่มันบรรจบเข้าด้วยกัน รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชนอย่างเต็มที่อยู่แล้ว แต่รูปแบบของการดูแลต้องไม่ใช่รัฐสวัสดิการ ไม่ใช่ประชานิยม ต้องเป็นการร่วมกันและเป็นช่วงเวลาจังหวะที่ดี
เมื่อถามว่า ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2 ต้องมีใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า อะไรที่ทำให้ประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีเราต้องคิดทุกวัน มันไม่ใช่เรื่องนี้เรื่องเดียว
ถามอีกว่า เงินในคลังยังสามารถนำมาใช้ในเรื่องนี้ได้ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยขาด
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะตัวเลขเศรษฐกิจรายเดือน เนื่องจากจีดีพีไตรมาส 2 ปี 2569 เป็นข้อมูลในอดีตและเกิดขึ้นก่อนมีมาตรการไทยช่วยไทยพลัส จึงยังไม่สะท้อนผลของมาตรการ ดังนั้นหลังมาตรการสิ้นสุดยังไม่ควรเร่งสรุปว่าต้องมีมาตรการใหม่ทันที แต่ควรรอดูข้อมูลเศรษฐกิจรายเดือนก่อน เพื่อประเมินสถานการณ์และผลมาตรการที่ดำเนินอยู่ ขณะเดียวกันการใช้จ่ายเงินตาม พ.ร.ก.ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังและตรงเป้าหมายที่สุด
นายดนุชายังแถลงถึงภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ปี 2569 ว่า ขยายตัว 1.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าที่ สศช.เคยคาดไว้ราว 1.15% โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการส่งออกและการลงทุนของภาคเอกชน โดยการลงทุนรวมขยายตัว 9.1% ซึ่งการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวถึง 13.4% เพิ่มจาก 10.1% ในไตรมาสแรก และขยายตัวสูงสุดในรอบ 54 ไตรมาส ขณะที่การลงทุนภาครัฐหดตัว 1.6% จากที่ขยายตัว 9.4% ในไตรมาสแรก เนื่องจากการลงทุนรัฐวิสาหกิจลดลง 12.2% แม้การลงทุนรัฐบาลยังขยายตัว 4.9% สศช.จึงเร่งรัดการเบิกจ่ายโครงการลงทุนในช่วงที่เหลือของปี
ส่วนด้านการส่งออกสินค้าและบริการขยายตัว 12.5% โดยการส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้น 14.1% ได้แรงหนุนจากสินค้าเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนการนำเข้าสินค้าขยายตัวสูงถึง 27.2% จากการนำเข้าน้ำมันดิบ ชิ้นส่วนแผงวงจรรวม และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ เพื่อรองรับการผลิตและส่งออก ส่งผลให้ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในไตรมาส 2 ราว 12% ของจีดีพี แต่หากหักผลจากน้ำมันและทองคำ ไทยยังเกินดุลการค้าประมาณ 9,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนการบริโภคภาคเอกชนขยายตัว 1.9% ชะลอจาก 3.3% ในไตรมาสแรก ขณะที่การบริโภคภาครัฐขยายตัวเพียง 0.2% จาก 3.4% สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงเหลือ 50.3 จาก 52.8 แต่ครึ่งปีแรกการบริโภคภาคเอกชนยังขยายตัว 2.6%
นายดนุชากล่าวว่า สศช.ปรับประมาณการส่งออกปี 2569 เป็นขยายตัว 2.5-3.5% จากเดิม 1.8-2.8% และนำเข้าเป็น 7-8% จากเดิม 5.3-6.3% โดยยังคงคาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 32 ล้านคน รายได้ 1.65 ล้านล้านบาท ส่งผลให้ปรับเพิ่มประมาณการจีดีพีปี 2569 จากค่ากลาง 2% เป็น 2.2% หรืออยู่ในช่วง 2-2.5% คาดการบริโภคเอกชนโต 2.6% ลงทุนเอกชน 9.6% ลงทุนภาครัฐ 3.1% ส่งออก 15.1% และนำเข้า 25.5% เงินเฟ้ออยู่ที่ 1.5-2% และขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 1.2% ของจีดีพี โดยปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจปีนี้ ได้แก่ การลงทุนภาคเอกชนที่ยังมีแนวโน้มขยายตัว, การส่งออกสินค้าเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์, ตลาดแรงงานที่ยังแข็งแกร่ง และการเร่งเบิกจ่ายภาครัฐ ขณะที่ต้องติดตามมาตรการภาษีและการค้าของสหรัฐอย่างใกล้ชิด แม้ไทยยังมีความสามารถแข่งขันเมื่อเทียบกับคู่แข่งสำคัญ
ขณะที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง โพสต์เฟซบุ๊กเรื่องถึงมุมมองเศรษฐกิจไทยผ่านตัวเลขจีดีพี: เศรษฐกิจไทยอยู่ตรงไหนและจะไปไหนต่อ? (ตอนที่1) ว่า สภาพัฒน์ได้ประกาศตัวเลขอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ของปี 2569 อยู่ที่ 1.9% ชะลอลงจาก 2.8% ในไตรมาสแรก ซึ่งใกล้เคียงกับที่กระทรวงการคลังเคยคาดการณ์ไว้ ซึ่งสะท้อนข้อเท็จจริงที่ทีมเศรษฐกิจเคยคาดการณ์ไว้ ซึ่งหากเราไม่สามารถหยุดวงจรนี้ได้จะนำไปสู่วิกฤตปากท้อง และนำไปสู่การหดตัวทางเศรษฐกิจในระลอกต่อไป
“นี่คือเหตุผลความจำเป็นที่รัฐบาลต้องออก พ.ร.ก.เงินกู้ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นแหล่งเงินที่นำมาใช้ในโครงการไทยช่วยไทย พลัส ที่ใช้กันอยู่ในขณะนี้ เพื่อประคองกำลังซื้อและค่าครองชีพของประชาชน ส่วนจะดำเนินโครงการต่อหรือไม่ในไตรมาสสุดท้ายของปี ต้องขอพิจารณาผลที่เกิดขึ้นจากโครงการระยะแรก ซึ่งจะจบในไตรมาส 3 และงบประมาณที่เหลืออยู่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ”
นายเอกนิติโพสต์อีกว่า ตัวเลขอีกด้านในไตรมาส 2 ที่บ่งชี้ชัด คือการที่ไทยพึ่งพาการนำเข้าในหมวดพลังงานจากต่างประเทศสูงมาก ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดในไตรมาส 2 กลับมาขาดดุลถึง 1.76 หมื่นล้านดอลลาร์หรือเกือบ 6 แสนล้านบาท ซึ่งโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้านบาท คือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคตของประเทศ โดยเป็นการกู้เพื่อสร้างสินทรัพย์และลดความเสี่ยงของประเทศในระยะยาว ไม่ใช่การกู้เพื่อใช้จ่ายชั่วคราว เป็นการใช้เงินกู้เพื่อช่วยให้ประเทศผลิตและบริหารจัดการพลังงานได้ดีขึ้น
“สงครามในอิหร่านเป็นจุดเปลี่ยนและสัญญาณเตือนว่า ไทยไม่สามารถรอให้วิกฤตราคาพลังงานเกิดขึ้นต่อเนื่องแล้วจึงค่อยแก้ปัญหา”
นายเอกนิติโพสต์อีกว่า พระเอกของไตรมาสนี้เห็นชัดเจนคือ การลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวถึง 13.4% ซึ่งขยายตัวสูงสุดในรอบ 11 ปี และเป็นการขยายตัวเติบโตถึง 2 หลักติดต่อกัน ต่อเนื่องจากที่ขยายตัว 10.1% ในไตรมาสแรก และยังมีปริมาณการส่งออกสินค้าและบริการที่ยังขยายตัวต่อเนื่องจาก 12.1% ในไตรมาส 1 มาอยู่ที่ 12.5% ในไตรมาส 2 ดังนั้นในมุมมองของต่างชาติที่จัดลำดับให้ไทยเป็นหนึ่งในดาวรุ่งของประเทศเกิดใหม่ ที่สามารถคว้าโอกาสจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมใหม่ของโลกรอบนี้จึงมีความสำคัญมาก คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจะต้องวิ่งตามอุตสาหกรรมใหม่หรือไม่ คำถามที่สำคัญกว่าคือ ทำยังไงที่เราจะสามารถคว้าโอกาสให้ไทยเป็นห่วงโซ่อุปทานโลก เพื่อส่งต่อไปยังภาคอุตสาหกรรมในประเทศให้ได้จริง ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของเศรษฐกิจไทยเช่นกัน
“ตัวเลขจีดีพีในไตรมาสนี้ยังไม่ใช่ตัวเลขที่เราพอใจ แต่ตัวเลขนี้ยืนยันว่าการคาดการณ์และมาตรการประคองเศรษฐกิจของเรามาถูกทาง ต่อคำถามที่ว่าเศรษฐกิจประเทศไทยอยู่ตรงไหน เราอยู่ในช่วงที่รัฐบาลกำลังเร่งประคองเศรษฐกิจเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านให้เศรษฐกิจสามารถโตเต็มศักยภาพ”
ขณะที่นายสันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3/2569 ยังชะลอตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า ยังไม่ได้ก้าวกระโดดพ้นภัยหรือพ้นปัญหา เนื่องจากมีความเสี่ยงเรื่องสงครามที่ยังไม่จบ ซึ่งไตรมาสที่ 3 นั้นถือว่าว่าอยู่ในช่วงวิกฤตระลอกที่ 3 เรื่องกำลังซื้อในประเทศที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง แม้ว่าโครงการไทยช่วยไทย พลัส จะยังดำเนินอยู่และถือเป็นกันชนระดับหนึ่งในเรื่องการประคองการบริโภค แต่คงไม่ใช่การกระตุ้นให้การบริโภคกลับมาแข็งแรงได้เลย เพราะอีกด้านหนึ่งก็ต้องระวัง หากไปกระตุ้นการบริโภคมากเกินไปในสถานการณ์เศรษฐกิจขณะนี้ที่อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ก็อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อปรับตัวเพิ่มขึ้นไปอีกได้ ดังนั้นการเร่งออกมาตรการแต่ละส่วนจึงต้องพิจารณาเพื่อสร้างสมดุลอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2569 น่าจะค่อยๆ ฟื้นตัวได้ดีขึ้น จากแรงสนับสนุนในเรื่องการท่องเที่ยว หลังจากที่ไตรมาส 2 ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากปัจจัยเสริมจากการจัดกิจกรรมประชุมสัมมนาที่สำคัญ และยังมีปัจจัยเสริมจากเม็ดเงินของ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในส่วนของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ที่จะเริ่มเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น
วันเดียวกัน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุว่า นายอนุทินพร้อมคณะได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานกองบิน 6 ดอนเมือง (บน.6) ไปยังนครซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย เพื่อเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 17-20 ส.ค. 2569 ก่อนเดินทางต่อไปยังนครโอ๊คแลนด์ เพื่อเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 20-22 ส.ค. 2569 โดยจะถึงท่าอากาศยานนานาชาติซิดนีย์ คิงส์ฟอร์ด สมิธ นครซิดนีย์ ในเวลาประมาณ 21.05 น.ตามเวลาท้องถิ่นนครซิดนีย์ โดยการไปเยือนออสเตรเลียครั้งนี้เป็นไปตามคำเชิญของนายแอนโทนี แอลบาเนซี นายกฯ รัฐออสเตรเลีย ซึ่งเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนายกฯ ไทยในรอบ 14 ปี มีภารกิจครอบคลุมทั้งการหารือข้อราชการกับนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย, การแสดงวิสัยทัศน์กับสถาบัน Lowy Institute, การหารือกับบริษัทชั้นนำออสเตรเลีย และร่วมกิจกรรมภาคธุรกิจ รวมทั้งการพบปะชุมชนไทย Thai Town ด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คุมเข้ม ‘ปืน’ ปราบอาชญากรรม ได้เสียงชื่นชม หรือเสียคะแนนนิยม
ยังคงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับมาตรการล้อมคอก เรื่องการครอบครองและพกพาอาวุธปืนของรัฐบาล หลังเกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนชื่อดังที่ จ.นนทบุรี คดีนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต และเหตุสะเทือนขวัญอีกหลายคดี
ประท้วงเขมร! ‘โดรน’บินว่อน พื้นที่ชายแดน
ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดช่องอานม้า เร่งส่งตัวไปโรงพยาบาล
มท.โต้โยนเผือกร้อนอปท. ต้องรับผิดชอบทุกระดับ!
"มท.4" แจงปมคำสั่งปลด ขรก.ทุจริตข้อสอบ 5,925 ราย
จี้ตรวจปืนนักการเมือง
"อนุทิน" สวนดรามาเข้าด่านตรวจ ให้คิดเรื่องอื่นดีกว่าอ้างไม่ได้ไปบุรีรัมย์นานแล้ว พอดีผ่านด่านตำรวจไม่รู้ว่าเป็นรถนายกฯ
ปชน.ยุฟ้อง‘ม.112’ ‘เท้ง’ยกมาตรฐานเดียวปมคลิปฮั้วสว.อ้างข้างบน/‘หนู’ปัดโยงรบ.
“อนุทิน” ส่อลอยแพ "สว.สีน้ำเงิน" บอกเลือกมาตั้งแต่ปี 67
บี้กกต.ส่งศาลฎีกาฟันคดีฮั้ว!
"ไอติม" เปิดคลิปภาคต่อ "คดีฮั้ว สว." โชว์หลักฐาน 4 มิติ มัด "นายกเทศมนตรีโพนสา" 53 คณาจารย์นิติศาสตร์-ทนาย-นัก กม. ร่อนแถลงการณ์จี้ กกต. เร่งส่งศาลฎีกาฟัน

