ระทึก!ศาลชี้ชะตาคดีบาร์โค้ด28ก.ย.

ระทึก! ศาล รธน.นัดชี้ขาดปมบาร์โค้ด QR code บนบัตรเลือกตั้ง 28 ก.ย. หลังไต่สวน 5 พยาน สั่งงดถ่ายทอดภาพและเสียงตามคำขอ กกต. ห้ามเผยแพร่ข้อมูลไต่สวนโดยเด็ดขาด ขณะที่นายกฯ ซัดเปรี้ยงมือดีปล่อยเอกสารสำนวนคดีฮั้ว สว.เจตนาไม่ดีกับรัฐบาล ขอบคุณอุดหนุนเพื่อนปมฝ่ายค้านเฮโล รร.พูลแมน โกเกี๊ยะกางปีกป้องลูกชายไม่เกี่ยววงฮั้ว ด้านรองเลขาฯ กกต.แจงยิบปมโหวตพลีชีพ “อธิบดีดีเอสไอ” ตั้ง กก.สอบควานหาต้นตอเอกสารหลุด   "เท้ง" จับตาแต่งตั้งบิ๊ก มท.เอื้อระบอบน้ำเงิน ขู่ฟ่อเจอซักฟอก

เมื่อวันพุธที่ 26 สิงหาคม ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนพยานจำนวน 5 ปาก ในคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินอ้างว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน 22 เรื่อง ขอให้พิจารณาวินิจฉัยพร้อมความเห็นต่อศาลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213  กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง หรือบาร์โค้ด และรหัส QR code ซึ่งน่าเชื่อได้ว่า สามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนนรวมถึงผลคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ เป็นการกระทำที่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 4 มาตรา 25 มาตรา 32 มาตรา 34 มาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรค 2 มาตรา 85 มาตรา 95 และมาตรา 224 โดยการไต่สวนวันนี้ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ได้มาร่วมสังเกตการณ์ไต่สวนด้วย

โดยพยานจำนวน 5 ปากเป็นพยานที่ศาลเรียก ประกอบด้วย 1.นางนิตรีญา รัตนทัศนีย์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการ สำนักงาน กกต. 2.นายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง สำนักงาน กกต. 3.นายภาคภูมิ ภูอุดม กรรมการบริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) 4.นางกัญญาณัฐ พิกุลทอง กรรมการบริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด และ 5.นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และอนุญาตให้ทาง กกต. โดย ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ได้สาธิตกระบวนการจัดเก็บบัตรเลือกตั้ง 

ทั้งนี้การไต่สวนศาลได้งดการถ่ายทอดภาพและเสียง รวมถึงได้มีการกำชับห้ามผู้เข้าฟังนำข้อมูลที่ได้จากการไต่สวนวันนี้ไปเผยแพร่สู่บุคคลภายนอกโดยเด็ดขาด

การไต่สวนใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้แจ้งคู่กรณีว่า ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่ากรณีมีเหตุจำเป็นที่จะเดินเผชิญสืบพยานหลักฐานนอกที่ทำการศาลตามข้อกำหนดของศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีศาลรัฐธรรมนูญ 2562 โดยศาลมอบให้นายวิรุฬห์ แสงเทียน นายนภดล เทพพิทักษ์ และหน่วยงานที่รับผิดชอบสำนวน ร่วมตรวจสอบหลักฐาน ณ สถานที่เก็บบัตรเลือกตั้ง  ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้งที่เหลือ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้งที่ใช้สำหรับการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ.69  ในกรุงเทพมหานคร ในวันพฤหัสบดี 27 ส.ค. เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป โดยให้คู่กรณีร่วมตรวจสอบ หากฝ่ายใดไม่เข้าร่วมเดินเผชิญสืบตามวันเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าไม่ติดใจ

นายอุดมระบุว่า วันนี้ศาลออกนั่งพิจารณาคดีเพื่อไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลเรียกมาให้ถ้อยคำทั้ง 5 ปาก ซึ่งได้ตอบข้อซักถามของศาล และศาลอนุญาตให้คู่กรณีซักถามเพิ่มเติม ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 60 วรรคสาม เสร็จสิ้นแล้ว โดยศาลได้บันทึกการไต่สวนไว้ด้วยเครื่องบันทึกภาพและเสียงแล้ว หากคู่กรณีประสงค์ยื่นคำแถลงปิดคดีให้ยื่นภายในวันศุกร์ที่ 11 ก.ย. หากไม่ยื่นในกำหนดเวลา ถือว่าไม่ติดใจ และนัดแถลงด้วยวาจาปรึกษาหารือและลงมติในวันจันทร์ที่ 28 ก.ย.69 เวลา 09.30 น. และนัดฟังคำวินิจฉัยวันเดียวกันในเวลา 14.00 น.

ฟาดไม่หวังดีรัฐบาล

ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะเรียกรัฐมนตรีทั้งหมดมาพูดคุยกันก่อนหรือไม่ว่า มีการคุยกันอยู่ เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมาก็คุยกันอยู่ว่าก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็จะพบกันสักรอบ หลังจากนั้นจะเชิญ สส.พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคพบปะหารือกัน  โดยแบ่งเป็นการพูดคุยเป็น 2 วง วงแรกเป็น ครม. วงที่ 2 เป็น สส. ซึ่งก็ดี เพราะทำงานมาแล้ว 6 เดือนยังไม่มีเวลานั่งทานข้าวด้วยกันนอกจากเจอกันในห้องประชุม ครม. เพื่อสร้างความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้น ให้มีความร่วมมือกันมากขึ้น  ที่ผ่านมาก็ถือว่าดีขึ้นมาโดยตลอด

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้กำชับให้รัฐมนตรีทำการบ้านสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่  นายกฯ กล่าวว่า “โอ้ ไม่ต้องกำชับรัฐมนตรี  รัฐมนตรีรัฐบาลผมทุกคนทำทุกอย่าง ทำการบ้าน วางแผนล่วงหน้าไปข้างหน้าอยู่ตลอด”

เมื่อถามว่า รัฐบาลถูกวิจารณ์หลายเรื่อง นายกฯ ต้องตอบอยู่คนเดียว จำเป็นต้องตั้งทีมมาชี้แจงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มันก็เฉียดไปเฉียดมาไม่เป็นอะไรหรอก

เมื่อถามย้ำว่า นายกฯ รับมือไหวใช่หรือไม่ในการตอบคำถามอยู่คนเดียว นายอนุทินกล่าวว่า  “ก็ถามผมอยู่ทุกวัน เขาคงเห็นว่าผมชอบมั้ง”

นายอนุทินให้สัมภาษณ์กรณีปรากฏภาพทานอาหารร่วมกับนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ที่จะเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย. จะชวนมาทำงานการเมืองต่อหรือไม่  โดยนายอนุทินร้องโอ้โห ก่อนกล่าวว่า “คุณรู้หรือเปล่าผมคบกับเขามากี่ปี ตั้งแต่อนุบาล เป็นเพื่อนสนิท เหมือนเป็นพี่เป็นน้อง เป็นญาติกัน"

นายอนุทินกล่าวถึงกรณี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ยอมรับว่าสำนวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในคดีฮั้ว สว.หลุดว่า มันมีกฎหมายอยู่แล้วว่าใครเอาเอกสารทางราชการออกมา ก็มีการระบุความผิดไว้อยู่แล้ว ซึ่งก็ไม่เกี่ยวกับตน อยู่ที่หน่วยงานจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างไร

เมื่อถามว่า ข้อมูลดังกล่าวหลุดมาจากรัฐมนตรีคนก่อนใช่หรือไม่ นายกฯ  กล่าวว่า จะไปรู้ได้อย่างไร ซึ่งกระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้มีการแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เขาต้องทำ เพราะถ้าเขาไม่ทำเขาจะโดนกล่าวหาว่าทำเอกสารรั่วออกไป ตรงนี้ก็ดีอย่าง เพราะเมื่อมีการแจ้งความดำเนินคดีแล้วทุกคนก็จะได้มีช่องที่จะบอกได้ว่าเอกสารมันรั่วออกไปได้อย่างไร

 “มันไม่ควรนะ มันเป็นเอกสารทางราชการ ใครเอาออกไปมันหาไม่ยากหรอก เราก็จะดำเนินคดีอย่างเต็มที่เท่านั้นเอง” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่า มองเจตนาของคนปล่อยข้อมูลอย่างไร เป็นการหวังทำลายรัฐบาลใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ไม่ใช่เจตนาดีแน่นอน ไม่เห็นต้องถามเลย”

นายกฯ ยังระบุกรณีฝ่ายค้านเตรียมจัดเสวนาเปิดหลักฐานคดีฮั้ว สว. ที่โรงแรมพูลแมน  คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ในวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2568 ว่า “ก็ดีสิ”

ถามว่า การเลือกจัดกิจกรรมที่โรงแรมนี้ ถือเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “โอ๊ย ขอบคุณที่ไปอุดหนุน” พร้อมหัวเราะและระบุว่า ถือเป็นการไปอุดหนุนกิจการของเพื่อน ก่อนถามกลับว่า “พูลแมนที่เป็นของเจ้าของคิง เพาเวอร์ ใช่หรือไม่ เราสนิทกันดี ขอบคุณที่ไปอุดหนุน” เมื่อถามย้ำว่าการตั้งใจเลือกโรงแรมดังกล่าวมีนัยสำคัญอะไรหรือไม่  นายอนุทินกล่าวว่า “ไม่ทราบ ไม่เกี่ยวอะไรกับผม”

บี้ กกต.ฟ้องมือปล่อย

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์กรณีนายชลัฐ รัชกิจประการ  สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.)  บุตรชาย โทรศัพท์ไปหาผู้สมัคร สว.รายหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว.ว่า ต้องถามนายชลัฐ ตนจะตอบแทนได้อย่างไร  ก่อนถามกลับว่า ใครตอบได้บ้างว่าเป็น สว.คนไหน

ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่มีการระบุว่ามีการโทร.หา สว.ถึง 19 คน นายพิพัฒน์กล่าวว่า โทร.หาถึง 19 คนหรือ แต่ตนคิดว่านายชลัฐไม่น่าจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว ตนเชื่อว่านายชลัฐไม่รู้จักบุคคลเหล่านั้น

ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย แถลงเรียกร้อง ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 กกต. ให้มีการสอบสวนคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าว หลังจากสำนวนการสอบสวนคดีฮั้ว สว.ถูกนำมาเผยแพร่ ทั้งนี้ จากการติดตามข่าวพบว่าเป็นเอกสารที่อยู่ในมือของนายเอกรินทร์ ดอนดง  หนึ่งในบุคคลที่อยู่ในคณะกรรมการฯ ชุดที่ 26 ขณะนั้นเป็นผู้อำนวยการส่วนวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์พิเศษของคดีเทคโนโลยี และศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบดีเอสไอ หากเห็นว่าการหลุดไปเป็นความผิดทางอาญา จึงขอเรียกร้องให้ กกต.ดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็ว เพราะวันนี้บุคคลภายนอกที่มาเรียกร้องมีความย่ามใจมาก โดยนำเอกสารราชการมาเผยแพร่

"บางคนอาจบอกว่าไม่ผิด เพราะไม่ใช่พนักงาน แต่หากการสืบสวนสอบสวนพบว่าการกระทำของท่านเกี่ยวพันกับบุคคลที่เข้ามานำเอกสารนี้มาเปิดเผย อาจจะถูกดำเนินคดีในฐานะที่เป็นตัวการร่วม รวมถึงอาจถูกดำเนินคดีในฐานะเป็นผู้สนับสนุนก็ได้ ผมไม่ได้บอกว่าเอกสารมาจากนายเอกรินทร์ แต่เอกสารชุดนี้อยู่ในความครอบครองและความรับผิดชอบของนายเอกรินทร์ ซึ่งหลุดไปอยู่ในมือของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชนได้อย่างไร ขอให้ กกต.ออกมาชี้แจง” นายศุภชัยระบุ

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีที่นายลอย ชุนพงษ์ทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์ โพสต์ข้อความเกี่ยวกับคดีโกงเลือก สว. ว่ามีผู้สมัคร สว.เป็นโหวตพลีชีพ โดยไม่ได้เลือกตนเองถึง 10% ส่อเป็นโมฆะ 12 กลุ่มว่า กฎหมายเขียนว่าสมมุติในการเลือกแต่ละรอบ อย่างรอบแรกเลือกได้ไม่เกิน 2 คน ก็สามารถเลือกตนเองด้วยก็ได้ กฎหมายไม่ได้บังคับว่าจะเลือกหรือไม่เลือกอย่างไร แต่ถ้าจะดูว่ากระบวนการไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น ก็ต้องดูในรายละเอียดอื่นๆ ประกอบด้วย และต้องดูข้อเท็จจริงอีกเยอะที่จะมาประกอบการพิจารณา ว่ากระบวนการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบอย่างไร

เมื่อถามถึง 12 กลุ่มตามที่ได้มีการโพสต์ระบุไว้นั้น จะเข้าข่ายข้อกฎหมายมาตรา 96 พ.ร.บ.เลือก สว.(4) ด้วยหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวว่า ก็ต้องดูองค์ประกอบหลายๆ อย่างจากข้อเท็จจริง ไม่สามารถตัดสินได้ทันที

ดีเอสไอตั้ง คกก.สอบ

ที่กระทรวงยุติธรรม พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยถึงกรณีเมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้ส่งเจ้าหน้าที่กองกฎหมายของดีเอสไอเข้าร้องทุกข์แจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวนตำรวจกองบังคับการปราบปราม ตามฐานความผิดเกี่ยวกับการเปิดเผยความลับภายในเอกสารราชการ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 322 มาตรา 323 และมาตรา 164 พร้อมแจ้งรายละเอียดพฤติการณ์ของกลุ่มคณะบุคคลที่มีการนำเอาเนื้อหาข้อมูลเอกสารภายในสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษ เกี่ยวกับคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. และฮั้ว สว. นำมาเผยแพร่สู่สาธารณะว่า ล่าสุดตนได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรียบร้อยแล้ว เพื่อดูต้นตอที่มาการหลุดของเอกสารข้อมูลหลักฐานทางคดีว่าไปสู่สาธารณะได้อย่างไร รวมถึงกรณีที่ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงความเกี่ยวข้องกับกองคดีการฟอกเงินทางอาญาเช่นเดียวกัน

“ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการฟ้องปิดปากเพราะมันเป็นหน้าที่ของเรา เนื่องจากพยานเอกสารมันหลุดออกไปเช่นนั้น ก็ต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง” พ.ต.ต.ยุทธนาระบุ

ด้านนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่ดีเอสไอมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเหตุที่ข้อมูลและพยานหลักฐานสำคัญในสำนวนคดีฮั้ว สว.หลุดสู่สาธารณะ จนกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมว่า ภายในวันศุกร์นี้ (28 ส.ค.) ทางดีเอสไอจะต้องมีการรายงานข้อมูลขึ้นมาให้ตนรับทราบ ทั้งนี้ขอความเป็นธรรมให้ดีเอสไอ ไม่ได้ฟ้องปิดปาก เพราะถือเป็นการตรวจสอบสาธารณะ ซึ่งสำนวนในคดีเป็นเอกสารที่จะต้องถูกเปิดเผยในชั้นศาล ฉะนั้นดีเอสไอรักษาสิทธิของตัวเอง 

ขณะที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวถึงกรณีดีเอสไอระบุจะมีการฟ้องร้องผู้นำเอกสารผลการสอบสวนคดีฮั้วเลือก สว.ออกมาเปิดเผยว่า หากรัฐบาลบริสุทธิ์ใจ พร้อมที่จะเปิดเผยความจริงเรื่องนี้เอง   ไม่ควรแสดงความเห็นแบบนี้ ส่วน กกต. หากมีหลักฐานอันควรเชื่อต้องส่งเรื่องให้ศาล กกต.ไม่ได้มีอำนาจชี้ถูกชี้ผิดจนสิ้นข้อสงสัย เราจับตาดูเรื่องนี้อยู่ หากเกิดการใช้อำนาจโดยมิชอบ คงมีคนเตรียมยื่นเรื่องดำเนินคดีกับ กกต. แต่ย้ำว่ารอดูความชัดเจนในวันที่ 28 ส.ค.นี้

ส่วนกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทยนั้น ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า หากเทียบเคียงกรณีเคยมีแชตข้อความว่า ช่วยน้ำเงินด้วย หรือช่วงที่มีการโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทยช่วงก่อนการเลือกตั้ง จะเห็นว่านำมาซึ่งการช่วยเหลือรัฐบาลระบอบสีน้ำเงิน ดังนั้น เรื่องนี้ฝ่ายค้านจับตาดูอยู่ หากมีการทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง เรายังมีเวทีใหญ่เช่นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สภาไฟเขียวพรก.กู้ หนูให้คำมั่นไม่เอื้อประโยชน์ใคร‘ชวน’กรีดแทรกตุลาการ

ฉลุย! สภาโหวต พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน 285 ต่อ 141 เสียง "อนุทิน" ขอบคุณทุกฝ่าย ยันรัฐบาลจะใช้เงินกู้ด้วยความสุจริต โปร่งใส  พิสูจน์ได้