รวบนายกเฮงโกงสอบท้องถิ่น

บุกรวบ “นายกเฮง” อดีตผู้สมัคร  สส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่นคาคอนโดฯ "นายกฯ" คุยสะท้อนภาพรัฐบาลเอาจริงเอาจังกับการโกง "บิ๊กมหาดไทย" ลั่น 31  ส.ค.นี้จบแน่เพิกถอน 5,925 รายชื่อทุจริตสอบท้องถิ่น ยันไม่มีปัญหา ย้ำคดีอาญาเป็นหน้าที่  ป.ป.ช.-ตร.

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. นำกำลังเข้าจับกุมนายประวิทย์ หรือนายกเฮง หรือผู้ใหญ่เฮง   อายุ 62 ปี ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 จ.56/2569 ลงวันที่ 25 ส.ค.2569 ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 175 โดยจับกุมตัวได้ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านบางโพ แขวงและเขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร

ในการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้มีผู้เสียหายได้รับการชักชวนจาก นางนวพร (ขอสงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่ซึ่งทำงานอยู่ที่ อบต.ตองปิด จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับอีกราย ให้สมัครสอบบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่น โดยอ้างว่า นายประวิทย์ อดีตผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย มีโควตาและสามารถช่วยเหลือให้สอบผ่านได้ ด้วยความหลงเชื่อ ผู้เสียหายจึงจ่ายเงินให้ผู้ต้องหาทั้งสองรวม 3 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 650,000 บาท

แต่ภายหลังการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นเสร็จสิ้น ประกาศผลสอบปรากฏว่าผู้เสียหายไม่ผ่านการคัดเลือก จึงทวงถามเงินคืน แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงและไม่ยอมคืนเงินให้ จึงเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปปป. เพื่อดำเนินคดี

ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถขอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง  กระทั่งชุดจับกุมสืบทราบว่านายประวิทย์หลบมาพักอยู่ในคอนโดมิเนียมย่านบางโพ จึงเข้าติดตามและจับกุมตัวได้ในที่สุด ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หลังจับกุมนายกเฮงได้แล้ว พล.ต.ต.ประสงค์สั่งการให้ตำรวจ กก.3.บก.ปปป.อีกชุด นำกำลังไปจับกุมนางนวพร ปรือปรัง อายุ 35 ปี เจ้าหน้าที่ อบต.ตองปิด ผู้ต้องหาอีกรายตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ที่ 57/2569 ลงวันที่ 25 ส.ค.2569 ข้อหาเดียวกัน ได้ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอน้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ หลังร่วมกับนายกเฮงเรียกรับเงินจากผู้เสียหายที่ต้องการสอบเป็นข้าราชการท้องถิ่น  ก่อนนำตัวไปทำบันทึกจับกุมที่ สภ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ ดำเนินคดีต่อไป 

นายอนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล​ นายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​มหาดไทย​ ให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ว่า เป็นไปตามกฎหมาย ก่อนจะย้อนถามว่า แบบนี้ไม่ได้เป็นข้อพิสูจน์หรือว่ารัฐบาลเอาจริงเอาจังกับเรื่องพวกนี้

นายนิรัตน์​ พงษ์​สิทธิ​ถาวร​ รอง​ปลัด​กระทรวง​มหาดไทย​ ในฐานะรักษาการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครอง​ท้องถิ่น​ ให้สัมภาษณ์กรณีความคืบหน้าการเพิกถอนรายชื่อบุคคล 5,925 คน ที่ทุจริตการสอบท้องถิ่นว่า การเพิกถอนผู้ที่มีคะแนนไม่ถึงตั้งแต่แรกในจำนวน 5,925 รายชื่อ  ซึ่งขณะนี้วันที่ 27 ส.ค.แล้ว โดยได้มีการประชุมคณะกรรมการกลางบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) แต่ละจังหวัด ซึ่งประชุมครบเกือบ 76 จังหวัด เข้าสู่กระบวนการให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และเทศบาล ออกคำสั่งเพิกถอนการบรรจุ ซึ่งเท่าที่มีการติดตามยังไม่พบว่ามีปัญหา  อย่างเมื่อสองวันก่อนนายวิระศักดิ์ ฮาดดา นายก อบต.คลองสาม จ.ปทุมธานี ในฐานะนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ที่ได้เจอกันก็บอกว่าเรียบร้อย เมื่อมีเอกสารครบ มีหลักฐาน ทุกคนก็เข้าใจ และให้ ก.กลาง ของจังหวัดนั้นๆ เห็นชอบตามนั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ที่ถูกเพิกถอนยังไม่มีใครฟ้องกลับใช่หรือไม่ รองปลัดกระทรวงมหาดไทยตอบว่า ยังไม่มี วันนี้เราต้องไม่เอาทุกเรื่องมาเป็นเรื่องเดียวกัน และต้องไม่เอาทุกเรื่องมาให้หน่วยใดหน่วยหนึ่งต้องทำให้เสร็จหมดทุกเรื่อง เดี๋ยวนั้นเดี๋ยวนี้มันเป็นไปไม่ได้ จำเป็นต้องแยกเรื่อง ตอนนี้ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)  ทำคือเรื่องการบริหารบัญชี บัญชีที่คะแนนไม่ถึงต้องถอนออก ส่วนบัญชีที่คะแนนเขาถึงด้วยตนเองต้องบรรจุเขาเข้า ส่วนเรื่องคดีอาญา การสอบสวนมีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และตำรวจมาช่วยเรา ซึ่งการที่ สถ.ทำไมไม่ทำ ต้องบอกว่าโดยกฎหมายเมื่อ ป.ป.ช.เข้ามาควบคุมดูแลแล้ว ต้องเคารพและฟัง ป.ป.ช. ซึ่งหากเรามีหลักฐานอะไรเพิ่มเติมก็ส่งเข้าไป อันนี้คือการแยกส่วนกันทำ ไม่มีส่วนใดที่ถูกละเลยไม่ทำ

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวเรื่องการเล็งช่วยเหลือผู้ที่ได้รับการปรับบัญชีในส่วนของลำดับต้นๆ สามารถเลือกพื้นที่ได้ นายนิรัตน์กล่าวว่า  การประชุม ก.กลางครั้งก่อน เราจะไม่ให้กระทบผู้ที่บรรจุไปแล้วอย่างถูกต้อง ส่วนพื้นที่ที่ว่างอยู่อาจถูกใจหรือไม่ถูกใจ ทางนิติกร ก.กลางก็จะบรรจุไปตามที่ว่า แต่ถ้าจะมีข้อเสนอใหม่ จะมีการประชุม ก.กลางต่อไป แต่ยืนยันว่าทุกคนได้บรรจุก่อน ขณะนี้การดำเนินการเพิกถอนถือได้ว่าเกือบทุกจังหวัดแล้ว ยืนยันว่า 31 ส.ค. จบแน่นอน และต้องจบ

ที่รัฐสภา นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ  สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร  กล่าวถึงวาระการประชุม กมธ.พิจารณาเรื่องทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า ได้เชิญนายพิบูล ฝ่ายดี อดีตนายกเทศมนตรีตำบลตาดทอง จังหวัดยโสธร มาให้ข้อเท็จจริงกับ กมธ. เพราะนายพิบูลได้ไปแจ้งความที่จังหวัดศรีสะเกษว่าได้จ่ายเงินให้กับนายหน้าจำนวนกว่า 2 ล้านบาท เพื่อบรรจุ 5 คนเข้ารับราชการ แต่เมื่อประกาศผลสอบปรากฏว่ากลับไม่มีใครได้รับราชการเลย จึงได้เชิญมาเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงและบันทึกไว้เป็นหลักฐานในสภาผู้แทนราษฎร

นายอาสพลธ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ กมธ.ยังได้เชิญ ปปง. ดีเอสไอ บก.ปปป. สถ. และคณะกรรมการร่าง TOR เข้ามารับฟังข้อเท็จจริงในส่วนนี้ว่ากระบวนการในพื้นที่ต่างจังหวัดเป็นอย่างไร ขณะเดียวกันยังได้เชิญสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มาให้ข้อมูลการแจ้งความในจังหวัดศรีสะเกษ รวมถึงในพื้นที่จังหวัดอื่นว่ามีอีกหรือไม่ เพื่อนำข้อมูลนี้ส่งไปยังดีเอสไอ, บก.ป.ป.ป. และ ปปง.ต่อไป

นายอาสพลธ์กล่าวต่อว่า เวลามีการแจ้งความเกี่ยวกับทุจริต มีนายหน้าเรียกรับเงิน ข้อมูลไม่มีการแชร์กัน ในแต่ละหน่วยงาน กมธ.จึงพยายามดึงข้อมูลที่กระจัดกระจายเหล่านี้มาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะได้กล่าวถึงตัวการที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ เราพบข้อมูลตามข่าวว่าการสมัครสอบท้องถิ่น มีการสมัครสอบเป็นพวงกว่า 100 พวง ซึ่งในการสอบแข่งขันปี 68  เป็นการสมัครสอบแบบออนไลน์ และชำระค่าสมัครสอบแบบเป็นพวง ซึ่งข้อมูลนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็เพิ่งทราบ และนำไปขยายผลแล้ว  ดังนั้นเรื่องนี้ กมธ.จะติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะยังมีจิกซอว์ที่ไม่เชื่อมโยงกัน เพื่อทำให้เชื่อมโยงกันได้มากที่สุด และส่งข้อมูลเหล่านี้ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วน ปปง. กมธ.จะมีการสอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินว่าดำเนินการไปถึงไหนแล้วอย่างไรบ้าง ส่วนดีเอสไอก็จะสอบถามความคืบหน้าของ 20 คดี

เมื่อถามว่า มีแนวทางที่จะอุดช่องโหว่ในเรื่องการทุจริตเพิ่มเติมอีกหรือไม่ นายอาสพลธ์กล่าวว่า TOR ปี 68 ถือว่าดีกว่าเดิม จากเดิมปี 64-66 มีข้อบกพร่องหลายอย่าง ซึ่ง TOR ปี 68 ได้นำ TOR ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) มาปรับปรุงแก้ไข และมีการให้เก็บเอกสารข้อสอบ เอาไว้ 1 ปี ซึ่งจุดนี้ถือว่าเป็นจุดที่สำคัญ

 “ปัญหาการทุจริตข้อสอบท้องถิ่นไม่ใช่เพิ่งเกิดครั้งนี้ แต่เกิดมานานแล้ว แต่เราจับไม่ได้เพราะอะไร เพราะ TOR ในอดีตไม่ได้ระบุให้จัดเก็บเอกสารหลักฐานเอาไว้ เพราะฉะนั้นเมื่อมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงจนกระทั่งไปสู่ศาล  หน่วยงานรัฐก็จะแพ้ทั้งหมด” นายอาสพลธ์ กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' ชี้จับ 'นายกเฮง' เป็นข้อพิสูจน์รัฐบาลเอาจริงปราบโกงสอบท้องถิ่น

นายอนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล​ นายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​มหาดไทย​ กล่าวถึงกรณี​กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ บก.ปปป. เข้าจับกุม นายประวิทย์ จารุรัชกุล "นายกเฮง" อดีตผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย จ.ศรีสะเกษ