“นายกฯ” ลั่นประเทศไทยเป็นของคนไทยทุกคน ไม่ต้องมีใครมาทวงคืน หลัง “สนธิ” นัดนำมวลชนลงถนนทวงคืนประเทศ 7 ก.ย.นี้ “โรม” ยันซักฟอกทันสมัยประชุมนี้ อุบวันยื่นญัตติ แต่ไม่ชักช้า อ้างสายตรงคนใกล้ชิดรัฐบาลส่งข้อมูลเด็ดเพียบ สภาเดือด! ฝ่ายค้านรุมจวกรัฐบาล ชิงถกญัตติไฟใต้บังหน้าปิดทางอภิปรายรายงาน กกต. “ไอซ์” ซัดอุบาทว์ เล่นการเมืองน่าเกลียด “สาทิตย์” แฉแชตไลน์ ภท.เด้งให้เตรียมโหวต “ไอติม” แจง กมธ.ตำรวจ งงโดนบี้ไล่ล่าคนปล่อยเอกสารโกง สว.หลุดมากกว่าหาตัวคนผิด “จตุพร” เตือนมติ กกต.ฮั้ว สว. 14 ก.ย. เสี่ยงราดน้ำมันบนกองไฟ โหมคนไม่พอใจลงถนน “ไชยชนก” ยันผู้ใช้ AI-Pass ไม่มียอดผี
ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 3 ก.ย.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นัดแถลงข่าวในวันที่ 7 ก.ย. เพื่อเตรียมนำมวลชนลงถนน ประกาศทวงคืนประเทศจากทุนเทาว่า ประเทศไทยและคนไทยไม่ได้ไปติดหนี้ใคร เพราะประเทศไทยเป็นของคนไทยทุกคน ฉะนั้นไม่ต้องมีใครมาทวงคืน
“เป็นสิทธิของพี่น้องประชาชนทุกคนในการแสดงออกภายใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว” นายกฯ กล่าว
ส่วนความคืบหน้าการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของพรรคฝ่ายค้านนั้น นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้ที่รับมอบหมายในการเดินหน้ายื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ยืนยันจะดำเนินการยื่นญัตติอภิปราย และได้อภิปรายทันภายในสมัยประชุมนี้ ซึ่งปัจจุบันการเตรียมการรวบรวมข้อเท็จจริงทั้งหมดจากหลากหลายพรรคการเมือง แต่ปัญหาขณะนี้ข้อเท็จจริงมีเยอะมาก และมีการกระทำความผิดในหลายเรื่อง ทั้งการกระทำผิดที่เกิดขึ้นและต่อเนื่องกันมาจนถึงปัจจุบัน
“เรียนพี่น้องสื่อมวลชนว่า ดำเนินการทันแน่นอน และระหว่างนี้อยู่ระหว่างกระบวนการเตรียมการ ส่วนจะยื่นเมื่อไหร่ อย่างไร ยังเป็นความลับอยู่ แต่จะแจ้งต่อไป ซึ่งตามกรอบเวลาและข้อกฎหมาย เมื่อฝ่ายค้านยื่นญัตติซักฟอกแล้วรัฐบาลจะยุบสภาไม่ได้ และระยะเวลาตามกฎหมายมีกำหนดไว้อยู่แล้ว ไม่ช้าแน่นอน แต่จะต้องมีการประชุมร่วมกันระหว่างฝ่ายรัฐบาล ประธานสภาผู้แทนราษฎร และฝ่ายค้าน ในการกำหนดวัน รวมถึงระยะเวลาจะใช้ในการซักฟอกกี่วัน” นายรังสิมันต์กล่าว
ถามถึงเป้าหมายรัฐมนตรีที่จะอภิปรายมีกี่คน รองหัวหน้าพรรค ปชน.กล่าวว่า ขอเวลาพรรคการเมืองฝ่ายค้านได้รวบรวมข้อเท็จจริง เป้าเป็นใครบ้างยืนยันจะออกมาอย่างไม่ชักช้าแน่นอน ฝ่ายค้านมีการประชุมกันอยู่ตลอดทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ โดยเรื่องนี้จะทำให้เป็นเรื่องลับ แต่เมื่อถึงเวลาเหมาะสมจะเปิดเผย
"รับรองว่าครั้งนี้เรามีข้อมูลเยอะจริงๆ และบอกว่าบรรดาคนที่ทำงานใกล้ชิดกับตัวรัฐบาลเป็นแหล่งข้อมูลชั้นดี" รองหัวหน้าพรรค ปชน.ระบุ
นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงแนวทางอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเช่นกันว่า พร้อมที่จะเป็นผู้อภิปราย หากเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ซึ่งคาดว่าวันเวลาที่ชัดเจนในการยื่นอภิปรายจะเกิดขึ้นหลังจากการประชุมงบประมาณในสัปดาห์หน้าเสร็จสิ้น และต้องรอพิจารณาผลคดีของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในวันที่ 14 ก.ย.นี้ประกอบด้วย
ที่รัฐสภา เวลา 13.40 น. ในการประชุมสภาฯ ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่ 2 เป็นประธานการประชุม ภายหลังเสร็จกระทู้ถามสด นายซาการียา สะอิ สส.นราธิวาส พรรคภูมิใจไทย ได้เสนอเลื่อนญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องการแก้ปัญหาชายแดนใต้เข้ามาก่อน ทำให้ สส.ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยและคัดค้าน เนื่องจากตามระเบียบวาระ ภายหลังพิจารณากระทู้ถามสด ก็จะเป็นการพิจารณารับทราบรายงาน 2 ฉบับ ขณะที่ สส.รัฐบาลเห็นด้วยกับการเลื่อนญัตติ ทำให้เกิดการโต้เถียงกันอย่างดุเดือด ทำให้ต้องพักการประชุม 30 นาที จากนั้นเวลา 15.25 น. การประชุมสภาฯ กลับมาประชุมอีกครั้ง โดยมี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่ 1 เป็นประธาน และให้ลงมติ ปรากฏว่าที่ประชุมเห็นชอบให้นำญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้มาพิจารณาก่อน ด้วยคะแนน 266 เสียงต่อ 108 เสียง งด 33 เสียง ไม่ลงคะแนน 2 เสียง
สภาวุ่น!โวยขวางอภิปราย กกต.
ต่อมาพรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดย น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. พร้อมด้วย น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน., นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.), นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. และนายพศิน ปิตุเตชะ สส.ระยอง พรรค ปชป. ร่วมกันแถลงข่าว
น.ส.ภคมนกล่าวว่า การประชุมวันนี้ตามระเบียบวาระเดิม วิปฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลได้มีการคุยกันแล้วเพื่อจะนำมาบรรจุในวาระ เพียงแต่ตามระเบียบวาระเดิมจะต้องมีรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปี 2567 เข้ามาก่อน และมีผู้ลงชื่อเพื่อแถลงจำนวนมากเพียง แต่อยู่ๆ ก็มีผู้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมา จึงทำให้เกิดเรื่องราวทั้งหมด
“เรามีความกังวล เพราะเราอยากให้ไปถึงรายงานของ กกต. ไม่อยากให้มีการปิดจบ อยากให้สมาชิกทุกคนอภิปรายรายงานของ กกต. โดยที่รัฐบาลไม่พยายามที่จะปกป้อง กกต. ซึ่งทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าเหตุใดวันนี้รัฐบาลพยายามอย่างยิ่งที่จะปกป้อง กกต.” น.ส.ภคมนกล่าว
ส่วน น.ส.รักชนกกล่าวว่า รัฐบาลย้ำนักหนาญัตติ 3 จังหวัดชายแดนใต้มีความสำคัญ แล้วนำมาอภิปรายก่อนรายงานของ กกต. ขอถาม ถ้าเขาเห็นความสำคัญของประชาชน 3 จว.ชายแดนใต้จริง สัปดาห์ที่แล้วที่ ประชุม ครม.สัญจรภาคใต้ ทำไมไม่ลงพื้นที่ 3 จว.ชายแดนใต้ ถ้ามันสำคัญกับเขาขนาดนั้น
“ขอตั้งข้อสังเกตว่า นี่คือการเล่นการเมืองที่น่าเกลียดที่สุด อุบาทว์ที่สุด การเอาความเดือดร้อนของประชาชน 3 จังหวัดชายแดนใต้มาอ้างมาบังหน้า เพื่อเป็นเครื่องมือให้รัฐบาล เพราะรัฐบาลไม่ต้องการให้ฝ่ายค้านอภิปรายรายงานของ กกต. เพราะจะต้องมีการพูดถึงการโกงเลือกตั้งครั้งมโหฬาร เรื่องบาร์โค้ด ที่สำคัญคือเรื่องฮั้ว สว. รัฐบาลกำลังจะปกป้อง กกต. ไม่ให้สภาแห่งนี้อภิปราย กกต. ด้วยการเอาความเดือดร้อนเอาชีวิตของประชาชน 3 จังหวัดชายแดนใต้มาอ้าง ไม่ให้ กกต.ถูกอภิปราย สิ่งที่มันเกิดขึ้นทั้งหมด มีความพยายามทำให้สภาแห่งนี้น่าเบื่อ กลายเป็นโรงละคร” น.ส.รักชนกกล่าว
ด้านนายสาทิตย์กล่าวว่า ความจริงแล้ววิปรัฐบาลยืนยันกับฝ่ายค้านตลอด จนกระทั่งถึงเที่ยงวันนี้ ว่าทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลง คือพิจารณาเรื่องนี้จบแล้วและนำเรื่องจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อ แต่ที่แปลกประหลาดคือ หลังเที่ยงเพื่อนสมาชิกของพรรคฝ่ายค้านทุกพรรคยืนยันตรงกันว่ามีไลน์ส่วนตัวของ สส.ในพรรคภูมิใจไทย แจ้งให้ สส.ทุกท่านเตรียมโหวตช่วง 13.30 น. หลังกระทู้จบลงแล้ว
“เราแปลกใจว่าหากเป็นไปตามข้อตกลง จะไม่มีโหวต แปลว่าเรื่องนี้มีการเตรียมการ มีข้อพิรุธ และผิดปกติ ซึ่งคาดหมายว่าฝ่ายผู้มีอำนาจกลัวเรื่องการอภิปรายเรื่องฮั้ว สว.หรือโกง สว. จึงพยายามหาทางปิดปากสภาไม่ให้พูดเรื่องนี้” นายสาทิตย์กล่าว
นอกจากนี้ ที่รัฐสภายังมีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธาน กมธ. วาระพิจารณากรณีการเผยแพร่เอกสารที่เป็นรายงานการสอบสวนคดีพิเศษ 24/2568 ในความผิดฐานอั้งยี่ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องผ่านสื่อสาธารณะช่องทางต่างๆ ได้เชิญนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน., นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รวมทั้งบังคับการกองปราบปรามเข้าให้ข้อมูล
นายวัชรพงศ์ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า การเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบถามเอกสารหลุดไม่ใช่เป็นเกมทางการเมือง ตนอยากให้มองว่า กมธ.เราจะทำให้บุคคลต่อไปนี้จะทำการเปิดเผยเอกสารอะไรต่างๆ ต้องมีที่มาที่ไปชัดเจน เพื่อที่จะได้ไม่เป็นการกล่าวหาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง รวมทั้ง กมธ.การตำรวจชุดนี้ประกอบด้วยหลายพรรคการเมือง และมีพรรคประชาชนด้วย
ส่วนนายพริษฐ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าชี้แจง กมธ.ว่า ไม่ทราบเจตนาของ กมธ.ที่เชิญตนมาเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ แต่ตั้งข้อสังเกตคดีฮั้ว สว.อยู่ในความสนใจของประชาชน หากข้อกล่าวหาโกง สว.เป็นจริง หมายความว่ามีความพยายามของคนบางกลุ่มที่พยายามกินรวบประเทศ โดยไม่ยึดโยงกับประชาชน
“ต้องตั้งข้อสังเกตไว้ในวันที่สังคมมีความกังวลใจเป็นอย่างยิ่งต่อคดีดังกล่าว แต่ กมธ.การตำรวจจัดลำดับความสำคัญ เห็นว่าเรื่องที่เร่งด่วนที่สุด เป็นการไล่ตรวจสอบว่าข้อมูลต่างๆ มาจากไหน" นายพริษฐ์กล่าว
มติ กกต.ฮั้วเสี่ยงเติมเชื้อไฟ
นอกจากนี้ นายพริษฐ์ยังตั้งข้อสังเกตถึงกระแสข่าวการเปลี่ยนตัวอธิบดีดีเอสไอ ซึ่งจะเปลี่ยนมาเป็น ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ หากเป็นข้อเท็จจริง บุคคลดังกล่าวเป็นหนึ่งในคณะอนุฯ ไต่สวนชุดที่ 36 ของ กกต.ที่พิจารณาคดีฮั้ว สว.ทั้งหมด แล้วมีความเห็นออกมาว่าไม่มีใครมีมูลความผิดแม้แต่คนเดียว ซึ่งนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ก็เปิดเผยว่า ร.ต.อ.ปิยะเป็น 1 ใน 5 คนลงมติเสียงข้างมากของคณะอนุฯ ไต่สวนชุดที่ 36
"ผมตั้งข้อสังเกตว่า หากเรื่องนี้เป็นจริง การเปลี่ยนตัวอธิบดีดีเอสไอเป็นจริง อันนี้เป็นความพยายามของรัฐบาลในการโยกย้ายข้าราชการ เป็นคุณต่อคดีที่ตัวเองถูกกล่าวหาอยู่หรือไม่" นายพริษฐ์กล่าว
ต่อมาหลังชี้แจงต่อ กมธ.การตำรวจเสร็จสิ้น นายพริษฐ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า การพูดคุยหลักๆ เป็นไปตามหัวข้อที่ กมธ.ได้ตั้งไว้ ที่พยายามจะสอบถามตนเกี่ยวกับที่มาที่ไปของข้อมูลที่ได้มานำเสนอในการตรวจสอบเรื่องคดีโกง สว. โดยคำตอบที่ตนได้ให้กับ กมธ. ก็เหมือนกับที่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมาตลอด คือข้อมูลและเบาะแสได้รับมาจากหลากหลายช่องทาง หลากหลายรูปแบบ และตนในฐานะ สส. ก็มีหน้าที่ในการกลั่นกรองความน่าเชื่อถือของข้อมูลต่างๆ หากข้อมูลไหนที่เรามั่นใจว่ามีมูล เราก็นำเสนอต่อสาธารณะ ทั้งในรูปแบบของข้อเท็จจริงหรือคำถามต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตนคิดว่าที่ผ่านมาสิ่งที่เป็นบทพิสูจน์ ข้อมูลที่ตนนำเสนอมีความน่าเชื่อถือ ได้รับการยืนยันจากบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าเป็นความจริง
ซักว่าการสอบถามของ กมธ.มุ่งไปที่ประเด็นใด นายพริษฐ์กล่าวว่า สามารถไปย้อนฟังชวเลขได้ ในการประชุมตนคิดว่าประมาณ 90% ใช้ไปกับการซักถามตน ส่วนการสอบถามดีเอสไอและกองปราบฯ แค่หน่วยงานละหนึ่งคำถามในตอนท้าย
ขณะที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยประเมินสถานการณ์ว่า ในเดือน ก.ย.นี้เริ่มประกาศขยับลงถนนชุมนุมใหญ่เพื่อกดดัน กกต. ดังนั้นช่วงเวลารอยต่อ 14 วัน ตั้งแต่ 14-28 ก.ย. ยิ่งตึงเครียด ร้อนแรงราวกับราดน้ำมันใส่กองไฟ ส่วนวันที่ 7 ก.ย. ที่นายสนธินัดประชาชนลงถนน ตนจะรอดูสถานการณ์อย่างใจเย็นก่อนตัดสินใจ เพราะทุกห้วงสถานการณ์รอยต่อระหว่าง 14-28 ก.ย.นั้นสำคัญ
“ช่องว่าง 14 วันนั้น เวลาจะนำพาไปสู่ทุกกรณี ยิ่ง 14 ก.ย. กกต.ทั้ง 7 นัดประชุมตัดสินใจส่งเอกสารไต่สวนฮั้ว สว.ชุดที่ 26 ให้ศาลฎีกาวินิจฉัยหรือไม่ จากนั้นวันที่ 28 ก.ย. ศาล รธน.นัดอ่านคำวินิจฉัยคดีบัตรเลือกตั้ง สถานการณ์ยิ่งจะตึงเครียด อ่อนไหวได้ง่ายขึ้น” นายจตุพรกล่าว
เขากล่าวว่า เอกสารกลั่นกรองชุด 36 หลุดมาถึงนายสมชัย ศรีสุทธยากร อดีต กกต. ย่อมแปลความว่ามาจากวงใน กกต. ซึ่งไม่มีใครนึกถึงจะเป็นเขาคนนี้ที่ปล่อยเอกสารสู่สังคม ดังนั้นเอกสารหลุดทุกชิ้นย่อมมาจากวงใน กกต.เอง จึงไม่ต้องคิดเป็นอื่นได้เลย การปล่อยเอกสารชุดที่ 26 ออกมานั้น ย่อมสร้างปัญหาให้ กกต.หนักหน่วงอยู่แล้ว แต่เมื่อมาปล่อยเอกสารชุด 36 อีก ยิ่งซ้ำเติมให้หนักไปกันใหญ่
“วันที่ 14 ก.ย.นี้ กกต.ทั้ง 7 คนจะวินิจฉัยเอกสารฮั้ว สว. เชื่อว่าคงไม่เอาตามเอกสารชุดที่ 26 กับชุด 36 แน่นอน โดยจำนวน 229 คนที่เอกสารชุด 26 เสนอนั้น กกต.คงตัดสินส่งศาลฎีกาเกินกว่า 100 คน ส่วนทิศทางเลือกตามความเห็นชุด 36 ความรุนแรงอาจยิ่งกว่าสร้างตึกดาต้าเซ็นเตอร์ พร้อมสำรองน้ำมัน 4 แสนลิตรไว้กลาง กทม.เสียอีก จึงเป็นไปด้วยความเครียด ไม่ว่าเสียงจะคู่คี่กันมาก ว่ากันว่ามติจะออก 4 ต่อ 3 ก็ตาม ถ้าวันที่ 14 ก.ย. กกต.เลือกพิจารณา สว.ทั้ง 200 คนเป็นรายตัวว่าใครรอด-ไม่รอดบ้าง เกมจะเป็นอีกแบบหนึ่ง ผลลัพธ์วันที่ 14 ก.ย.นี้ ทอล์กออฟเดอะทาวน์อื้ออึงแน่ พอถึงวันที่ 28 ก.ย. ศาล รธน.นัดฟังคำวินิจฉัยคดีบัตรเลือกตั้ง ซึ่งแนวโน้มจะเป็นปัญหาถึงขั้นคว่ำกระดานด้วยซ้ำไป” เขาระบุ
ช่วงท้ายนายจตุพรระบุว่า สถานการณ์ในเดือนกันยายนนั้น 7 ก.ย. นายสนธิประกาศลงถนนชุมนุม จากนั้น 13 ก.ย. ไอลอว์ประกาศชุมนุมฟังผลการพิจารณาของ กกต.ทั้ง 7 คน ซึ่งรอยต่อทั้งสองช่วงสถานการณ์จะขยับรุกคืบความตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ ผลลัพธ์อาจไม่แตกต่างจากเอาน้ำมันราดใส่กองไฟกันหรือเปล่า
“มันเป็นเรื่องยากมากจริงๆ กับ (กกต.) จะวินิจฉัยข้อมูลที่รั่วหมด เหมือนตรวจข้อสอบที่รั่ว มีธงคำตอบอยู่แล้ว จะพลิกอย่างไร ที่เห็นกันอยู่ผลจะออกมาส่ง สว.ประมาณเกิน 100 คนให้ศาลฎีกาวินิจฉัยแน่นอน” นายจตุพรระบุ
‘นก’ ยันใช้ AI-Pass ไม่มียอดผี
วันเดียวกัน นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ชี้แจงกรณีตัวเลขยอดผู้ใช้งาน TH-AI Passport ไม่มีการอัปเดตตัวเลขมา 3 วันแล้วว่า เท่าที่ตรวจสอบมียอดผู้ใช้ ประมาณกว่า 5 แสนคน แต่ตัวเลขที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.พูดถึง เป็นเพียงตัวเลขผู้ใช้งานช่วง 9-10 โมงของวันที่เปิดใช้งาน อย่างไรก็ตาม ทางทีมงานกำลังอัปเดตให้เป็นยอดปัจจุบัน ทุกอย่างตรวจสอบได้ ไม่มีเรื่องยอดผีแน่นอน ซึ่งปัจจุบันมียอดลงทะเบียนทั้งหมดกว่า 1,300,000 คน
ถามถึงปัญหาการใช้งานพบยังมีข้อมูลบางอย่างที่ผิดเพี้ยนและไม่อัปเดต นายไชยชนกกล่าวว่า หากพูดถึงความผิดเพี้ยนที่ป้อนภาษาไทยไปแต่ผลลัพธ์ได้ภาษาอื่น ต้องบอกตัวนี้คือแพลตฟอร์ม และแพลตฟอร์มนี้เป็นการนำโมเดล AI ที่ใช้นอกแพลตฟอร์ม TH-AI Passport มาใช้ในแพลตฟอร์ม
“แพลตฟอร์มไม่ได้สร้างโมเดลขึ้นมา แต่เป็นการนำโมเดลของเอกชนเข้ามาให้บริการในแพลตฟอร์ม โดยมีหลายโมเดลที่ฟรี หากถามทำไมรัฐบาลไม่สร้าง AI ที่ดีกว่าที่มีอยู่ของเอกชน ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องยากมากที่เราจะทำโมเดลของไทยเองและดีกว่า Open AI, Gemini หรือค่ายอื่นๆ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เรานำโมเดลของเอกชนมาใช้งาน ซึ่งเหตุผลที่ทำให้ผลลัพธ์การสร้างออกมาผิดเพี้ยนไม่ได้เกิดจากระเบียบของแพลตฟอร์ม แต่มันอยู่ที่สมรรถนะของ AI ด้วย” นายไชยชนกกล่าว
รมว.ดีอีกล่าวว่า กรณีที่บอกตัวโปรใช้งานไม่ดีเท่าของฟรี ต้องไปดูว่าคุณใช้งานตัวโปรอันไหน ทำเรื่องอะไร และเปรียบเทียบกับตัวฟรีอย่างไร เพราะโมเดลทุกอันที่เข้าไปอยู่ในแพลตฟอร์ม ล้วนแต่เป็นโมเดลที่มีรายละเอียดแตกต่างกันไป หากต้องการโมเดลที่เก่งเรื่องการทำมาเปรียบเทียบกับโมเดลที่เก่งด้านการสร้างรูป แน่นอนว่าเป็นการใช้อุปกรณ์ผิด จึงทำให้เกิดผลลัพธ์ที่แตกต่าง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อนุทินนั่งหัวโต๊ะ ดาต้าเซ็นเตอร์ ลุยเอาผิดบริษัท
นายกฯ นั่งหัวโต๊ะบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์นัดแรก ลุยปิดช่องโหว่ทั้งระบบ
ไล่เช็กบิล5,925คนโกง! กมธ.ตามเส้นเงิน9พันล.
"วรศิษฎ์" แถลงผลการเพิกถอนบรรจุ 5,925 ราย กรณีทุจริตสอบท้องถิ่น
เดินหน้าประกันภัยพิบัติ ‘วรงค์’จับตา‘คอมมิชชัน’
"คลัง" เดินหน้าประกันภัยพิบัติ 30 ล้านครัวเรือน สั่ง คปภ.เร่งออกแบบกรมธรรม์ ครอบคลุม 3 ภัยธรรมชาติ
ดันนักกีฬาสู่อันดับต้นโลก
นายกฯ เปิดทำเนียบฯ ต้อนรับนักตบลูกยางสาวไทยชุดแชมป์เอเชีย-ตั๋วโอลิมปิก 2028
จ่อรื้อระบบใหม่ ดาต้าเซ็นเตอร์ เบรกใบอนุญาต
"เอกนิติ" ไม่ทน! เตรียมประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ พร้อมดึง "ชัชชาติ" ร่วมด้วย ลั่นทุบโต๊ะรื้อระบบใหม่
ศาลปค.พลิกรับฟ้องสรณ
ศาล ปค.สูงสุดพลิก! สั่งรับคำฟ้อง "หมอสรณ"

